บทที่ 6 บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืน

บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืน

กลับขึ้นมาบนห้องนอน เมลทิ้งตัวฟุบลงกับที่นอนอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เธอซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นจมอยู่ในความเงียบของห้อง

ขณะเดียวกัน ซานขับรถมาจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ทางเข้าหมู่บ้านของเมล เขาลงไปหยิบของกินในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกาแฟแก้วหนึ่งกับแซนด์วิชในมือ

“ไอ้เหี้ยเจฟ” เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นคนที่ไม่อยากเจอเดินเข้ามาใกล้ ทั้งที่คนที่อยากเจอกลับหาเท่าไรก็ไม่เห็นเงา

ซานไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขานั่งลงบนม้านั่งไม้หน้าร้าน จิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะกัดแซนด์วิชคำโต

“ผมมาขอรถกับ…” เจฟชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนต้องกล้ำกลืนบางอย่างลงคอ “กับแฟนคืน พี่จะเอาเท่าไร”

“เสียงหมาเห่าแต่เช้าเลยเว้ย” ซานพูดเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง และยังกินต่ออย่างไม่รีบร้อน “จะมายืนมองหน้ากูทำไม ออกไปไกลๆ หน่อย กูกินไม่อร่อย”

“ผมรู้ว่าพี่หมายถึงผม ไม่ใช่หมา” เจฟกัดฟันแน่น “ผมอยากได้ของคืน พี่จะเอาเท่าไรก็พูดมา”

“เศษเหล็กคันนั้นน่ะเหรอ” ซานเพยิดหน้าไปทางรถของเจฟ รถที่ตอนนี้กลายเป็นของเขาแล้ว

“สามล้าน”

“ไม่เอา” ซานตอบทันที “ไม่คุ้มกับสิ่งที่กูต้องแลก”

“อย่ากวนตีนดิ” เจฟเริ่มขึ้นเสียง “ตกลงจะเอาเท่าไร”

“เก็บเงินมึงไว้เถอะ” ซานพูดนิ่งๆ แต่คำพูดเฉือนคม “แล้วกลับไปบอกพ่อแม่มึงด้วย ว่าเงินน่ะซื้อความเอาแต่ใจของมึงไม่ได้”

“แล้วจะเอายังไง!”

“ไม่เอายังไง” ซานยกกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ “กูแค่ไม่แลกของที่ได้มา กับเศษเงินของมึง… อีกอย่าง” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาฉายแววพอใจ “ของที่มากับรถน่ะ กูเริ่มถูกใจแล้วสิ กูว่ามันคุ้มกว่าที่มึงจะควักเงินมาให้ซะอีก”

สีหน้าเจฟซีดเผือด

“เมล…พี่ทำอะไรเมล”

“แล้วถ้ากูทำ มึงจะทำไม” ซานย้อนอย่างไม่ใส่อารมณ์ “มึงไม่มีสิทธิ์มาหวงก้างของเดิมพันที่กูได้มาอย่างถูกต้อง”

“เมลเป็นแฟนผม!”

“จุ๊ๆ” ซานยิ้มมุมปาก “พูดใหม่ เมลเป็นของเดิมพัน ที่กูได้มาต่างหาก” เขาเอนหลังพิงพนักม้านั่ง ยกขาไขว่ห้างอย่างสบายใจ “สถานะของเธอตอนนี้คือของของกู ไม่ใช่ของมึง”

ซานเหลือบตามองเจฟเพียงแวบเดียว ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“กลับไปซะ กูกินกาแฟไม่อร่อย” แล้วเสริมทิ้งท้ายอย่างไม่แยแส “แล้วอย่าสะเหล่อมาให้กูเห็นหน้าอีก”

เจฟยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่น เขาอยากพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อซาน อยากต่อย อยากตะโกน อยากทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนสิ่งที่ถูกแย่งไป แต่ร่างกายกลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดี คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาจะต่อกรได้ด้วยอารมณ์

ซานไม่แม้แต่จะสนใจสีหน้าของอีกฝ่าย เขาลุกขึ้นจากม้านั่ง ทิ้งแก้วกาแฟเปล่าลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ ปิดประตูเสียงดังปึง! ราวกับเป็นสัญญาณจบการสนทนา

เครื่องยนต์ถูกสตาร์ต รถเคลื่อนออกจากปั๊มอย่างช้าๆ ทิ้งเจฟไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางความวุ่นวายในยามเช้า

เจฟทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่ง เขาหายใจถี่ มือหนึ่งยกขึ้นปิดหน้า ความจริงค่อยๆ ถาโถมใส่เขาอย่างไม่ปรานี

เขาไม่ได้แพ้แค่รถและไม่ได้แพ้แค่เงิน แต่เขาแพ้ตั้งแต่เลือกเอาคนที่รักไปวางบนโต๊ะเดิมพัน

ในขณะเดียวกัน รถของซานแล่นเข้าสู่ถนนเส้นหลัก เสียงยางเสียดกับพื้นถนนดังสม่ำเสมอ เขาขับด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ปลายนิ้วที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าในหัวของเขาไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่แสดงออกมา

ภาพใบหน้าของเมลผุดขึ้นมาในความคิด ดวงตาที่พยายามเข้มแข็ง เสียงที่สั่นเล็กน้อย และความเงียบที่เธอใช้ต่อต้านทุกอย่าง ในที่สุดซานก็แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“หน้าแม่งดื้อชะมัด” เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของเธอเมื่อคืนวานนี้ ก่อนจะตีไฟเลี้ยว แล้วรถเลี้ยวเข้าทางที่มุ่งหน้าไปยังที่ที่เขาต้องไปในเช้านี้

ด้านเมล บนเตียงนอนเธอยังคงขดตัวอยู่ในท่าเดิม น้ำตาซึมเปื้อนหมอนจนชื้น เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างตัวถูกเธอมองผ่านๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เธอไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังแตกสลาย ใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้ชีวิตของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคำว่า ของเดิมพัน ที่ไม่มีวันหายไปง่ายๆ

คอนโดใหม่ของซาน 12:30 น.

ร่างสูงเดินออกจากลิฟต์พร้อมผิวปากอย่างอารมณ์ดี มือหนึ่งควงกุญแจรถ ส่วนอีกข้างถือคีย์การ์ดเปิดเข้ามาในห้องพักตัวเอง

“พี่ซาน”

“โอ๊ย…ตกใจหมด กูนึกว่าผี!”

“นี่พูดกูมึงกับซินเหรอคะ”

“อุทาน พี่อุทาน แล้วนี่มาได้ยังไง ไหนบอกมีงานต้องทำไง” ซานวางกุญแจและคีย์การ์ดลงในกล่องใส่ของบนโต๊ะข้างกับทีวี แล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างกับซินดี้

“ซินดี้เป็นห่วงพี่ชาย โทรไปไม่รับสาย ส่งข้อความก็ไม่อ่าน”

“อ๋อ” ซานล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมา ปรากฏว่ามันแบตหมด “แบตหมดน่ะ โทษที”

“นี่ไปเมาที่ไหนมาหรือเปล่า ควงหญิงที่ไหนไปเปิดห้องมาไหม หรือว่าพาสาวสวยที่ไหนไปกินตับมา” ซินดี้กอดอกสอบสวนพี่ชายราวกับเขาเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรง

“ไปดื่มกับเพื่อนมาน่ะ”

“อ๋อ แล้วไปค่ะ งั้นหนูขอตัว”

“เดี๋ยวก่อน เอาคีย์การ์ดห้องพี่มาจากไหน”

“ก็…” ซินดี้ทำหน้าทะเล้นใส่เขา ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งไปที่ประตูห้อง ซานเดินตามมา ก่อนจะยืนพิงผนังห้อง กอดอกมองซินดี้กำลังสวมรองเท้า

“นี่”

“คะ?”

“ได้แอบไปสนามแข่งหรือเปล่า”

“เปล่านะ”

“พี่แค่ถาม”

“ไม่ได้ไปเลย ก็พี่ซานห้ามนี่นา”

“นี่แปลกใจนะ ว่าน้องสาวพี่ทำไมรู้จักฟังความพี่ขนาดนี้ มันแปลกๆ”

“แปลกยังไงไม่ทราบ อ่อ!” เธอทำตาโตเมื่อนึกอะไรออก “ไหนล่ะคะ ลายเซ็นของพี่เปอร์”

“หึ!” ซานหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม โดยที่ซินดี้ไม่เดินตามไปแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้เพียงยู่ปากอย่างนึกเสียดายเท่านั้น แล้วรีบออกไปจากห้องพี่ชาย

วันต่อมา ณ มหา'ลัย 09:20 น.

เมลถือกระเป๋าใส่งานเดินเข้ามาในตัวอาคารด้วยความอ่อนล้า ด้วยไม่ได้นอนเต็มที่ บวกกับอากาศเมื่อคืนเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นยะเยือก ไข้หวัดจึงเล่นงานเธอ

“เมล”

ข้อมือเล็กถูกจับไว้แน่นโดยเจฟที่เดินออกมาจากหลังเสาร์ เขาไม่แคร์สายตานักศึกษาคนอื่นที่เดินผ่านไปมา

“ปล่อยค่ะ” เธอก้มมองมือที่จับแขนเธอไว้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไม่หาย ทว่าไม่ได้อยากอ้อนวอนให้เขากลับมาแต่อย่างใด “ทำเรื่องเลวๆ ไว้แล้วยังมีหน้ากลับมาหาเมลอีกเหรอคะ” เธอสะบัดมือเขาออกจากแขนแล้วถอยออกห่างจากเจฟหนึ่งก้าว

“เมลพี่อธิบายได้ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ”

“แล้วเป็นแบบไหน คนดีๆ ที่ไหนเอาแฟนตัวเองลวไปเดิมพัน ทั้งที่พี่ก็รู้ว่าการเดิมพันมันมีความเสี่ยงสูงมแล้วยังไงคะ สุดท้ายพี่ก็แพ้”

“แต่พี่กำลังจะเอาเมลคืน พี่กำลังต่อรองราคากับซาน”

เมลนิ่งไปครู่หนึ่ง และมองหน้าเจฟด้วยแววตาสั่นระริก

“เห็นเมลเป็นสิ่งของจริงๆ สินะคะ ถึงได้อยากจับไปวางตรงไหนก็ได้น่ะ” น้ำตาเธอไหลลงบนแก้มนวล

“คนสวย”

แต่เจฟยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง ซานเดินเข้ามาใต้อาคารพร้อมกับถือถุงกระดาษสีน้ำตาลตรงมาทางนี้

“นี่คงเป็นของเธอ ตกอยู่ในรถฉันเมื่อวาน” เขายื่นถุงกระดาษให้หญิงสาว แล้วเหลือบตามองเจฟ “กูว่ากูพูดชัดแล้วนะ ว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก”

“จะเอายังไงก็ว่ามาเลย จะเอากี่ล้าน”

“เศษเงินมึงกูไม่ต้องการ กูเคยให้โอกาสมึงตั้งแต่วันแข่งแล้ว แต่มึงอย่างลืมนะว่าตัวมึงเองที่ตัดสินใจเอาเธอมาลงเดิมพัน” ซานยกแขนกอดคอเมลอย่างสนิทสนม “นี่ของเดิมพันกู เธอเป็นของกูแล้ว”

เมลมองหน้าผู้ชายทั้งสองคนด้วยความสับสนใจ ทั้งรู้สึกน้อยใจลึกๆ ที่ทั้งสองเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งของ

“พี่เจฟ…เราเลิกกันเถอะค่ะ เมลกลับไปรักพี่เจฟแบบเดิมไม่ได้แล้ว” เธอจับแขนซานยกออกจากไหล่ “เมลเป็นของเดิมพันพี่ซานแล้ว ส่วนเขาจะทำยังไงก็สุดแล้วแต่เขา”

“หึหึ ขนาดน้องมันยังเข้าใจ แล้วมึงทำไมไม่เข้าใจอะไรเลย” ซานหันไปพูดกับเจฟด้วยความหงุดหงิด “เลอกมาวอแวของของกูได้แล้ว”

“เมล บอกพี่มาตรงๆ อย่าให้ใครมาบังคับ”

“เมล…กลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้วค่ะ สถานะแฟน หรืออะไรก็ตามแต่” เธอพูดประโยคนั้นเสียงสั่น “เราเลิกกันเถอะ” เธอก้มหน้าทันทีหลังจากพูดจบ ซ่อนแววตาอ่อนไหวและน้ำตาคลอเบาๆ

“ไปเถอะ” ซานจูงมือเมลเดินออกมาจากจุดนั้น ปล่อยให้เจพยืนเคว้งอยู่คนเดียวท่ามกลางสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่เริ่มมองมา

พอเดินมาจนลับสายตาเจฟ ซานก็ปล่อยมือเธอ

“เธอเป็นอิสระทางร่างกาย จิตใจ และความคิด ฉันไม่ได้ผูกมัดเธอด้วยคำว่าของเดิมพันที่จะต้องมาอยู่กับฉันหรือคอยตามติด” เขาพูดขณะติดกระดุมแจ็คเก็ตหนังสีดำ “ตัดสินใจเอาเอง ฉันช่วยได้เท่านี้” เขามองหน้าเธอนิ่งๆ “แต่ถ้าเลือกกลับไปอยู่กับมันอีก เธอก็คนโง่คนหนึ่ง” เขาทิ้งท้ายด้วยคำพูดเจ็บลึก ที่ทำเอาเมลชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

“พี่ซาน”

ซานหยุดเดินแต่ไม่ยอมกันมาหาเธอ

“ถ้าเมลเลือกอยู่ข้างพี่ แล้วเดินหน้าต่อ เมลจะไม่ผิดหวังใช่ไหมคะ”

“ตัวฉันไม่ได้เป็นความหวังของใคร และไม่อยากให้ใครมาคาดหวัง”

เขาหันมามองเธอแป๊บหนึ่งแล้วเดินออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป