บทที่ 9 บทที่ 8 ตีสนิท

บทที่ 8 ตีสนิท

อีกฟากของถนน หลังจากรถของซานขับผ่านไปแล้ว เจฟยังคงนั่งนิ่งอยู่ในรถ สันกรามแข็งเกร็งขบเข้าหากันแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังเส้นทางเดิมราวกับหวังว่าภาพเมื่อครู่จะย้อนกลับมา

รถคันแล้วคันเล่าวิ่งขวักไขว่ผ่านสายตา แต่ไม่มีคันไหนดึงเขาออกจากภาพจำที่ฝังแน่นอยู่ในหัวได้เลย ภาพของเมลที่นั่งซ้อนท้าย เธอกอดเอวซานไว้แน่นอย่างไม่ลังเล และภาพของซานที่ก้มลงผูกสายรองเท้าให้เธอด้วยท่าทีที่คุ้นเคยเกินกว่าจะเรียกว่าแค่คนรู้จัก

มันชัดเจนเกินไป ชัดจนเจ็บปวดที่หัวใจคล้ายถูกบีบซ้ำๆ

เจฟหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าราวกับยอมรับความจริงที่ไม่อยากเชื่อ

“ลืมกันแล้วจริงๆ เหรอเมล” คำถามนั้นไม่มีใครตอบ และถนนเบื้องหน้าก็ยังทอดยาวต่อไป เหมือนความสัมพันธ์ของเขากับเมลที่ไม่มีวันย้อนกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว

ด้านซาน เขาขับรถมาจนถึงร้านกาแฟในซอยแคบๆ เจ้าประจำที่มานั่งจิบกาแฟเพื่อหลบจากความวุ่นวายภายนอก ร้านกาแฟเป็นร้านใต้ตึกเก่าที่มีโต๊ะเพียงสองโต๊ะเท่านั้น แถมเจ้าของร้านยังเป็นวัยรุ่น

“อ้าวเฮีย วันนี้มาแต่หัววันเลย”

“อืม เอาเหมือนเดิมนะ วันนี้ขอเพิ่มน้ำเชื่อมอีกหนึ่งปั้ม” ซานตอบเรียบๆ

“ได้ครับ ว่าแต่น้องสาวเฮียไม่มาด้วยเหรอครับ”

“มา เดี๋ยวก็คงถึง” เขาเลื่อนเก้าอี้นั่งลง พ่นลมหายใจยาวคล้ายคนเหนื่อยล้า สายตาเงยมองท้องฟ้าเหนือแนวตึกเก่าเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย

“วันนี้ร้านเงียบไหม”

“ไม่นะครับ ลูกค้ามาเรื่อยๆ เลย”

“อืม แล้ว…” เขาชะงักเล็กน้อย

“ครับ?”

“อิงค์แวะมาบ้างไหม”

“อ๋อ ไม่เห็นนานแล้วนะครับ ตั้งแต่มากับเฮียครั้งนั้นก็เงียบไปเลย”

“อืม” ซานรับคำสั้นๆ พลางชะเง้อมองรถแท็กซีที่เปิดไฟเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้าน ประตูรถเปิดออกช้าๆ ซินดี้ก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าพะรุงพะรัง

“เฮีย ขอตังค์จ่ายค่าแท็กซีด่วนๆ เลยค่ะ”

ซานส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แต่ก็ลุกไปช่วยถือของ พร้อมหยิบเงินยื่นให้คนขับ

“มาถึงก็รีดเงินพี่เลยนะ”

“ก็หยิบเองไม่ได้จริงๆ นี่คะ”

“หาข้ออ้างเก่ง แล้วอะไรเยอะแยะขนาดนี้” เขาหรี่ตามองกองของบนโต๊ะ

“งานกลุ่มค่ะ”

“งานกลุ่มหรือทำคนเดียวกันแน่”

“ไม่ได้ทำคนเดียวค่ะ พรุ่งนี้เพื่อนจะไปทำต่อที่ห้อง”

“เพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ผู้หญิงสิคะ” เธอกลอกตาเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ พี่ซานเห็นพี่เปอร์บ้างไหม เขาได้ลงแข่งอีกหรือเปล่า” ซานไม่ตอบ เขาเพียงกอดอกจ้องหน้าน้องสาวนิ่งๆ จนเธอชะงัก “โอเคๆ ไม่ถามแล้วก็ได้”

“อารมณ์ดีอยู่ดีๆ จะหาเรื่องให้อารมณ์เสียทำไม” เขาพูดเสียงเข้ม ก่อนหันไปรับกาแฟจากเจ้าของร้าน

“ของซินเอาช็อกโกแลตเย็นหวานน้อยนะคะ ขอด่วนๆ เลย”

“ครับผม”

ซานหันกลับมา กอดอกแล้วเพยิดหน้าถามอีก

“นี่ ถ้าพี่มีแฟน…”

“ไม่ค่ะ”

“ฟังให้จบก่อนสิ”

“งั้นก็ว่ามา” เธอกอดอกกลับ รอฟังอย่างท้าทาย

“ถ้าพี่มีแฟน เราจะทำยังไง”

ซินดี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนครางอืมในลำคอ

“พี่ซานก็รู้ตัวเองดีนี่คะ ผู้หญิงเข้าหาเยอะ แต่ไม่เคยจริงจังกับใครเลย ซินว่ามันยากนะคะเพราะพี่ก็…นิสัยแบบนี้ จะมีใครทนกับพี่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

ซานเลิกคิ้วนิดๆ

“นี่เกิดจากท้องแม่เดียวกับกูแน่เหรอ”

“พูดไม่เพราะ!”

“โทษที” เขายกมือเหมือนขอโทษผ่านๆ “แล้วถ้าเรามีแฟนล่ะ พี่จะลากคอมันมากระทืบให้ดู” เขาพูดพร้อมทำท่าปาดคอประกอบ

“โหดไปไหม แค่น้องมีแฟนเองนะ”

“พี่ก็แค่มีแฟนเองเหมือนกัน” เขาสวนกลับทันที สีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความหวงอย่างชัดเจน

ซินดี้ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะยกแก้วช็อกโกแลตที่เจ้าของร้านเอามาเสิร์ฟขึ้นดูดเงียบๆ ทิ้งให้ซานนั่งกอดอกทำหน้าขรึมเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ซานเดินออกมาจากร้านกาแฟ แล้วเพยิดหน้าให้ซินดี้ไปขึ้นรถ

“เดี๋ยวไปส่ง”

“ขอบคุณค่ะ ประหยัดค่าแท็กซีได้ตั้งหลายบาท”

“เดี๋ยวเก็บย้อนหลัง” ซินดี้ยู่ปากเข้าหากัน แต่ก็คลี่ยิ้มและทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชายตัวเอง

ซานมาส่งน้องสาวถึงคอนโด ส่วนตัวเองก็กลับไปพักผ่อนที่คอนโดเช่นกัน

สองวันต่อมา

รถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อระหว่างทางไปมหาวิทยาลัย เครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้ามาแทนที่ ซานคว้าโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ก่อนเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างไม่รีบร้อน แต่เพียงแค่เงยหน้ามองผ่านกระจกใสของร้าน เท้าทั้งสองข้างก็ชะงักกึก

ร่างบางของหญิงสาวที่เขาไม่ได้สนิทนักกำลังยืนเลือกของอยู่ตรงตู้แช่ แสงไฟสีขาวในร้านยิ่งทำให้เธอดูชัดเจนจนหลบสายตาไม่ได้ ใจหนึ่งเขาอยากหมุนตัวกลับไปขึ้นรถ ขับไปหาร้านอื่นให้มันจบๆ ราวกับการหลีกเลี่ยงคือทางออกที่ง่ายที่สุด แต่อีกใจก็อดขบกรามไม่ได้

‘ทำไมกูต้องเป็นฝ่ายหลบหน้า ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดวะ’

ความคิดนั้นทำให้ปลายเท้าที่เคยลังเลขยับก้าวต่อ ประตูกระจกเลื่อนเปิดออก เสียงประจำที่คุ้นเคยดังแผ่วเบาเหมือนประกาศการตัดสินใจของเขาเอง

“พี่ซาน” เมลเงยหน้าขึ้นและขยับปากเรียกชื่อซานเบาๆ “สวัสดีค่ะ”

เสียงเรียกนั้นทำให้ซานหยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรายตามองเจ้าของเสียงอย่างไม่แสดงอาการอะไรนัก

“อืม” เขาตอบรับสั้นๆ แทนคำทักทาย สายตาไล่มองเธอแค่พอเป็นมารยาทแล้วก็เบนหนีไปยังชั้นเครื่องดื่มใกล้ๆ

เมลยิ้มบางๆ เหมือนไม่สะทกสะท้านกับท่าทีเฉยชาของเขา เธอปิดตู้แช่แล้วก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ระยะห่างที่เคยพอดีกลับถูกย่อให้แคบลงอย่างตั้งใจ

“พี่ซานมาเช้าจังเลยค่ะ ไปมหา’ลัยเหรอคะ” น้ำเสียงเธอฟังดูเป็นกันเองเกินระดับคนรู้จักผิวเผิน “เมลก็แวะซื้อข้าวเช้าก่อนไปเรียนเหมือนกันค่ะ”

ซานเหลือบตามองการขยับเข้ามาใกล้นั้น เขาไม่ได้โง่พอจะมองไม่ออกว่าเธอกำลังพยายามทำให้บทสนทนาดูสนิทสนมมากกว่าความจริง

“เมล” เขาเอ่ยชื่อเธอเรียบๆ แต่แฝงความห่างเหินชัดเจน “อย่ามาตีสนิท”

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้าง

“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เขาพูดต่อโดยไม่ลดระดับเสียง “ไม่ต้องทำเหมือนรู้จักกันดี” บรรยากาศรอบตัวเหมือนเย็นวูบลงทันที ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในร้านไม่ได้แรงไปกว่าเดิม

ซานหยิบขวดกาแฟจากตู้แช่ขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเดินเลี่ยงเธอไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน ทิ้งให้เมลยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมความรู้สึกที่ถูกตัดบทอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย

“ขี้เก๊กชะมัดเลย ใครอยากตีสนิทไม่ทราบ แล้วเราเจอกันตั้งหลายรอบแล้วด้วย” เธอย่นจมูกบ่นเบาๆ ลับหลังเขา แต่พอดูเวลาบนโทรศัพท์แล้วจึงรีบเอาของไปคิดเงิน ซึ่งซานก็ยังไม่ได้ไปไหน “ของพี่คนนี้คิดรวมกันเลยนะคะ”

“รวยมากหรือไง” เขาหันมาถามขณะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงรอของอุ่นร้อนอยู่

“ไม่ได้รวยค่ะ แค่รู้จักตอบแทนบุญคุณเท่านั้น” เธอตอบแบบไม่เงยหน้ามองเขาแม่แต่นิด แต่กลับถูกฝ่ามือหนาวางบนศีรษะ แล้วบังคับให้เธอเงยหน้ามองเขาตรงๆ “ทะ ทำอะไรคะ”

“มองหน้าฉัน”

“กะ ก็มองอยู่”

“อย่ามาทำตัวรวยแถวนี้ เป็นแค่เด็กปีสอง ไม่ต้องอยากมาเลี้ยงกาแฟเลี้ยงข้าวใคร เอาเงินไปซื้อปากกาดีกว่า” พูดจบก็เอาเงินตัวเองจ่ายทั้งค่ากาแฟและของกินทั้งหมด รวมของเมลด้วย

“ก็แค่อยากเลี้ยงตอบแทนบุญคุณนี่คะ”

“รู้ แต่ไม่ได้เรียกร้อง”

“ก็แค่รับ”

“จุ้น!”

“ไม่ได้จุ้น” เมลตอบกลับ

“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ แล้วจะไปหรือยัง” เขาเชิดหน้าถามเธอ

“ค่ะ” เมลยู่ปาก แล้วถือถุงของเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ

“ไหนๆ เธอก็อยากตีสนิทฉันแล้ว งั้นก็…ขึ้นรถไปทำความรู้จักกันบนรถหน่อยสิ”

“หืม? ต้องทำความรู้จักอีกเหรอคะ ก็พี่ซานทำอย่างกับไม่อยากรู้จักเมลแล้วนี่นา”

“ก็ตามใจ แต่เวลาเจอกันที่อื่นเธอก็ห้ามเข้ามาทักแล้วกัน ฉันรำคาญ”

“ดะ เดี๋ยวๆ” เธอเม้มปากแน่น ‘ทำความรู้จักเขาไว้ก็ไม่เสียหายนี่นา อีกอย่างเขาก็น่าจะมีอิทธิพลมากอยู่ เวลามีเรื่องจะได้อ้างชื่อเขาได้’ “ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มแป้นแล้วเดินไปขึ้นรถเขาอย่างว่าง่าย

“ทีแบบนี้รู้งานเชียวนะ” ซานส่ายหน้าเบาๆ อย่างระอาใจ แล้วรีบเดินตามเธอไปขึ้นรถ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป