บทที่ 4 ข้อตกลงระหว่างเรา
Talk ภีมม์
ผมรู้ว่าเธอคู่นัดบอดของผม ไม่ได้เปิดอ่านประวัติของผมจากเมล์ที่ส่งไปให้เลย ไม่เหมือนกับผมที่อ่านข้อมูลของเธอไปมานับสิบรอบ ผมว่าเธออาจจะผิดหวังเล็กน้อยที่ผมไม่ได้แต่งตัวสุภาพอย่างที่คนนัดบอดทั่วไปแต่งมา และตอนนี้เธออาจจะผิดหวังเข้าไปอีกที่คิดว่าคู่นัดบอดอย่างผมเป็นแค่เซลล์ขายรถธรรมดา
เธอคือใบเฟิร์น ลูกสาวคนเดียวของเพื่อนสนิทคุณพ่อ เธอกับผมอายุห่างกันถึงเจ็ดปี ใช่ผมอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ในขณะที่ใบเฟิร์นอายุแค่ยี่สิบเอ็ด ตอนที่เธอเพิ่งคลอดใหม่ ๆ คุณพ่อและคุณแม่ของผมเคยพากันไปเยี่ยมครอบครัวของเธอ
“ดีเลยที่นายได้ลูกสาว เอาไว้ถ้าลูกสาวนายอายุยี่สิบแล้วเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ให้ลูกนายกับฉันแต่งงานกันทันทีเลยนะเว้ย”
คำสัญญาระหว่างผู้ใหญ่ที่เป็นมั่นเป็นเหมาะเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ทำให้ผมรับรู้มาตลอดว่าเด็กน้อยแบเบาะในวันนั้นจะต้องกลายเป็นเจ้าสาวของผมในอนาคต ในขณะที่ผมเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ แต่เธอกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลยสักนิด
“ต่อไปคุณควรเรียกผมว่าพี่ พี่ภีมม์ เพราะผมอายุมากกว่าคุณ” ผมบอกเจตนาของผมให้เธอรู้ เพราะอายุของเราค่อนข้างห่างกันพอสมควร
“อ่อจริงสิ คุณอายุมากกว่าฉันนี่นา”
“พี่ภีมม์-ครับ” ขนาดผมเพิ่งบอกเธอไปหยก ๆ ไม่ถึงวินาที เธอก็ลืมซะแล้ว
“อ่าได้ค่ะ พี่ภีมม์” ริมฝีปากสวยของเธอเม้มแน่นคล้ายกับกำลังเขินที่ผมให้เธอเรียกว่าพี่ ก็นะ...ขนาดผมยังฟังดูแปลก ๆ แต่ก็ดันรู้สึกดี
“ในเมื่อเราสองคนต้องแต่งงานตามคำตกลงของผู้ใหญ่ โดยที่ฉันและคุณ เออ...พี่ พี่ภีมม์ไม่เต็มใจ งั้นเราสองคนมาทำข้อตกลงกันก่อนดีไหมคะ”
นี่เธอคิดเป็นตุเป็นตะจากไหนว่าผมไม่เต็มใจ แล้วถ้าผมบอกออกไปว่าผมเต็มใจ เธอจะเชื่อผมไหมนะ
เดาว่า...ไม่
...
“คือฉันว่าถ้าเราสองคนต้องแต่งงานกันจริง ๆ ฉันอยากทำงานไปด้วยได้ไหมคะ คุณ...เอ๊ยพี่ภีมม์คิดดูนะคะฉันเพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ ฉันควรจะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่อุตส่าห์เรียนมาตั้งหลายปีได้ทำงานก่อน พี่ภีมม์จะโอเคไหมถ้าฉันจะขอทำงานไปด้วยเพราะฉันไม่อยากแต่งงานแล้วอยู่เป็นแค่แม่บ้านเฉย ๆ”
“ได้ครับ”
“แล้วก็งานแต่งงาน ฉันอยากให้จัดเล็ก ๆ แค่ภายในครอบครัว เพราะบอกตามตรงค่ะว่าฉันยังรู้สึกอายเพื่อน คือพี่ภีมม์ต้องเข้าใจนะว่าฉันเพิ่งอายุแค่ยี่สิบเท่านั้นเอง ฉันว่ามันไวเกินไปที่จะต้องแต่งงานในอายุขนาดนี้ แล้วถ้าคุณ...เอ่อ พี่ภีมม์ตกลงทุกข้อเสนอที่ฉันขอ เราสองคนจะแต่งงานกันก็ได้ค่ะ เพราะต่อให้ฉันหรือพี่ปฏิเสธครั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงจับพี่กับฉันแต่งงานกับคนอื่นอยู่ดี ถ้าเป็นพี่ภีมม์ฉันว่า ฉันไม่ติดอะไร”
ใบเฟิร์นพูดเป็นฉาก ๆ อย่างไม่ปล่อยช่องว่างให้หายใจ ผมว่าเธอเป็นคนตรงไปตรงมาและดูสดใสมากกว่าที่ผมคิด ที่สำคัญตัวจริงของเธอและดวงตาของเธอสวยกว่าในรูปเป็นไหน ๆ
แต่เมื่อกี้เธอว่าไงนะ...เธอเพิ่งพูดว่าไม่ติดอะไรอย่างงั้นเหรอ หมายความว่า เธอกำลังจะบอกว่ายินดีที่จะแต่งงานกับผมโดยไม่ติดอะไรอย่างนั้นเหรอ
“ค่ะ...ว่าไงคะ ได้ไหมคะ” เสียงหวาน ๆ ของเธอเรียกสติของผมที่กำลังเผลอเอาแต่จ้องหน้าหวาน ๆ ของเธออยู่
“ได้ครับ”
“อีกอย่างเราแค่แต่งงานกันตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ มันไม่ได้เกิดจากความรักเพราะอย่างนั้นเราแยกห้องนอนกันด้วยก็ได้ค่ะ” เธอยื่นใบหน้าสวย ๆ ของเธอมองมาที่ผม ดูเธอจริงจังมากกับความคิดของเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ผมออกความเห็นเลย แต่ก็นะ...ดวงตาเป็นประกายที่จ้องมองผมอยู่ทำให้ผมไม่กล้าปฏิเสธเธอ ถ้าผมบอกว่าไม่...ดวงตาของเธอจะหม่นลงไปไหมนะ
“ได้ครับ...ถ้าทำได้” ผมเลยเลือกที่จะตอบเธออ้อม ๆ แบบนี้แหละ แต่ผมว่าทำไม่ได้หรอกถึงทำได้ผมก็ไม่ทำ
“เอ...แล้วมีอะไรอีกน้า เฟิร์นนึกไม่ออก เอาไว้นึกออกจะบอกอีกนะคะ แล้วพี่ภีมม์ละ อยากมีข้อยกเว้นอะไรบ้างในการแต่งงานครั้งนี้”
“แทนตัวเองว่าเฟิร์นแบบเมื่อกี้...ก็พอ” ผมไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ คือพอได้ยินเธอเผลอแทนตัวเองว่าเฟิร์นแล้วแบบ ฟังดูแล้วมันก็น่ารักดี
