บทที่ 13 ผู้หญิงคนนั้น

เราสองคนมาที่บริษัท JK จิเวอรี่ เพราะเร็ว ๆ นี้ทางบริษัทกำลังจะเปิดสาขาใหม่ให้กับลูกสาวคนเดียวที่เพิ่งกลับมาจากอิตาลี ว่ากันว่าเธอเป็นลูกคุณหนูที่สวยมาก ชื่อ จณิสิตา เห็นม่ะ แค่ฟังชื่อก็สวยแล้ว แถมออฟฟิศของเธอก็ดูอลังการมาก เรียกว่าค่าตกแต่งภายในแบบนี้น่าจะหลายสิบล้าน รวมไปถึงถ้าฉันได้งานโปรเจคงานเปิดตัวสาขาจิเวอรี่ของเธอคงจะต้องเน้นความหรูหราและอลังการไม่เบา

ไม่ช้าเราสองคนก็พากันมาถึงที่หน้าห้องทำงานของเธอ โดยมีพนักงานจากด้านล่างตึกมาพาอีกที

“สวัสดีครับ เราสองคนมาพบคุณจณิสิตาที่นัดไว้”

ลีโอบอกกับเลขาสาวหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่หน้าห้อง ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มหวาน ๆ กลับมาให้

“อ่อ ได้ค่ะคุณเจนนี่แจ้งเอาไว้แล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”

เลขาสาวลุกขึ้นผายมือชวนพวกเราสองคน แต่ที่ฉันเอะใจนิดหน่อยคือชื่อที่เรียกว่า “เจนนี่” มันช่างเหมือนชื่อผู้หญิงคนนั้นที่เคยโทรหาพี่ภีมม์เจ้าบ่าวของฉันเลย

เฮ้อ…ทำไมถึงหนีชื่อนี้ไปไม่พ้นเลยนะ

และทันทีที่ประตูห้องเปิดขึ้น ภาพผู้หญิงในชุดสูทอามานี่สีขาวราวกับเจ้าหญิงผู้สง่างามหันมาส่งยิ้มให้กับฉันและลีโอ ฉันถึงกับตกตะลึง คือนอกจากความสวยมาก ๆ ของผู้หญิงตรงหน้าแล้ว คือผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่ฉันเห็นปรากฏรูปในหน้าจอมือถือของพี่ภีมม์

“สวัสดีครับคุณจณิสิตา พวกเราสองคนมาจากบริษัทเดอะวันออแกไนเซอร์ ผมธีรดลส่วนนี่ศนิชาเป็นตัวแทนจากบริษัทครับ” ลีโอเป็นฝ่ายแนะนำตัวแทนฉันที่ยังคงนิ่งอึ้งอยู่ ส่วนเขาก็แค่กำลังแก้สถานการณ์ให้ฉัน

“ยินดีค่ะ เชิญนั่งสิคะ”

เธอเอ่ยเชิญพวกเรานั่ง ส่วนฉันก็ได้แต่พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติยิ้มตอบรับแล้วพากันนั่งลง ขนาดเสียงของเธอยังหวานมาก ๆ หวานสมกับหน้าตาหวาน ๆ ของเธอเลย

พวกเราคุยแนะนำตัวให้เธอฟังพอประมาณ ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่องงานโปรเจคที่นำเสนอ ฉันพยายามตัดเรื่องที่คุณเจนนี่กับพี่ภีมม์ว่าเป็นอะไรกันออกแล้วมีสมาธิให้กับงานมากที่สุด ที่สำคัญดูเหมือนพี่ภีมม์คงจะไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับฉันเลยว่าเราสองคนแต่งงานให้ผู้หญิงคนนี้ฟัง เพราะเธอเหมือนจะเพิ่งรู้จักฉันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนฉันก็ได้แต่ตามน้ำแล้วมุ่งประเด็นให้อยู่แต่เรื่องงานอย่างเดียว

พอเรานำเสมอโปรเจคงานเปิดตัวสาขาใหม่ให้เธอเสร็จ ดูเธอจะพอใจกับงานที่ฉันนำเสนอมาก ก่อนที่เธอแจ้งว่าจะติดต่อนัดหมายเพื่อคุยเรื่องการจัดสถานที่อีกครั้ง เท่านั้นหัวใจฉันก็พองโตเหมือนว่าตัวเองเริ่มประสบความสำเร็จไปอีกขั้น จนลืมใส่ใจเรื่องที่เธอเป็นอะไรกับพี่ภีมม์จนเกือบหมด

ถ้าไม่ติดว่า...ก่อนที่ฉันกับลีโอจะขอตัวและลุกออกมา สายจากมือถือของเธอก็ดังขึ้นมาก่อน และเพราะมือถือของเธอวางอยู่บนโต๊ะทำให้ฉันเห็นเป็นชื่อพี่ภีมม์และรูปของเขาที่คุณเจนนี่ตั้งเอาไว้บนหน้าจอ

“ขอเสียมารยาทรับโทรศัพท์สักครู่นะคะ” เธอหันมาบอกพวกเรายิ้ม ๆ ส่วนฉันในตอนนี้คือทำหน้าไม่ถูกแล้ว

เสียงสนทนาของเธอตอนคุยกับพี่ภีมม์ดังขึ้น ส่วนฉันก็ได้ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของที่นำมาพรีเซ้นต์ใส่กระเป๋า

“พอดีเจนนี่คุยงานอยู่ค่ะ แต่ว่าจะเสร็จแล้ว”

...

“ใช่ ภีมม์ต้องมางานเปิดตัวเจนนี่ด้วยนะคะ นี่ว่าจะนัดเจอภีมม์เอางานไปให้ช่วยดูว่าโอเคไหม ภีมม์ช่วยเจนนี่คิดด้วยนะว่าจะเอาอะไรเพิ่มดี”

...

“อื้อ น่ารักที่สุดคนดีของเจนนี่ ไว้ภีมม์ว่างเมื่อไหร่เราค่อยนัดเจอกันนะคะ เจนนี่รอฟังเรื่องเซอร์ไพรส์ของภีมม์อยู่”

...

“บายค่ะ แล้วเจอกัน”

คุณเจนนี่ดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อคุยกับพี่ภีมม์ ก่อนเธอจะหันมาขอโทษฉันกับลีโออีกครั้ง

“เจนนี่ต้องขอโทษที่เสียมารยาทมาก ๆ นะคะ พอดีคนสำคัญของเจนนี่โทรมา จะไม่ได้รับก็ไม่ได้เดี๋ยวเขาน้อยใจ”

คำพูดของคุณเจนนี่ทำให้ฉันรู้สึกจุกขึ้นมาเฉย ๆ นี่ถ้าคุณเจนนี่รู้ว่าฉันคือเจ้าสาวของพี่ภีมม์เธอจะรู้สึกและทำหน้ายังไงนะ แต่ที่แน่ ๆ ฉันเดาว่าตอนนี้เธอคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันแม้แต่น้อย มันน่าน้อยใจชะมัดที่พี่ภีมม์ไม่พูดเรื่องของฉันให้คุณเจนนี่ฟังเลย

ฉันรู้ว่าพี่ภีมม์ไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แต่มันก็อดรู้สึกไม่ดีไม่ได้ที่พี่ภีมม์มีผู้หญิงคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เราสองคนแต่งงานกันแล้ว

ที่สำคัญฐานะหน้าที่การงานของคุณเจนนี่ดูเหนือกว่าฉันมาก รวมไปถึงความสวยของเธอฉันเทียบไม่ติดเลยจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป