บทที่ 2 บทที่ 1 สิ่งของที่ถูกลืม

บทที่ 1 สิ่งของที่ถูกลืม

สองชั่วโมงก่อนหน้านี้

(เมลมาถึงยัง ถ้ามาถึงแล้วรอพี่อยู่ลานจอดรถนะ เดี๋ยวพี่ไปหา)

“เมลใกล้ถึงแล้วค่ะ พี่เจฟให้เมลรออยู่ข้างรถใช่ไหมคะ”

(ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปหาเราแป๊บเดียว)

รอยยิ้มดีใจแต้มขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาว ทว่าในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างแผ่วๆ ผ่านเข้ามาโดยไม่ทราบสาเหตุ เมลชะเง้อมองไปข้างหน้า รถกำลังเลี้ยวผ่านประตูสนามแข่งรถเข้ามาด้านใน เสียงเครื่องยนต์และบรรยากาศรอบตัวดูคึกคักผิดกับหัวใจของเธอที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

พอรถจอดสนิท เธอก็รีบตอบกลับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงหวานใสกลบความรู้สึกแปลกๆ นั้นไว้

“ถึงแล้วค่ะ เห็นรถพี่เจฟแล้วด้วย”

(โอเค เดี๋ยวพี่ออกไปตอนนี้เลย)

เมลวางสาย ก่อนจะเดินไปที่รถของแฟนหนุ่มและยืนพิงประตูรออยู่ ลมยามเย็นพัดผ่านผิวกาย แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก เธอเหลือบมองไปรอบๆ ลานจอดรถอยู่หลายครั้ง ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไร

ประมาณสิบนาทีต่อมา เจฟเดินออกมาจากด้านในในชุดแข่งสีแดงดำ เขาโบกมือทักทายพร้อมรอยยิ้มละมุน ภาพนั้นทำให้เมลโล่งใจลงนิดหนึ่ง เจฟเดินเข้ามากอดเธอแน่น หอมผมเธอเบาๆ หนึ่งที ทว่ากลิ่นเหงื่อและความร้อนจากร่างเขากลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดปกติ

“พี่ต้องลงแข่งนะ เรารออยู่ในรถ ห้ามออกไปไหน แล้วก็…พี่จะไม่ได้ใช้โทรศัพท์สักพัก” น้ำเสียงของเขาเร่งรีบกว่าปกติ ราวกับมีบางอย่างกำลังกดดันอยู่

“อ๋อ ได้ค่ะ” เมลตอบรับ แม้จะพยักหน้าตาม แต่แววตากลับเผลอฉายความลังเลออกมาเพียงเสี้ยววินาที

“เก่งมากเด็กดี รอพี่อยู่นี่นะ” เขาส่งกุญแจรถให้เธอ “เข้าไปนั่งรอข้างในเลย ห้ามไปไหนเด็ดขาด”

คำว่า เด็ดขาด ทำให้เมลเอียงหน้าเล็กน้อย ความสงสัยแล่นวูบขึ้นมา เธอมองท่าทางร้อนรนของแฟนหนุ่มอย่างพยายามจับสังเกต แต่สุดท้ายก็เลือกยิ้มสดใสกลับไป

“ขอให้ชนะนะคะ เมลรออยู่”

“ได้เลย พี่จะเอาชัยชนะมาฝากน้อง”

“รักพี่เจฟนะ” เธอโบกมือให้เขา จนกระทั่งร่างสูงรีบวิ่งหายไป ความวุ่นวายรอบตัวกลับเงียบลงในฉับพลัน เมลกดรีโมตเปิดรถ เข้าไปนั่งรออยู่ภายในตามที่บอก แต่หัวใจกลับไม่ยอมสงบนิ่งเหมือนเคย

เจฟคือแฟนคนแรก และเป็นรุ่นพี่ต่างมหา’ลัยที่เธอเปิดใจคบ ทั้งสองคบกันมาได้สี่เดือน ทุกอย่างควรจะรู้สึกดีแต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เมลกลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งรออะไรบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้

“รถสะอาดจัง…” เธอพึมพำเบาๆ สายตากวาดมองไปรอบคันรถ ก่อนจะหยุดลงที่พวงมาลัย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นจากความทรงจำแสนอบอุ่น ทว่ารอยยิ้มนั้นค่อยๆ จางหาย เมื่อหัวใจกลับรู้สึกหน่วงๆ อย่างไม่มีเหตุผล เมลยกมือขึ้นกุมอกตัวเองไว้แน่น

“ทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้นะ” เธอเข้าใจว่ารถคันนี้เขารักและหวงมาก ปกติแล้วแทบไม่ได้จับกุญแจรถกับเขาเลย แต่วันนี้เขายกกุญแจรถให้เธอครองแล้วยังพูดจาแปลกๆ “ช่างเถอะ” เมลยิ้มบางๆ แล้วกดลดกระจกลงก่อนจะปรับเบาะรถเอนลงนอนเล่นไปพลางๆ

เจฟวิ่งกลับมาหาทีม ก่อนจะพยักหน้าให้รุ่นพี่เบาๆ

“ไหน ของที่มึงจะเอาลงเดิมพันล่ะ”

“รถผม…กับของในรถ”

รุ่นพี่เลิกคิ้ว “รถมึงเนี่ยนะ มึงแน่ใจเหรอวะ ไหนบอกรักนักรักหนาไงคันนี้”

“รัก” เจฟตอบทันที ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “แต่มันก็แค่ของนอกกายไหมพี่”

“เออ ขอให้มันจริงอย่างที่พูดแล้วกัน” รุ่นพี่มองเขาอย่างชั่งใจ “แล้วของในรถมูลค่าเท่าไรวะ”

“ก็…อาจจะพอๆ กับรถ”

“เออ อย่างน้อยก็สมน้ำสมเนื้อ” รุ่นพี่ตบไหล่เขาเบาๆ “ไป เตรียมตัวลงแข่ง”

เจฟยิ้มมุมปาก

“ยังไงผมก็ชนะอยู่แล้วพี่ ล้มเจ้าของสนามสักครั้ง ให้คนเอาไปพูดหน่อย”

“กูชอบความมั่นใจมึงนะ” รุ่นพี่เตือนเสียงเรียบ “แต่อย่าลืมว่ามันก็เก่งพอตัว ไหนจะไต้ฝุ่น ไหนจะไอ้เปอร์อีก”

“หึ” เจฟหัวเราะในลำคอ “ก็อยากชนะสักครั้งเหมือนกัน อยากรู้ว่าคนเก่งๆ พอแพ้แล้วจะทำยังไงต่อ”

สองชั่วโมงหลังการแข่งขันจบลง ผลออกมาอย่างที่ไม่มีใครคาด เจฟแพ้ และซานเข้าเส้นชัยไปอย่างหวุดหวิด

ในห้องเปลี่ยนชุด เจฟนั่งก้มหน้า กำมือแน่นจนเล็บจิกลงฝ่ามือ รุ่นพี่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า

“กูไม่อยากซ้ำเติมนะ” เสียงนั้นเบาลง “แต่กูว่ามึงยังขาดประสบการณ์ในสนาม”

เจฟแค่นหัวเราะอย่างฝืนๆ

“แต่ก็ซ้ำเติมอยู่ดีไหมวะพี่”

รุ่นพี่ถอนหายใจเบาๆ แล้วตอบกลับ “ผลมันออกมาแบบนี้แล้ว กูส่งของเดิมพันให้มันเลยนะ”

“เดี๋ยวพี่” เจฟเงยหน้าขึ้น มองกุญแจรถของตัวเองในมืออีกฝ่ายด้วยแววตาเสียดาย “ผม…ขอเวลาหน่อยได้ไหม” เขาลุกพรวด แล้วรีบเดินออกจากห้องพัก กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังลานจอดรถ แต่พอเข้าใกล้รถคันนั้น รถที่เขาบอกว่าเป็นแค่ของนอกกายเจฟกลับหยุดนิ่ง เขาถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเขาหยุดอยู่ที่เมลและยืนมองอยู่ไกลๆ

“ขอโทษ” เสียงพึมพำเบาหวิว ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่ากับใคร ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหารุ่นพี่เพื่อให้คำตอบที่รู้ดีอยู่แล้ว

“เอาไง” รุ่นพี่ถาม “กูเอาไปให้มันเลยนะ”

เจฟพยักหน้าเบาๆ

“อืม”

กลับมาปัจจุบัน

เมลพยายามโทรหาแฟนหนุ่มเป็นสิบๆ สาย แต่ปลายทางก็โทรไม่ติดเลย ฝากหมายเลขโทรกลับ เธอส่งข้อความทุกช่องทางที่เคยติดต่อเขา แต่กลับได้เพียงความเงียบตอบกลับมา

“ฉันเสียเวลามากพอแล้วนะ” ซานเหลือบตามองเวลาบนข้อมือ แล้วหันไปมองหน้าหญิงสาว “เอาไงก็ว่ามา แต่เธอต้องรู้กติกาการเดิมพันนะ ถ้าจะเอารถคันนี้คืนก็ให้แฟนเธอไปหาเงินมาให้ฉัน”

“พี่เจฟไม่มีทางทำกับเมลแบบนี้แน่นอน เรารักกัน”

“หึหึ นี่กูต้องมายืนฟังเขาบอกรักกันเหรอวะ” ซานพึมพำกับตัวเอง “เอาไงก็เอา ไปเคลียร์กันให้จบซะ เพราะฉันต้องรีบไปฉลองกับเพื่อน” เขายื่นหน้าไปพูดใกล้ๆ ก่อนเอียงหน้ามองเธอ “เธอก็น่ารักนะ แต่ไม่น่าโง่ไปคบกับไอ้เจฟเลย”

“นี่!”

“ทำไม นี่ลูกแมวกำลังขู่เหรอ หึหึ น่ารักเชียว” ซานหยิบบุหรี่ออกมาจากซองขึ้นมาคาบไว้ “ฉันให้เวลาจนถึงสูบหมดมวนนี้เท่านั้นนะ”

เมลมองหน้าเขาเขม็ง ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถ แต่ซานไวกว่า เขาเปิดประตูรถหยิบกุญแจออกมาถือไว้

“นี่เอามานะ”

“ทำไม นี่มันรถฉันแล้ว เจ้าของใหม่จะถือกุญแจรถ เธอจะทำไม”

หญิงสาวทำหน้ามุ่ยใส่เขา แยกเขี้ยวใส่ราวกับแมวน้อยกำลังขู่ แต่ซานไม่ถือสา เขาจุดบุหรี่สูบหน้าตาเฉย

“ฉันสูบบุหรี่หมดมวนเร็วนะ ถ้าเอาแต่มายืนจ้องหน้ากันแบบนี้…ก็ไม่รับประกันนะ” เขาพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มบางตา และลานจอดก็เหลือรถไม่กี่คันแล้ว

ครืด~ ครืด~

โทรศัพท์เขาสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซานคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก หยิบออกมากดรับสายของไทเกอร์

“เออ กำลังจะไปเลย”

(ไปเหี้ยไร รอนานแล้วเนี่ย มาได้แล้ว)

“เออๆ เดี๋ยวรีบเหยียบไปเลย”

(อะไร ติดปัญหาไรไหม ทำไมช้าวะ) เสียงของไต้ฝุ่นแทรกเข้ามาในสาย

“ติดธุระนิดหน่อย” เขาเหลือบตามองหญิงสาว ก่อนจะยกมือขึ้นมาเคาะหลังคารถเบาๆ พร้อมทำท่าถามคนตัวเล็กว่าจะเอายังไงต่อ เธอกลับเบือนหน้าหนี “เออ เดี๋ยวรีบไป”

(เออ รีบมาเลย) ไทเกอร์วางสายไปก่อน

ซานคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วมอง

“บุหรี่หมดละ เธอจะเอาไงก็ว่ามาเลย เสียเวลามาพอแล้ว”

“พี่โกหกใช่ไหม”

“โกหกอะไรล่ะ ถ้าฉันโกหกเธอ กุญแจรถอีกอันจะมาอยู่ที่ฉันได้ยังไง อีกอย่างนะ” ซานพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก “รอบแข่งนี่เป็นรอบเถื่อน แฟนเธอขอมาเอง”

“…”! เมลหน้าถอดสี น้ำตาค่อยๆ ไหลออกจากรอบดวงตาแดงก่ำจากการอดกลั้น ความรักและความไว้ใจพังทลายลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“ถ้าเธอฉลาดพอก็น่าจะเดาออก ว่าแฟนเธอมันปลิ้นปล้อนแค่ไหน เลิกร้องไห้แล้วไปหาผัวใหม่เถอะ”

“ไม่ใช่” เธอเม้มปากทั้งท่าแย้งเขาเสียงแข็ง “แค่เป็นแฟน”

“เออ ไปหาแฟนใหม่เถอะ ไอ้นี่มันเลว” ซานเน้นคำสุดท้าย แล้วเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย เขาสตาร์ตรถ แต่ก่อนจะขับออกไปจึงลดกระจกลง ยื่นหน้าไปคุยกับเมล “หรือว่าเธอจะไปกับฉันล่ะ?” มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็เลือกเอาแล้วกันนะ จะยืนร้องไห้โง่ๆ รอมันอยู่ตรงนี้ หรือไปกับฉัน”

“เมลโง่มากใช่ไหม” เธอเบะปากร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว

ซานจิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปหาหญิงสาว เขาเปิดประตูรถออกกว้าง ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเธอเบาๆ ก่อนออกแรงดันตัวเธอเข้าไปนั่งในรถ เมลเองก็นั่งลงอย่างว่าง่ายซ้ำยังร้องไห้โฮราวกับเขื่อนพัง ส่วนเขาก็เดินอ้อมมาขึ้นฝั่งคนขับแล้วขับออกไปทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป