บทที่ 6 คืนเข้าหอ

เอาอีกแล้วพี่ภีมม์เล่นตอบกำกวมแบบนี้อีกแล้ว ฉันหน้างอออกมาไม่รู้ตัวแต่มันคงไม่มีทางเลือกแหละ จะออกไปนอนโซฟาเองก็ใช่ที่ หรือจะไล่พี่ภีมม์ออกไปนนอนที่โซฟาก็ใช่เรื่อง

ไหน ๆ เราสองคนก็แต่งงานกันแล้ว แต่ไม่ได้เกิดจากความรัก เพราะงั้นเรื่องอันตรายอะไรคงไม่มีทางเกิดขึ้น (หรอกมั้งนะ) ฉันพยายามบอกตัวเองไม่ก็กำลังหลอกตัวเองอยู่นั่นแหละ

เอาแค่ตอนนี้ พี่ภีมม์ถอดเสื้อสูทแล้วแขวนไว้ที่แขน ตามด้วยปลดกระดุมแขนเสื้อออกที่ละเม็ด เท่านี้ฉันก็เริ่มหายใจติดขัดแล้ว คนอะไรไม่รู้ขนาดท่าปลดกระดุมยังเท่ห์

“เราอาบน้ำก่อนไหมเดี๋ยวพี่ค่อยอาบทีหลังก็ได้” เขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างกับรู้ตัวว่าฉันกำลังนั่งแอบมองการกระทำของเขาอยู่

“พี่ภีมม์อาบก่อนเลย เฟิร์นรอได้ เฟิร์นอาบน้ำนาน”

“พี่ก็อาบน้ำนาน หรือเราจะอาบพร้อมกันเลย”

“หา...” ฉันถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินที่พี่ภีมม์พูดออกมา ส่วนเขาก็ยกยิ้มออกมาน้อย ๆ เหมือนพูดแกล้งยั่วให้ฉันกลัว

“ว่าไงครับ จะอาบพร้อมกันหรือเราจะอาบก่อนพี่” พอเขายื่นข้อเสนอมาอีก คราวนี้ฉันไม่กล้าลีลาเลยรีบตอบตกลงทันที ขืนไม่รีบฉันกลัวต้องอาบน้ำด้วยกันอย่างที่พี่ภีมม์ว่า

แต่...อื้อ ชุดแต่งงานทำไมมันถอดยากแบบนี้นะ ฉันเอื้อมแขนหมายจะรูดซิปที่อยู่ตรงแผ่นหลังออก แต่รูดมาได้ครึ่งเดียวมือก็เอื้อมไม่ถึงแล้ว ก็ตอนแต่งตัวมีช่างแต่งหน้าแต่งตัวมาให้นี่นา ใครจะไปรู้ว่าชุดแต่งงานถอดกันยากแบบนี้

“มานี่ หันหลังมา พี่ถอดให้”

“ตะ แต่...”

“หรือเราจะแต่งตัวนอนทั้งแบบนี้?”

“ก็ได้ค่ะ” ฉันหน้างอเล็กน้อย จำต้องลุกขึ้นยืนหันหลังให้ภีมม์อย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก ส่วนพี่ภีมม์ก็ทำท่าเขยิบเข้ามาใกล้แผ่นหลังของฉัน ชนิดที่ใกล้มาก ๆ ใกล้จนเหมือนสัมผัสลมหายใจที่พ่นอยู่แถว ๆ หู

ซิปถูกเลื่อนลงช้า ๆ ตามด้วยปลายนิ้วที่ไล้ลงแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา จนทำให้ฉันขนลุก รู้ตัวอีกทีซิปก็เลื่อนไปอยู่ตรงเกือบ ๆ แถวก้น จนฉันรู้สึกวูบวาบตรงปลายนิ้วที่เขาเลื่อนต่ำลงมา เพราะสัมผัสแปลก ๆ ทำให้ฉันหมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับคนที่รูดซิปช้ามาก ช้าแบบตั้งใจอย่างไงไม่รู้

“พะ พอแล้วค่ะ ที่เหลือเฟริน์ถอดชุดเองได้ ขอบคุณนะคะ”

สายตาพี่ภีมม์ก้มมองต่ำลงมาอยู่แวบหนึ่ง ทำให้ฉันรู้ตัวเองว่าพลาดที่หันกลับมา เพราะทันทีที่ซิปถูกรูดลงมาจนถึงสะโพก เกาะอกมันก็หลุดลงมาจนเห็นหน้าอกของฉันที่แปะด้วยซิลิโคน

“กะ กรี๊ดดดด” ฉันรีบคว้าชุดแต่งงานที่กำลังจะหลุดไม่หลุดแหล่ โกยขึ้นมาปิดมาไว้ที่อก

“มะ ไม่เห็น ไม่เห็นใช่ไหมคะ”

“ครับ พี่มองแค่แป๊บเดียว”

โอ๊ยยยยย...ตอบแบบนี้ก็คือเห็นแล้วเหอะ งื้อ...น่าอายชะมัด

ฉันรีบหอบชุดแต่งงานยกขึ้นมาทั้งแบบนั้น ตั้งใจจะวิ่งหนีความอายตรงไปที่ห้องน้ำ แต่แม่เจ้า! เพราะชุดแต่งงานยาว ๆ แบบนี้ทำให้ฉันเผลอเหยียบมันเต็มเท้า และก็นั่นแหละ....ตามที่คิดเลย

ในขณะที่ท้าวเหยียบชายชุดแต่งงานจนถลาไปข้างหน้า ชุดมันก็เลยกองไปอยู่ที่ปลายเท้า และโชคดีที่ฉันไม่ทันล้มลงไปกองที่พื้นตามชุดเพราะท่อนแขนของพี่ภีมม์รั้งตัวฉันเอาไว้ทันก่อนจะล้มลงไป

แต่..

งื้อ...หน้าอกฉันที่แปะแค่ซิลิโคน ดันอยู่ตรงแขนของพี่ภีมม์พอดีเลย

“กรี๊ดดดดดดดดดดด” 

ฉันรีบเด้งตัวออกมาจากอ้อมแขนของพี่ภีมม์ แต่เหมือนซิลิโคนเจ้ากรรมช่างไม่รักดี อาจจะเพราะแรงเสียดสีกับท่อนแขนแกร่งของเขา มันเลยหลุดออกมาหน้าตาเฉย

กรี๊ดดดดดดด

เสียงกรี๊ดสนั่นขอฉันดังออกมาเป็นรอบสอง ก่อนที่ฉันจะตั้งสติได้แล้วรีบโกยเอาชุดเจ้าสาวเข้ามาปิดที่หน้าอกอีกครั้ง

“พะ...พี่ภีมม์ไม่ได้มองใช่ไหมคะ” ฉันถามแบบไม่ได้คาดหวังเอาคำตอบ เพราะลำพังแค่เห็นใบหน้าที่แดงจัดของพี่ภีมม์ที่กำลังเบือนหน้าไปทางอื่นแต่กลับมีสีหน้าแดงจัดไปจนถึงใบหู ฉันก็พอรู้คำตอบได้ทันที ยิ่งพี่ภีมม์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามยิ่งทำฉันแทบอยากจะร้องไห้

“ฟะ...เฟิร์นไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“ระวังหกล้มอีกนะครับ” เสียงพูดไล่ตามหลังของพี่ภีมม์ ทำให้ฉันไม่รู้อายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน พอเข้ามาในห้องน้ำได้ฉันก็ได้แต่กรี๊ด กรี๊ดแบบไม่มีเสียงเป็นสิบ ๆ รอบ ๆ แต่ดูเหมือนพี่ภีมม์จะรู้เพราะฉันได้ยินเสียงพี่ภีมม์ตะโกนเข้ามา

“เมื่อกี้พี่มองไม่ทันหรอกครับ ไม่ต้องคิดมาก พี่เห็นแค่ซิลิโคนที่มันหลุดออกมาเท่านั้น”

หึ...คราวนี้ฉันยิ่งกรี๊ดหนักไปกันใหญ่ เห็นซิลิโคนหลุดก็ต้องเห็นนมฉันไหม เขานี่โกหกไม่เนียนเอาเสียเลย สู้ไม่พูดออกมายังดีกว่า

น่าอายที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป