บทที่ 8 ขอยกเลิกงานฮันนีมูน
อ่อ อีกเรื่องหนึ่งหลังจากที่เราสองคนแต่งงานกัน คือเรามีแพลนที่จะต้องเดินทางไปฮันนีมูนที่มิลานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทำให้ในตอนนี้เป็นพี่ภีมม์เองที่นั่งอยู่ในห้องนอนซึ่งกำลังนั่งจัดกระเป๋าเดินทางอยู่
แต่ทว่า...อยู่ ๆ ก็มีสายโทรเข้าจากบริษัทออแกไนเซอร์ที่ฉันไปร่อนใบสมัครทิ้งเอาไว้ก่อนหน้าที่จะแต่งงาน เรียกฉันไปทำงานในวันรุ่งขึ้นพอดี
และ...ไม่ต้องสงสัยถ้าให้เลือกระหว่างฮันนีมูน กับงานใหม่ที่ฉันเพิ่งได้รับสายเมื่อครู่ฉันจะเลือกอะไร เพราะหลังจากที่ฉันวางสายจากบริษัทที่เรียกตัวฉันเข้าทำงาน ฉันก็รีบวิ่งแจ้นเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่ภีมม์ทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองฉันแบบสงสัย คิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นคล้ายตั้งคำถามว่าฉันมีอะไร
“เออ...พี่ภีมม์คะเฟิร์นมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ”
“ครับว่าไง” เขายอมละสิ่งของที่อยู่ในมือก่อนจ้องหน้าฉันเหมือนกับกำลังตั้งใจฟัง
“คืองี้คะ เออคือ...พอดีบริษัทที่เฟิร์นใบสมัครงานเอาไว้ก่อนหน้านี้เรียกตัวเฟิร์นให้ไปเริ่มงานวันพรุ่งนี้ ถ้าเราสองคนจะยกเลิกการฮันนีมูนหรือเลื่อนไปก่อนได้ไหมคะ คือเอาจริงเฟิร์นก็เพิ่งเรียนจบแล้วเฟิร์นก็อยากทำงานที่บริษัทนี้มาก”
ฉันพูดความต้องการของฉันออกไปแบบรวดเดียวจบ ก่อนจะเห็นคิ้วหนา ๆ ของพี่ภีมม์ขมวดคิ้วแป๊บหนึ่งคล้ายจะไม่พอใจ แต่เขาจะไม่พอใจเรื่องอะไรกันล่ะ ความจริงเขาน่าจะโล่งหรือดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องไปเที่ยวแบบฮันนีมูนกับคู่แต่งงานแบบฉัน อย่าลืมสิว่าเราสองคนไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก แต่เราสองคนแต่งงานกันตามความต้องการของผู้ใหญ่ และที่สำคัญเราสองคนไม่ได้สนิทกันถึงขนาดจะไปเที่ยวกันสองต่อสองแบบสนิทใจได้
“ครับ”
เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา แต่แหม...นี่ฉันพูดออกไปซะยาว แต่พี่ภีมม์ดันตอบซะสั้นเกิน เล่นเอาฉันทำตัวไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ ถ้าฉันแสดงทีท่าว่าดีใจที่จะได้ไปทำงานมากกว่าที่จะได้ไปฮันนีมูน มันจะดูเสียมารยาทหรือเปล่า
“ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนกล่าวขอบคุณเขา ตอนนี้ฉันเดาไม่ออกเลยว่าพี่ภีมม์กำลังจะรู้สึกอย่างไง เพราะสีหน้าพี่ภีมม์ดูนิ่งมาก นิ่งจนฉันเดาไม่ออกว่าพี่ภีมม์โอเคไหมกับการยกเลิกการฮันนีมูนของเราแบบนี้
เดาว่า...บางทีเขาก็อาจจะไม่ได้อยากไปเหมือนที่ฉันไม่ได้อยากไปเหมือนกันแหละ
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเคลียร์งานที่ห้องนั้นต่อ” พี่ภีมม์ทำท่าพยักหน้ามองไปทางห้องทำงานของเขาแล้วก็ลุกเดินไปเลย ตอนนี้ฉันถึงรู้สึกหวั่น ๆ ในใจว่าเหมือนเขากำลังไม่พอใจยังไงยังงั้น ส่วนของที่เขาเตรียมเอาไว้เขาก็วางกองทิ้งไว้ตรงหน้าฉันแบบนี้เลย มันเหมือนเขากำลังงอนฉันอยู่ยังไงยังงั้น
ครืดดดดด
เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นบนที่นอน หลังจากที่ฉันเพิ่งได้ยินเสียงพี่ภีมม์ปิดประตูห้องทำงานที่อยู่ห้องติด ๆ กัน
จากตอนแรกแค่ตั้งใจรีบ ๆ หยิบแล้ววิ่งเอาไปเขา แต่กลับต้องชะงักเพราะภาพที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นรูปผู้หญิงหน้าตาสวยมาก ๆ คนหนึ่ง
เอาจริง...แปลกอยู่นะ คือต้องสนิทกันแค่ไหนก่อนถึงจะสามารถตั้งรูปโปรไฟล์ให้เป็นรูปคนที่โทรเข้ามาได้ และที่สำคัญผู้หญิงที่ไหนจะกล้าโทรมาในวันที่ผู้ชายเพิ่งแต่งงานวันแรก จริงไหม
ฉันมองรูปบนมือถือพี่ภีมม์อย่างชั่งใจ ถ้าเกิดว่าฉันไปถามพี่เขา แล้วเขาบอกว่าญาติหรือน้องสาวยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะถ้าเป็นญาติหรือน้องสาวจริงวันพิธีแต่งงานก็น่าจะมาร่วมงานด้วยฉันก็ต้องเห็นบ้างแหละ แต่ฉันจำได้ว่าในงานไม่มีผู้หญิงคนนี้ไปแน่ ๆ
เพราะงั้น...ผู้หญิงคนนี้คือใครกัน
Jenny
เป็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ฉันพ่นลมหายใจออกมาแบบไม่รู้ตัว เพราะเผลอคิดไปว่าผู้หญิงสวย ๆ คนนี้อาจจะเป็นแฟนของพี่ภีมม์เจ้าบ่าวของฉันก็เป็นได้
ก็นะ...พี่ภีมม์อายุยี่สิบเจ็ดปีแล้วแถมยังหล่อมากขนาดนี้ จะไม่เคยมีแฟนเลยก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก
และตอนนี้ต่อให้ฉันบอกกับตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่ภีมม์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ดีที่เห็นผู้หญิงคนอื่นโทรมาหาเจ้าบ่าวของตัวเองในวันแรกหลังแต่งงาน
ก๊อก ก๊อก
“ขอโทษค่ะพี่ภีมม์ พอดีพี่ภีมม์ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง” ฉันเคาะประตูห้องทำงานของพี่ภีมม์ก่อนเดินเข้าไปเอาโทรศัพท์มือถือไปส่งให้เขาที่โต๊ะทำงาน ดูเขามีสีหน้าเอาจริงเอาจังมากเวลาอยู่ต่อหน้าคอมพิวเตอร์ของเขา
“อ่อครับ ขอบคุณ” เขายอมละสายตาจากงานของเขาก่อนเงยหน้าขึ้นมามองฉัน แต่กลับไม่ยอมกดรับสายในทันที ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสงสัยมากขึ้น
“เพื่อนเหรอคะ สวยจัง” ดูเป็นการเสียมารยาทมากสินะที่ฉันพูดประโยคนี้ออกไปเพราะนอกจากพี่ภีมม์จะไม่ตอบคำถามฉัน แถมยังเลิกคิ้วหนา ๆ มองฉัน คล้ายจะถามว่าทำไมฉันยังไม่ออกไปมากกว่า
เออ...ออกไปก็ได้วะ ฉันก็ไม่อยากรู้สักเท่าไหร่หรอก แค่เห็นสายตาก็พาลให้หงุดหงิด ฉันเลยเดินงอน ๆ ออกไปแบบไม่พูดอะไรต่อเหมือนกัน
สุดท้ายตอนนี้ฉันต้องกลับออกมาดูทีวีที่หน้าโซฟาตามเดิม ได้แต่เอาคางเกยหมอนอิงแล้วกดเปลี่ยนรีโมตทีวีไปมา บอกตรง ๆ เลยว่าฉันดูไม่รู้เรื่องเอาซะเลย เพราะฉันไม่ได้สนใจภาพจากจอในทีวีเลยสักนิด
นี่ฉันไม่ได้หึงเขาเลยนะ สาบานได้
แต่...แค่รู้สึกไม่พอใจเฉยๆ
ถึงเราจะไม่ได้รักกันแต่อย่างน้อยเราสองคนก็เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายถึงจะไม่ได้รักกันก็เถอะ
