บทที่ 8 Chapter 7

เหมือนว่าตอนนี้ลูกสาวของเธอจะยังช็อคอยู่ มันก็แน่อยู่แล้วน้ำมนต์โตมากับแม่ที่ทำงานเป็นแม่บ้านมาครึ่งชีวิต คงไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมาเป็นลูกคนใหญ่คนโตแบบนี้

“ท่านภูวนัย จิระกาญจน์กุลอย่างนั้นเหรอคะ เขามามอบทุนที่มหาวิทยาลัยของหนูทุกปีเลยค่ะ แล้วหนูก็เจอเขาหลายครั้งเลยด้วย นี่พ่อเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแต่แม่กลับมาทำงานเป็นแม่บ้านเนี่ยนะ”

น้ำมนต์มองแม่อย่างไม่อยากจะเชื่อ คนเป็นแม่ยิ้มขำออกมาก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“เมื่อก่อนพ่อเป็นนักธุรกิจจ้ะ ที่บ้านเขาทำเกี่ยวกับนำเข้าอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ารถหรู อสังหาริมทรัพย์เยอะแยะไปหมด แม่คิดผิดเองที่คิดว่าคนรวยและดีอย่างพ่อเขาจะโสด เพิ่งมาเล่นการเมืองได้สองสามปีนี้เอง”

“อย่างนี้นี่เอง”

“อยากเจอพ่อมั้ย เขาพร้อมให้หนูทุกอย่างที่อยากจะได้ ถ้าหนูตัดสินใจไปอยู่กับพ่อตอนนี้หนูจะมีชีวิตกลายเป็นเจ้าหญิงทันที”

น้ำมนต์มองคุณแม่ของเธอก่อนจะส่ายหน้าทันที เธอไม่รู้จักเขาและไม่มีความผูกพันใดๆด้วย ต่างกับที่นี่เธอผูกพันกับทุกคนเหมือนครอบครัวเดียวกัน คนอย่างน้ำมนต์ไม่เคยโลภอยากได้เงินของใคร หรืออยากสบายทางลัด เธออยู่ของเธอมาแบบนี้และมีความสุขดีกับชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้

“ไม่เอาค่ะเราอยู่แบบนี้ดีแล้ว พ่อเขามีลูกชายมีภรรยาที่ต้องดูแลเราไปก็เหมือนส่วนเกิน อยู่แบบที่เคยต่างคนต่างอยู่ดีที่สุดแล้วค่ะแม่”

“ภรรยาของพ่อเสียชีวิตเมื่อสองปีก่อน น่าจะโรคประจำตัวที่เป็นอยู่นั่นแหละ คุณภูมิบอกว่าแม่ของเขาก่อนตายฝากฝั่งให้มาดูแลหนูที่เป็นน้องต่างแม่ เธอบอกว่าเด็กไม่รู้เรื่องอะไรและควรจะมีชีวิตสุขสบายเหมือนเขา เพราะยังไงก็เป็นลูกเหมือนกัน”

“มิน่าล่ะเขาถึงมาหาหนู แต่ช่างมันเถอะค่ะหนูแค่รู้ความจริงเท่านี้ก็สบายใจแล้วค่ะ”

น้ำมนต์ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่าพ่อเป็นใครแถมยังมีพี่ชายต่างแม่อีกคน แต่เธอคงไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกเขาหรอก อยู่แบบนี้แหละ

“ตอนนี้หนูหิวอ่ะแม่ทอดไข่เจียวให้หน่อยสิคะ”

“กินอย่างอื่นบ้างลูก บำรุงตัวเองหน่อยเรียนต้องใช้สมองเยอะนะ เดี๋ยวแม่ทำหมูให้กิน”

“ก็ได้ค่ะ”

น้ำมนต์สวมกอดคุณแม่ของเธอก่อนจะผละออกแล้วปล่อยให้แม่ไปทำอาหารให้เธอ ส่วนตัวเองก็มาในห้องนอนเลือกของที่จะไลฟ์สดขายตอนเย็น วันนี้ว่าจะขายเครื่องรางแล้วก็หินนำโชค เห็นแบบนี้เธอศึกษาเรื่องพวกนี้มาอย่างละเอียด อีกอย่างมันเป็นความเชื่อของใครของมันซึ่งคนที่มาซื้อกับเธอก็ต้องมีความเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย

ตกดึกหลังจากที่เธอไลฟ์สดขายของเสร็จก็เดินออกมานั่งเล่นที่สวนหน้าบ้าน คุณหญิงป้าท่านมีบ่อปลาคราฟมีน้ำตกเหมือนร้านอาหารของญี่ปุ่นเลยสวยมากๆ

“เจ้าปลาทำอะไรกันไม่หลับไม่นอน”

น้ำมนต์นั่งเท้าคางมองลงไปยังบ่อปลา มองฝูงปลาคราฟแหวกว่ายเล่นอยู่ในน้ำอย่างเพลิดเพลินตา เวลาเธอเบื่อหรือมีอะไรให้คิดก็จะชอบมานั่งเล่นตรงนี้ มันเงียบสงบและสบายใจอย่างประหลาด คงเพราะเสียงน้ำไหลกระทบกันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นล่ะมั่ง

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ยัยน้ำเน่า”

นนท์ที่เลี้ยงฉลองการเซ็นสัญญากับทางค่าย GD เสร็จก็เดินทางกลับมาที่บ้านอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอน้ำมนต์นั่งเล่นคุยกับปลาอยู่ตรงนี้

“มาคุยกับปลาค่ะ”

“คนบ้าอะไรมาคุยกับปลา เธอนี่นะ… เฮ้อ!”

น้ำมนต์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่ได้กวนประสาทชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าจะนิดๆหน่อยๆก็ตาม

“แล้วทำไมวันนี้กลับดึกจังเลยคะ ทำไมแก้มแดงๆเหมือนดื่มแอลกอฮอล์มาเลย”

“นิดหน่อยฉลองกับตัวแทนของทางค่าย GDนะ”

“ที่เซ็นสัญญานะเหรอคะ นึกว่าเฮียนนท์เซ็นไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วซะอีก”

เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อจำได้ว่าตัวเองไม่ได้บอกเรื่องเมื่อวาน

“อ่อ เซ็นไปแล้วไงแต่ว่าเพิ่งจะฉลองวันนี้เอง”

“อ่อค่ะ วันนี้โชคดีแน่นอนเลย เห็นมั้ยบอกแล้วว่าให้พกเครื่องรางติดตัวไปจะได้โชคดี”

“โชคดีอะไรไร้สาระ เครื่องรางเธอฉันทิ้งไปตั้งแต่เช้าแล้ว อะไรก็ไม่รู้เกะกะ”

เขาเอ่ยออกมาเสียงดัง น้ำมนต์ทำหน้าเสียดายสุดขีด ของดีแท้ๆทิ้งได้ยังไงกันเขานี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ

“ว้าแย่จัง… เสียดายของหมดรู้มั้ยว่าเครื่องรางนี้ได้มาจากวัดดัง กว่าจะสั่งมาได้ใช้เวลารอเกือบสองเดือน เฮียนนท์นี่ไม่รู้คุณค่าซะเลย มีแค่ร้อยชิ้นเท่านั้นด้วยถ้าน้ำมนต์เอาไปปล่อยในเพจรู้มั้ยคะว่าราคาเท่าไหร่”

หญิงสาวบ่นออกมาสารพัดอย่างน้อยให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดบ้างก็ยังดี เอาของดีของเธอไปทิ้งฝันไปเถอะว่าจะได้อะไรจากเธออีก

“มันจะเท่าไหร่กันเชียว เธออย่าเวอร์มากนักเลย ถ้าเสียดายฉันจ่ายให้ก็ได้เท่าไหร่ล่ะ”

เขาเอ่ยออกมาอย่่่างไม่รู้สึกผิดใดๆ แถมยังกวนประสาทกลับอีก หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างอารมณ์เสีย มันไม่ใช่เรื่องของเงินแต่มันคือความตั้งใจที่เธออยากเอาให้เขาเก็บไว้กับตัว เธอเป็นห่วงเขาเพราะทำงานแบบนี้ต้องพบเจอผู้คนมากมายและยังต้องไปแข่งขันกับคนอื่นอีก

มันไม่ใช่เรื่องของเงินค่ะถ้าน้ำมนต์อยากได้เงินไม่เอาไปให้เฮียหรอก ช่างเถอะค่ะของที่น้ำมนต์ให้เฮียมันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้วนี่”

น้ำมนต์หน้างอง้ำลุกขึ้นเดินออกไปจากตรงนั้นทันที เขาอ้าปากค้างมองตามหญิงสาวอย่างงุนงง แต่นี้เองถึงต้องโกรธกันเลยเหรอ อะไรวะเนี่ย…

“นี่! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนยัยน้ำเน่า”

น้ำมนต์เอามือปิดหูของตัวเองทั้งสองข้างไม่รับรู้อะไรจากคำพูดของเขาอีก เขาตีค่าความเป็นห่วงของเธอเป็นเงินทองไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างที่เธอทำไปเพราะหวังดีไม่ใช่หวังเงิน นนท์มองตามเธอไปจนลับสายตาก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เขาเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองก่อนจะหยิบเครื่องรางที่น้ำมนต์ให้เขาเมื่อเช้าขึ้นมาถือไว้

“ไม่ได้ทิ้งซักหน่อย ก็แค่พูดเล่นเฉยๆโกรธซะงั้น เหอะ! เด็กยังไงก็คือเด็ก เฮ้อ!”

เขาถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะเอาไปใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์แล้ววางไว้บนโต๊ะ ส่วนน้ำมนต์เมื่อมาถึงห้องนอนเธอก็เอาหมอนมาตีหลายทีอย่่างระบายอารมณ์โกรธ

“นี่แน่เฮียนนท์คนบ้า! คนอุตส่าห์เป็นห่วงคอยดูเถอะคราวหลังจะไม่ทักไม่บอกอะไรแล้ว จำไว้เลย!”

~~~~~~~~~~~~~~~~~

แกล้งอะไรไม่เข้าเรื่อง

น้อนงอนแล้วนะ 🤣🤣🤣

คนอ่านหายไปไหนหมดเนี่ย สงสัยไม่สนุก

เราไปเปิดเรื่องใหม่กันป่ะ 😅😅😅

บทก่อนหน้า
บทถัดไป