บทที่ 14 ทายาทคนเดียวของอนันต์วรัตน์
“ปี๋จายค้าบบบ น้องเจลชอบอางนี้อาย่อย”
“ชอบเหรอ…ถ้างั้นไม่ต้องกินหรอก”
ภวินดึงถ้วยต้มจืดมะระออกจากหน้าของเด็กชายตรงหน้า ทำเอาคนที่ถูกดึงถ้วยออกเริ่มเบะปากจะร้องไห้
“ทามมายค้าบ น้อนเจลอยากกิง”
“แต่พี่ไม่ให้…เอาล่ะเทลพี่ทำแบบนี้นายโกรธไม่ชอบพี่แล้วใช่ไหม ถ้างั้นวันนี้นายบอกพ่อนายนะว่าไม่ชอบพี่ ไม่อยากให้พี่ดูแลแล้ว”
“ม่ายอาวววว เจลม่ายกิงก็ด้ายแต่เจลชอบปี๋วิงที่จุดเย้ยยยยย”
พอได้ฟังแบบนั้นภวินถึงกับต้องกุมขมับตัวเอง 3วันแล้วนะที่เขาพยายามแกล้งเจ้าเป็ดอ้วนตรงหน้าให้เกลียดตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งแกล้งเทลก็ยิ่งติดเขามากขึ้น แถมเวลาพ่อของเด็กชายถามยังบอกว่าชอบเขามากอีก
“นายจะไม่กินจริงๆ”
“อือ”
น้ำเสียงหนักแน่นทำให้พี่เลี้ยงจำเป็นเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ พอมีคนมาบอกว่าชอบตัวเองมากๆใครมันจะไม่ชอบกัน
ครืด~~ครืด~~
พ่อ??“?
ภวินมองชื่อในโทรศัพท์ที่ขึ้นบนหน้าจอตัวเองแล้วอดที่จะถอนหายใจยาวไม่ได้ ดูท่าทางว่าพ่อของเขาจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วสินะ
“ครับ”
“วินแกอยู่ไหน ใครอนุญาตให้แกย้ายออกไปอยู่ข้างนอก…คุณคะฉันพยายามห้ามลูกแล้ว แต่ลูกไม่ยอมฟังฉันเลยค่ะ ฉันเนี่ยเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”
เสียงหญิงวัยกลางคนแสนคุ้นหูแทรกเข้ามาทำให้ภวินถึงกับถอนหายใจยาว
“ผมจะอยู่ข้างนอกมันยิ่งดีกับพ่อไม่ใช่เหรอ”
“ดีกับผีแกนะสิ”
“ฉันให้เวลาแกอีกหนึ่งชั่วโมงกลับมาหาฉันที่บ้าน ไม่งั้นฉันจะยกบ้านที่แม่แกรักหนักหนาให้คนอื่น”
คำพูดที่ผ่านโทรศัพท์เข้ามาในหูทำเอาคนที่ถูกขู่ถึงกับกำโทรศัพท์ไว้แน่น ไม่คิดเลยว่าพ่อจะมีความคิดแบบนี้ สำหรับเขาต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะยกบริษัท เงินทอง ที่ดินหรืออะไรก็ช่างให้คนอื่นเขาไม่ห้าม แต่ต้องไม่ใช่บ้านที่แม่ของเขารัก
“อย่ายุ่งกับของของแม่”
“งั้นแกก็กลับมาสิ”
ตู๊ด!!ตู๊ด!!
“พ่อ!! พ่อ!! โถ่เว้ยยย!!”
ภวินสถบออกมาอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขาลืมนึกไปว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวเลยเผลอใส่อารมณ์จนน่ากลัว ทำเอาเด็กชายตัวเล็กที่มองอยู่เบะปากจะร้องไห้เพราะไม่เคยเห็นพี่ชายใจดีของตัวเองน่ากลัวแบบนี้มาก่อน
“ปี๋วิง…โกดเจลเยอค้าบ”
พอเทลพูดขึ้นก็ดูเหมือนว่าจะเรียกสติของภวินกลับคืนมาได้
“พี่ไม่ได้โกรธเรา แต่ว่าเทลพี่ต้องออกไปทำธุระเดี๋ยวพี่จะไปเรียกคนมาอยู่กับเรานะแล้วพี่จะรีบกลับมา”
“เจลจาปายด้วงค้าบ”
“ไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”
“แงๆ…ปี๋วิงจาจิ้งเจลปายเหมืองป๋อ แง~~”
ดูเหมือนว่าเทลจะมีปัญหาเรื่องเวลาที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกให้ตัวเองคอยแล้วไม่ยอมกลับมาและดูเหมือนคนที่ทำให้เทลเป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่ใครพ่อของเด็กชายเองนั่นแหละ
“เทลไม่ร้องไม่น่ารักเลย”
“แงๆม่ายยยอาวเจลจาย้องอึก! ปี๋วิงจาจิ้งเจลแง~~”
ดูเหมือนว่าเขายิ่งปลอบเทลก็ยิ่งจะร้องไห้หนักมากกว่าเดิม ทำเอาเขามองซ้ายขวาเวลานี้คนหายไปไหนกันหมด โจ้ก็ไม่อยู่อีกบอกว่าไปจัดการธุระยังไม่กลับมาสินะ
“โอเคๆหยุดร้องก่อนแล้วพี่จะพาไปด้วย”
ในที่สุดภวินก็เป็นฝ่ายโดนท่าไม้ตายร้องไห้ของเทลน็อคเอ้าท์ถ้าเป็นสังเวียนมวยนะ
“เย้~~เจลหยุกย้องแย้วค้าบ”
เอาเข้าไปสินะ เด็กคนนี้เชื่อถือไม่ได้เลยจริงๆ ไม่รู้ว่าร้องไห้จริงหรือแค่อยากเอาชนะ เจ้าเล่ห์ตั้งแต่เด็กฉายแววเหมือนพ่อไม่มีผิด
“เรานี่มันน่าตีจริงๆ”
“ปี๋วิงขายดีม่ายจีเจลหยอก”
รอยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีของเทลทำให้ภวินถึงกับส่ายหัวไปมา ว่าแต่คนรับใช้หรือพวกบอดี้การ์ดหายไปไหนกันหมด เขามาดูแลเทลแบบนี้หลังเลิกงานสามวันแล้วเลยดูเหมือนว่าทุกคนจะวางใจให้เขาอยู่กับเทลสองคนไม่คอยตามดูแลใกล้ชิดเหมือนแต่ก่อน
“บ้าจริงหายไปไหนกันหมด…มาเทลเดี๋ยวพี่อุ้ม”
“ค้าบ” เทลอ้าแขนรอให้ภวินอุ้มเอง
“เทลนายอ้วนขึ้นอีกแล้วหรือเปล่า…เจ้าเป็ดอ้วนจริงๆเลยนะนายนี่”
ภวินอุ้มเทลเดินพาออกนอกบ้าน ก่อนจะตรงไปที่รถที่พ่อของเด็กเคยให้ไว้ใช้
‘เผื่อนายอยากพาเทลไปเที่ยวหรือขับรถเล่นก็ใช้รถคันนี้ แต่ว่าต้องพาคนไปด้วยเข้าใจไหม’
เขานึกถึงคำที่ตรินสั่งตัวเองไว้แล้วอดถอนหายใจไม่ได้ ก็เขาหาใครไม่เจอนิทุกคนไม่อยู่ให้เขาพามาด้วยเอง ไม่ใช่ความผิดของเขานะ ไม่นานรถสปอร์ตคันหรูก็ถูกขับออกจากตัวบ้าน ซึ่งภายในรถมีเด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะคาร์ซีทด้านหลังและพี่เลี้ยงจำเป็นก็กลายเป็นคนขับรถทันที
ตระกูลอนันต์วรัตน์
“มาเทลเดี๋ยวพี่อุ้ม”
“ค้าบบบบ”
ภวินจอดรถไว้หน้าบ้านก่อนที่จะอุ้มเทลเดินเข้าไปในบ้าน โดยมีสายตาของคนรับใช้คนสนิทแม่เลี้ยงคนมองอยู่ตลอดเวลา
“ปี๋วิงค้าบบบ จี่นี่คือจี่หนายเยอค้าบ”
“บ้านพี่…ไม่สิบ้านแม่พี่นะ”
“แม่เยอ”
เทลที่ไม่เคยได้ยินคำว่าแม่มาก่อนก็ได้แต่สงสัยว่าแม่คืออะไร
“ขอโทษที่มาช้าครับ แต่คงไม่เกินเวลา”
ภวินที่เดินตรงเข้ามาในห้องนั่งเล่นใหญ่กลางโถงของบ้านเห็นพ่อนั่งอ่านนิตยสารนักธุรกิจก็รีบเข้ามาหาทันที
ก้องเกียรติพอได้ยินเสียงลูกชายแท้ๆในไส้ที่เหลือเพียงคนเดียวก็รีบวางหนังสือในมือลงและหันไปมองทันที แต่ที่แปลกใจคือลูกชายเขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีเด็กชายหน้าตาน่ารักอุ้มมาด้วย
“วินเด็กคนนี้เป็นใคร”
หัวใจของก้องเกียรติเต้นดังมากตอนที่ถาม เขาจะดีใจมากถ้าลูกชายตอบว่าเด็กคนนี้คือลูกของตัวเอง
“อ่อ พ่อไม่ต้องสนใจหรอกครับ ว่าแต่มีอะไรก็พูดมาเถอะ…เทลนั่งลงตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวพี่คุยธุระสำคัญก่อน” ภวินวางเทลนั่งลงโซฟาข้างๆตัวเอง
“ค้าบบบ”
“ชื่อเทลเหรอเรา”
ดูเหมือนว่าก้องเกียรติจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเรียกลูกชายมาด่าเรื่องที่ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกโดยไม่บอกตัวเอง
“ค้าบป้มจื่อเจล” พอพูดแนะนำตัวเสร็จเทลก็ยิ้มกว้างให้คนที่ถาม
“น่ารักจริงๆ ไหนลองเรียกปู่ดูสิ”
“พ่อ!!จะมาปงมาปู่อะไรล่ะ เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกผมแค่ลูกของคนที่ผมไปทำงานใช้หนี้เขา”
“หนี้?แกไปติดหนี้อะไรใคร”
พอได้ยินคำว่าชดใช้หนี้ ก็ทำเอาก้องเกียรติถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันตระกูลอนันต์วรัตน์ของไม่ได้รวยแค่เปลือกนอกซะหน่อย เงินใช้หนี้ที่ลูกชายไปติดคนอื่นมันจะเท่าไหร่กันเชียว
“เล็กน้อยนะ ผมจัดการเองได้”
“เอาเงินไปใช้หนี้ให้มันจบๆฉันไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าตระกูลอนันต์วรัตน์ไม่มีแม้แต่ปัญญาใช้หนี้”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องหรอกครับ เผื่อพ่อลืมผมนามสกุลนาวงศ์ อีกอย่างทายาทคนเดียวของอนันต์วรัตน์ตายไปแล้ว”
“เมื่อไหร่แกจะเลิกเอาเรื่องของภีมมาประชดประชันฉันสักที”
“ไม่มีวัน!!”
