บทที่ 7 ตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะ
"...มารับไปทำอะไรคะ" ฉันถามออกไปอย่างงุนงง
พี่อุ่นหันไปมองคนด้านหลังทันที ขณะที่พี่กายซึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ทำเพียงถอนหายใจออกมาเบา ๆ เหมือนรู้ชะตากรรมว่าโดนเพื่อนโยนคำถามมาให้ตอบอีกแล้ว
"มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อย" เขาตอบเรียบ ๆ
"ช่วยอะไรคะ"
"งานยี่เป็ง"
ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ทวนคำเสียงซื่อ "งานยี่เป็ง?"
"อืม" พี่กายพยักหน้า ก่อนจะยอมขยับกายเดินเข้ามาใกล้อีกนิด "ทางสโมสรนักศึกษากำลังเตรียมขบวนแห่โคมยี่เป็งของมหาวิทยาลัย"
"แล้ว... มันเกี่ยวอะไรกับหนูเหรอคะ"
คำถามซื่อตาใสของฉันทำเอาคนด้านหลังหลุดขำก๊ากออกมาทันที โดยเฉพาะพี่พีทที่ถึงกับตบเข่าฉาด "เออ ถามดีว่ะไอ้เสือ!"
"มึงเงียบไปเลย" พี่กายหันไปส่งสายตาดุใส่เพื่อนตัวเองหนึ่งที ก่อนจะหันกลับมาทางฉัน
"คืออย่างนี้ครับน้องใบเฟิร์น" คราวนี้พี่อุ่นเป็นฝ่ายช่วยอธิบายแทน "เดิมทีคนที่จะเดินเป็นนางนพมาศประจำขบวนของคณะเราเขาติดธุระกะทันหันน่ะครับ เลยต้องหาคนใหม่ด่วน ๆ"
ฉันพยักหน้าช้า ๆ "แล้ว..."
"แล้วพวกพี่ก็เปิดห้องประชุมกันเครียดมาก" พี่วินเสริมขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"จริงจังสุด ๆ" พี่ภูมิพยักหน้าสำทับ "เสียเวลาประชุมไปตั้งครึ่งชั่วโมง"
"แล้วอยากรู้ไหมใบเฟิร์นว่าครึ่งชั่วโมงนั้นหมดไปกับอะไร" พี่พีทหัวเราะหึ ๆ ก่อนจะเฉลยเสร็จสรรพ "เถียงกันว่าใครจะเลิกป๊อดแล้วเดินมาชวนน้อง!"
"พีท" พี่กายเรียกชื่อเพื่อนเสียงนิ่ง แต่คนโดนเรียกกลับลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้าน
"เอ้า ก็เรื่องจริงนี่หว่า"
ฉันเริ่มงงหนักกว่าเดิม สายตาสลับมองแก๊งหนุ่มวิศวะทั้งสี่คนไปมาอย่างทำตัวไม่ถูก
พี่อุ่นยิ้มอ่อนโยนพยายามกู้สถานการณ์ "สรุปก็คือ พวกพี่อยากชวนน้องใบเฟิร์นมาเดินเป็นนางนพมาศประจำขบวนวิศวะครับ"
"...หา?!" ฉันเผลออุทานออกมาลืมเก็บอาการ ทั้งห้องเรียนเงียบกริบ แม้แต่น้ำขิง มะปราง และลิตา ที่นั่งข้าง ๆ ยังอ้าปากค้างกึ่งช็อก
"หนูเนี่ยนะคะ? แต่หนูไม่เคยเดินขบวนหรือทำอะไรแบบนี้เลยนะคะ"
"ไม่เป็นไร" พี่กายสวนขึ้นมาทันควัน "แค่มาซ้อมเดินซ้อมถอดรหัสท่าทางสองสามครั้ง แล้วก็ขึ้นขบวนวันจริงเลย"
"แต่ว่า..." ฉันยังคงลังเลใจ เพราะไม่เคยคิดเลยว่าเด็กปีหนึ่งเด๋อ ๆ อย่างตัวเองจะได้รับเลือกให้ทำหน้าที่สำคัญขนาดนี้
ทว่ายังไม่ทันได้ปฏิเสธ ลิตาที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ยื่นมือมาหยิกหมับเข้าที่ต้นแขนฉันอย่างแรง
"โอ๊ย!"
"รับ!" มันกระซิบลอดไรฟันสั่น ๆ "แกต้องรับข้อเสนอนี้เดี๋ยวนี้ใบเฟิร์น!"
มะปรางพยักหน้ารัว ๆ จนผมกระจาย "เออ รับเลยแก โอกาสทอง!" ส่วนน้ำขิงนั้นไม่ต้องพูดถึง ยัยนั่นตาเป็นประกายวิบวับ แทบจะจับมือฉันชูขึ้นฟ้าเพื่อตอบตกลงแทนอยู่รอมร่อ
"ฉัน..." ฉันหันกลับมามองรุ่นพี่ตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่เดิมของพี่กายเข้าพอดี
"ถ้าน้องไม่สะดวกใจ... ก็ไม่เป็นไรครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวเหมือนมี ความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ "พี่แค่คิดว่า..."
เขาหยุดประโยคไปนิดหนึ่ง สายตาคมเลื่อนมาสบประสานกับดวงตาของฉันนิ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น
"น้องเหมาะ"
หัวใจฉันเต้นระรัวประหนึ่งกลองสะบัดชัย "เหมาะ... เหรอคะ?"
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้ารับหน้าตาเฉย "น่าจะสวย"
"..."
"..."
"..."
เหมือนมีคนจุดพลุฉลองวันยี่เป็งหนึ่งร้อยลูกระเบิดตู้มต้ามอยู่กลางหัวใจฉัน จนตอนนี้เหมือนหน้าแดงแป๋ลามไปถึงลำคอแล้ว!
ขณะที่ด้านหลังแก๊งวิศวะ พี่พีทถึงกับต้องหันหน้าเข้าหาฝาผนังเพื่อกลั้นหัวเช็ดหัวขำ พี่วินเอามือกุมปากส่ายหน้าขำ ๆ ส่วนพี่ภูมิยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองทันที เหมือนรับไม่ได้กับความรุกตรง ๆ ทื่อ ๆ ของเพื่อนรัก
"ไอ้กาย..." พี่พีทส่ายหัวระอา "มึงนี่มันจีบหญิงไม่เป็นจริง ๆ ด้วยซ่ะ"
"กูพูดอะไรผิด" คนโดนล้อขมวดคิ้วถามนิ่ง ๆ
"ทุกอย่างเลยไอ้สัส!"
เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นทั่วทั้งห้องเรียน ส่วนตัวฉันน่ะเหรอ... หน้าร้อนผ่าวจนแทบอยากมุดโต๊ะเลคเชอร์หนีไปให้พ้น ๆ ไม่รู้ว่าที่ใจสั่นระเบิดระเบ้อขนาดนี้ มันเป็นเพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปเดินขบวนนางนพมาศ หรือเป็นเพราะผู้ชายหน้านิ่งตรงหน้า... เพิ่งบอกต่อหน้าคนทั้งห้องว่าฉัน ‘น่าจะสวย’ กันแน่!
แก้ไขปรับเปลี่ยนสรรพนามแก๊งเพื่อนสาวให้เป็น "แก / ฉัน / เรา" ตามที่ขอเรียบร้อยครับ โดยยังคงรักษาความตื่นเต้นและความฟินของเนื้อหาไว้เหมือนเดิมครับ
สุดท้าย... ฉันก็ตอบตกลง
ความจริงไม่ได้ใช้เวลาตัดสินใจนานเลยด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่ลิตากับน้ำขิงเริ่มถลึงตาใส่ ส่วนมะปรางก็พนมมืออ้อนวอนเงียบ ๆ ฉันก็รู้ซึ้งถึงชะตากรรมตัวเองทันที
"หนูตกลงค่ะ"
สิ้นคำตอบ รอยยิ้มบางเบาก็ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายของพี่กาย แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่ฉันตาไวพอที่จะเห็น และนั่นก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายพาลเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง
