บทที่ 12 งานแรก

สภาพโคตรล่อแหลม เพราะหน้าของฉันอยู่ที่แผงอกเปล่า ๆ ของเขาแค่คืบ แถมพอฉันทำท่าจะผลักออกแต่ก็กลัวแผ่นหลังจะชนกับเตาเลยทำให้ขยับไปไหนไม่ได้ ซ้ำพี่ภีมม์ก็ไม่ยอมขยับตัวออก

“ซุ่มซ่ามเหมือนกันนะเนี่ยเรา”

“พี่ภีมม์นะแหละเดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“แต่พี่ก็ทักเราตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วไม่ใช่หรือครับ”

คราวนี้ฉันเถียงไม่ออกเลยเพราะเป็นแบบที่พี่ภีมม์พูดจริง ๆ แต่ก็นั่นละ ฉันทั้งได้ยินทั้งเห็นว่าพี่ภีมม์เดินมา แต่ฉันแค่ไม่คุ้นชินกับกลายเห็นผู้ชายหล่อแบบนี้แล้วทำตัวแบบสบายเกินไปด้วยการใส่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเดินไปเดินมาภายในบ้าน มันก็มีบ้างไหมที่วางตัวไม่ถูกนิดนึง

เข้าใจแหละว่าเราต้องปรับตัวเข้าหากันเพราะเราแต่งงานกันแล้ว แต่ฉันคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำตัวแบบเป็นตัวของตัวเองมากไปหน่อย

แต่ยังไงแล้ว พี่ภีมม์ผิดก็อยู่ดีเพราะอยู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้ชิดฉันขนาดนี้

“ก็เฟิร์นไม่ชินนี่คะ เวลาเห็นผู้ชายใส่แต่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินไปเดินมาแบบนี้” ฉันพูดออกไปตรง ๆ

“เมื่อก่อนตอนพี่อยู่คนเดียวพี่ไม่ใส่อะไรเดินด้วยซ้ำ” เขาพูดพลางโน้มตัวมากระซิบที่ข้างหูเล่นเอาฉันยิ่งรู้สึกเขินไปกันใหญ่ คือแหม....คนเราเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนชัดเจนขนาดนี้เลยก็ได้ม้างงงง

“ฟะ เฟิร์นว่าพี่ภีมม์ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไปทำงานสายเจ้านายจะว่าเอา”

“เจ้านายพี่ใจดี”

“เห็นเขาใจดีก็ต้องยิ่งเกรงใจอย่าเอาเปรียบเขาสิคะ ไปอาบน้ำเถอะค่ะ เพราะนี่ใกล้เวลาลีโอจะมารับเฟิร์นไปทำงานแล้ว”

อยู่ ๆ ดีพี่ภีมม์ก็ปล่อยฉันจากอ้อมแขน แถมยังทำสีหน้าไม่พอใจเมื่อพูดเสร็จ หรืออาจจะตั้งแต่ฉันพูดชื่อลีโอ

“ที่ไม่อยากให้พี่ไปรับไปส่งเพราะอยากไปกับเพื่อนคนนั้นมากกว่า?”

“เปล่าเลยค่ะ เฟิร์นแค่เกรงใจพี่ภีมม์ กลัวพี่ภีมม์จะไปทำงานสาย ที่สำคัญเพื่อนมารับมาส่งก็ประหยัดดี”

“ทำไมต้องเกรง...”

ครืดดดด

“อุ้ย ลีโอน่าจะโทรมา สงสัยใกล้จะมาถึงแล้วเฟิร์นบอกเขาให้โทรบอกก่อนมาถึงยี่สิบนาที งั้นเดี๋ยวเฟิร์นไปเตรียมตัวก่อนนะคะ” ฉันเลี่ยงไปหยิบมือถือแล้วหันไปรับสายลีโอเพื่อนัดเวลา ก่อนจะวางสายแล้วหันมาตักอาหารใส่จานให้พี่ภีมม์ก่อนเอาไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร

ส่วนพี่ภีมม์ก็ยังยืนมองด้วยสีหน้าที่ฉันเองก็คาดเดาไม่ถูก แต่ในเวลากระชั้นชิดที่ลีโอใกล้จะมาถึงแบบนี้ ทำให้ฉันไม่ทันได้ใส่ใจความรู้สึกของพี่ภีมม์มากนัก ฉันรีบถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนจะจัดเสื้อผ้าชุดทำงานให้เข้าที่ ดีว่าตั้งแต่ตอนตื่นนอนตอนเช้าฉันอาบน้ำมาแล้ว เลยไม่ค่อยแต่งตัวอะไรมากนักจึงทำเวลาได้ค่อนข้างไว

รู้ตัวอีกทีก็ออกจากห้อง โดยที่ไม่ทันสังเกตสีหน้าและความรู้สึกของพี่ภีมม์อีกเลย

และนับตั้งแต่วันนั้น ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ภีมม์ถึงไม่ได้พัฒนามากขึ้น นอกจากเลิกงานพี่ภีมม์เตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้ ส่วนตอนเช้าฉันเป็นฝ่ายเตรียมให้เขา และนอกจากนั้นเราก็แทบจะไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะพี่ภีมม์มักจะใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในห้องทำงานของเขามากกว่า

แต่ก็นะ….ช่างมันเถอะ ความสัมพันธ์ของคนที่ไม่ได้รักกันมาแต่งงานกัน ก็คงจะเป็นเหมือน ๆ กันหมด

อย่างนี้สินะที่มีคนบอกไว้ ถ้าเราโชคดีในเรื่องงาน ก็อาจจะโชคไม่ดีเรื่องความรักก็เป็นได้

ในขณะที่ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์งานของฉันเริ่มลงตัวขึ้นเรื่อย ๆ

อยู่ ๆ พี่แจนหัวหน้าแผนกของฉันก็บอกว่า แผนกเรากำลังจะมีพนักงานใหม่เพิ่มเข้ามาอีกคน และคล้ายเธอจะเป็นเด็กฝากของผู้จัดการฝ่ายการเงินฝากมา

เธอชื่อเอมี่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชน ดูเป็นลูกคุณหนูใส ๆ หน้าตาน่ารักไม่มีพิษมีภัย วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน เอมี่ก็ดูหน้าตาเป็นมิตรนอบน้อมน่ารักแถมยังยิ้มหวานให้กับฉัน แต่พอรู้ว่าฉันเองก็เป็นพนักงานใหม่และเพิ่งมาทำงานก่อนเธอสองอาทิตย์ อยู่ ๆ เธอก็ดูเชิดใส่ฉันขึ้นมาซะงั้น ซึ่งข้อนี้ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เอาเป็นว่าฉันมองเธอเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ไม่ได้มองเป็นคู่แข่งเพื่อสร้างงานผลงานอะไรทั้งนั้น และก็ไม่ได้ใส่ใจด้วยว่านางจะเชิดใส่ฉันเพราะอะไร เพราะฉันสนใจแค่งานที่ได้รับมอบหมายมากกว่า

ด้วยความที่ฉันผ่านการเทรนงานมาถึงสองอาทิตย์ ทำให้ในตอนนี้ฉันเริ่มสามารถออกหาลูกค้าเองได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับงานแรก ฉันยังต้องมีลีโอออกไปเป็นเพื่อนด้วยเพราะฉันยังใหม่มาก

“ตื่นเต้นไหมครับใบเฟิร์นที่จะต้องพบลูกค้ารายแรก”

“ถามได้ ตื่นเต้นสิเฟิร์นกลัวจะพรีเซนต์ติด ๆ ขัด ๆ มากเลย”

ทั้งที่เตรียมตัวมาดีมากแล้วนะ แต่เมื่อมันเป็นงานแรกที่ฉันต้องพบลูกค้า และเป็นงานที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรง เลยอดที่จะประหม่าไม่ได้

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวถ้าติดตรงไหนเราช่วยเสริม”

ลีโอยิ้มอ่อนโยนมาให้ เขาใจดีกับฉันเสมอตั้งแต่วันแรกที่เข้างานเลยก็ว่าได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป