บทที่ 9 ใจสั่น
การประชุมดำเนินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง
แต่ฉันกล้ายืนยันด้วยเกียรติของตัวเองเลยว่า ตลอดหกสิบนาทีนั้น ฉันจำรายละเอียดงานได้ไม่ถึงครึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจฟังหรอกนะ... แต่เป็นเพราะคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต่างหาก
"ขบวนจะเริ่มจากหน้าหอประชุม..."
"ค่ะ"
"ส่วนจุดปล่อยโคมจะอยู่..."
"ค่ะ"
ฉันได้แต่พยักหน้าเออออตามไปทุกอย่างเหมือนเข้าใจ ทั้งที่ความจริงประสาทสัมผัสทั้งหมดกำลังจดจ่ออยู่กับกลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ แนวสปอร์ตอ่อน ๆ ของพี่กายต่างหาก ให้ตายเถอะ... คนเราจะตัวหอมขนาดนี้เพื่อใครกันนะ
"ใบเฟิร์น"
"...คะ?!" ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ ๆ ก็ถูกเรียกชื่อเสียงดัง
เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นรอบโต๊ะทันที โดยเฉพาะพี่พีทที่ขำจนแทบจะตกเก้าอี้ "น้องเฟิร์นลอยไปถึงไหนแล้วครับเนี่ย"
หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ "ปะ...เปล่าค่ะ"
"เปล่าจริงเหรอ" พี่วินยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่เห็นน้องมองไอ้กายมาเกือบสิบนาทีแล้วนะ"
"..."
ตาย... ฉันตายแน่ ๆ
"มึงก็พูดเกินไป" พี่กายพูดขัดขึ้นมา ช่วยต่อลมหายใจให้ฉันได้เฮือกหนึ่ง แต่ประโยคถัดมาของเขากลับทำให้ระบบความคิดฉันพังทลายลงอีกรอบ "ห้านาทีก็เยอะแล้ว"
ครืน!
เสียงฮาลั่นห้องประชุม ส่วนฉันได้แต่นั่งก้มหน้ามองตักตัวเอง อยากจะมุดโต๊ะหนีไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้เหลือเกิน
"โอเค ๆ เข้าเรื่อง" พี่อุ่นรีบเข้ามาช่วยชีวิต ก่อนจะหันมาทางฉัน "สรุปคือช่วงนี้จะมีซ้อมเดินขบวนทุกเย็นนะ แล้วน้องก็ต้องมาลองชุดด้วย"
"ชุดเหรอคะ?"
"ชุดนางนพมาศน่ะ"
มะ...ไม่ใช่สิ ตอนนี้ไม่มีเพื่อนของฉันอยู่ในห้องสักคน แต่ทำไมฉันถึงได้ยินเสียงกรี๊ดเชียร์ลีดเดอร์ดังกระหึ่มอยู่ในหัวตัวเองล่ะ
"ไม่ต้องเครียดนะ" พี่อุ่นยิ้มให้ "ชุดสวยมาก"
"ใช่เลย" พี่พีทพยักหน้าสนับสนุน "ปีที่แล้วนะ ผู้ชายทั้งมหา'ลัยแห่มาดูจนลานแตก"
"มึงเลิกพูดเหมือนกำลังขายของได้ไหม" พี่ภูมิเอ่ยขึ้นมาเป็นประโยคแรกในรอบสิบนาที จนทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว
"อ้าว" พี่พีทเลิกคิ้ว "มึงยังอยู่เหรอวะ กูนึกว่าหลับไปแล้ว"
พี่ภูมิถอนหายใจหน่าย ก่อนจะหันมามองฉัน "ถ้าใส่ชุดจริง..."
"..."
"...ปีนี้คนคงเยอะกว่าเดิม"
ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ไม่แน่ใจว่านั่นคือคำชมหรือเปล่า แต่พี่พีทกลับตบโต๊ะดัง ปัง!
"เออ! กูก็ว่า น้องน่ารักขนาดนี้..."
"หยุดเลย"
น้ำเสียงเรียบสนิทของพี่กายดังขัดขึ้น ทุกคนเงียบกริบทันที แม้แต่ฉันยังต้องหันไปมอง ดวงตาคมกำลังจ้องเพื่อนตัวเองนิ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อย่าแซวจนน้องอึดอัด"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ ส่วนฉัน... หัวใจกลับเต้นช้าลงอย่างประหลาด เพราะน้ำเสียงนั่นไม่ได้ฟังดูดุ แต่มันฟังดู... ปกป้อง เหมือนเขากำลังกลัวว่าฉันจะไม่สบายใจจริง ๆ
"โอเคครับพ่อคนดี" พี่พีทยกมือยอมแพ้ "กูไม่แซวแล้วก็ได้"
"ดีที่สุด" พี่กายตอบ ก่อนจะหันกลับมาทางฉันแล้วลดระดับเสียงลง "ถ้ามีใครแกล้ง... บอกพี่นะ"
"..."
และแล้ว... หัวใจฉันก็หยุดเต้นไปอีกครั้ง
หลังเลิกประชุม นักศึกษาคนอื่น ๆ ทยอยแยกย้ายกันกลับ ฉันกำลังก้มเก็บสมุดใส่กระเป๋า จังหวะนั้นพี่อุ่นก็เดินเข้ามาหา
"เดี๋ยวพี่ไปส่งนะเฟิร์น"
ฉันชะงัก "เอ๊ะ?"
"พอดีหอหญิงมันทางเดียวกับพี่น่ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะพี่อุ่น เกรงใจ..."
"เกรงใจอะไรล่ะ" พี่พีทโผล่มาจากไหนไม่รู้ "น้องตัวเล็กแค่นี้ กลับมืด ๆ คนเดียวอันตรายจะตาย"
"ใช่ ๆ" พี่วินพยักหน้าเห็นด้วย "ให้คนไปส่งดีกว่า"
ฉันกำลังจะอ้าปากปฏิเสธอีกรอบ แต่แล้วเสียงเข้มก็ดังแทรกขึ้น
"เดี๋ยวกูไปส่งเอง"
ทุกคนในห้องเงียบกริบ รวมถึงฉันด้วย พี่กายยืนอยู่ไม่ไกล สายตายังคงจับจ้องเอกสารในมือเหมือนพูดเรื่องลมฟ้าอากาศธรรมดา ๆ
"มึงต้องไปประชุมชมรมต่อไม่ใช่เหรอวะ" พี่พีทท้วง
"เลื่อนแล้ว"
"เมื่อกี้ยังไม่เห็นเลื่อนเลย"
"ตอนนี้เลื่อนแล้ว"
"..."
พี่พีทหันไปมองพี่วิน พี่วินหันไปมองพี่ภูมิ ส่วนพี่ภูมิยกแก้วน้ำขึ้นดื่มพลางส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนคนที่เป็นล่ามแปลอาการเพื่อนจนเหนื่อยใจเกินเยียวยา
"งั้น..." พี่อุ่นอมยิ้มบาง ๆ "ฝากด้วยนะมึง"
"อืม" พี่กายตอบสั้น ๆ แล้วหันมามองฉัน "ไปไหม"
"ค่ะ..." ฉันพยักหน้าตอบรับโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตอบตกลงไปตอนไหน
รู้เพียงอย่างเดียวว่า... อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ฉันกำลังจะได้เดินกลับหอกับพี่กายตามลำพัง และแค่คิดถึงเรื่องนั้น หัวใจมันก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว!
