บทที่ 15 มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“เมื่อไหร่แกจะเลิกเอาเรื่องของภีมมาประชดประชันฉันสักที”
“ไม่มีวัน!!”
“ปี๋วิง…เจลหิว”
เสียงที่พูดแทรกขึ้นมาของเด็กชายดูเหมือนจะเป็นระฆังพักยกศึกพ่อลูกได้เลยภวินมองไปที่เทล จริงด้วยสินะเขาพาเทลออกมาก่อนยังกินข้าวไม่เสร็จเลย
“มีใครอยู่แถวนี้ไหม หาของว่างสำหรับเด็กมาให้หน่อย”
ก้องเกียรติรีบตะโกนบอกคนใช้ในบ้าน ดูเหมือนเขาจะชอบเด็กที่ลูกชายพามาโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว ภวินก็เลือกที่จะไม่ห้ามเพราะตัวเองเป็นคนผิดที่พาเทลมาด้วย
บ้านเนตริน
“อะไรนะ!! เด็กกับผู้ใหญ่สองคนหายไปไหนพวกนายไม่มีใครรู้ ฉันจะเลี้ยงไว้ให้เสียข้าวสุกทำไม”
น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของผู้เป็นเจ้านายดังขึ้น ทำเอาทุกคนในบ้านต่างก้มหาก้มตาลงอย่างหวาดกลัว
“เจ้านายครับดูเหมือนว่าคุณภวินจะพาคุณหนูขับรถที่เจ้านายให้พากันออกไปครับ” โจ้ที่เพิ่งไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบ้านมารีบเข้ามารายงาน
“ตามจีพีเอสที่ติดรถไป อย่าให้ทุกสองคนเป็นอันตรายเด็ดขาด”
“ครับ”
“ภวินกลับมาฉันจะลงโทษนายให้หนักเลย”
ตรินได้แต่คาดโทษคนที่ทำให้ตัวเองร้นรนใจ เขาจะจัดการอีกฝ่ายให้หนักเลยคอยดู
“วันหลังมาเยี่ยมปู่อีกนะ”
“ค้าบบบบ”
ภาพของชายต่างวัยสองคนทำให้ภวินอดที่จะถอนหายใจแรงๆไม่ได้ หลังจากที่เขามาที่นี่ตามคำสั่งของพ่อแล้ว คนเป็นพ่อจะไม่ได้สนใจเขาที่เรียกมาเลยสักนิด เอาแต่พูดคุยหยอกล้อกับเจ้าเป็ดอ้วนจนลูกชายแบบเขาอดที่จะอิจฉาไม่ได้ ตั้งแต่จำความได้พ่อกอดเขากี่ครั้งกันนะมันไม่ใช่มากจนจำไม่ได้ แต่มันเลือนลางจนแทบหายไปจากความทรงจำของเขา
“เรื่องเงินที่ซื้อบ้านไปเดี๋ยวพ่อโอนคือให้”
“ไม่ต้องครับ…เดี๋ยวจะมีคนแถวนี้บอกว่าคนนอกตระกูลแบบผมเอาเงินไปใช้”
ภวินปลายตามองไปที่นอกประตู ก้องเกียรติรู้ดีว่าลูกชายเขาหมายถึงใคร
“เหลวไหลแกเป็นลูกคนเดียวชายคนเดียวของฉัน ทรัพย์สินทุกอย่างที่ฉันสร้างมาพร้อมกับแม่ของแกยังไงก็ต้องเป็นของแกในวันหน้า”
“หึ!!คงมีคนแถวนี้อกแตกตาย”
“ปี๋จายเจลคิกถึงป๋อ” ด้วยความเคยชินรู้ว่าพ่อตัวเองกลับเวลานี้เทลก็รีบบอกภวิน
“งั้นเหรอ…พ่อยังไงผมขอตัวนะครับ”
“จะกลับแล้วเหรอ”
สีหน้าของก้องเกียรติเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ภวินติดว่าพ่อคงชอบเด็กชายที่เขาพามาหา
“ครับ พ่อของเด็กคนนี้คงกลับมาแล้ว”
“งั้นเหรอ…แล้วแกจะกลับมาหาพ่ออีกเมื่อไหร่”
เขารู้ดีว่าถึงจะถามลูกชายแบบนั้น แต่นิสัยแบบภวินคงไม่มีทางยอมมาเจอเขาง่ายๆวันนี้กว่าจะมาหาได้ก็ขู่ว่าเอาบ้านของแม่ตัวเองยกให้คนอื่น
“ผมไม่อยากมาที่นี่ แต่เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ให้แล้วกัน” แม้จะรู้ว่าพ่อสามารถสืบเองได้ก็ตาม
“ได้เดี๋ยวพ่อไปหาแกที่บ้าน”
“เทลสวัสดีคุณปู่สิเราจะกลับกันแล้ว”
“ซาหวัดดีค้าบบบ” เทลหันไปพูดและฉีกยิ้มกว้างให้คุณปู่ตรงหน้า
“ไม่ได้ต้องยกมือไหว้แบบนี้ด้วย”
ภวินจับมือสองข้างของเทลประกบเข้าหากันก่อนที่จะจับหัวเล็กของเด็กชายให้ก้มลง
“ทามมายต้องทามแบบนี้ค้าบ” เด็กชายที่ไม่เคยถูกสอนให้ต้องไหว้คนอื่นถามอย่างสงสัย
“นี่คือวิธีการทักทายแบบถูกต้อง…พ่อครับผมต้องไปแล้วนะ”
“เดี๋ยวพ่อเดินไปส่ง”
“ไม่เป็นไรครับ…ฮึบ อ้วนขึ้นอีกแล้วนะเรา”
พออุ้มเด็กชายตัวกลมขึ้นไว้ในอ้อมแขนภวินก็อดที่จะบ่นไม่ได้
“ขับรถดีนะลูก”
“ผมไปแล้วนะครับ” ภวินโค้งตัวให้พ่อเสร็จก็อุ้มเทลเดินกลับมาที่รถทันที
“แกกลับมาทำไม ตั้งในจะเอาเด็กมาเรียกคะแนนสงสารอย่างนั้นเหรอ”
ดูเหมือนว่าคนที่ยืนแอบฟังอยู่นานจะมาโผล่หน้าออกมาแล้วสินะ
“ทำไมต้องเรียกคะแนนสงสาร ก็ได้ยินสิ่งที่พ่อบอกแล้วนิว่าทุกอย่างของอนันต์วรัตน์ยังไงก็ต้องตกเป็นของผมอยู่แล้ว…ถอยไปผมต้องรีบกลับ”
ดวงตาที่แข็งกร้าวของภวินทำให้แม่เลี้ยงต้องถอยหลบให้ทันที
“แกคอยดูคราวนี้ ฉันจะให้แกได้ไปเจอน้องชาย”
รันตาพูดตามภวินที่เดินออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ตั้งแต่ที่มันเหยียบบ้านหลังนี้อีกครั้งเธอก็เตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว
“ปี๋วิงค้าบคายเยอ”
“คนประสาทนะ เทลต้องจำไว้นะว่าโตขึ้นอย่ากลายเป็นผู้ใหญ่นิสัยไม่ดี”
“นิสายม่ายดีเป็งยางงายค้าบ”
“ก็แบบป้าคนนั้นแล้วก็…”
พ่อของนายไง
“ก็แบบป้าคนนั้นแหละอย่าไปตามระรานคนอื่นเข้าใจไหม”
“ค้าบ”
“เอาล่ะงั้นเรากลับบ้านกันเถอะ”
ภวินจัดให้เทลนั่งที่คาร์ซีทเรียบร้อยตัวเองก็กลับมาประจำที่นั่งของคนขับ พอขับรถออกจากบ้านตัวเสร็จภวินไม่ได้สังเกตเลยว่ามีมอเตอร์ไซค์สองคันขับตามตัวเองมา จนระหว่างทางที่จะเลี้ยวเข้าซอยเขาเพิ่งจะสังเกตพอเห็นแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าตัวเองกับเทลกำลังถูกตามตัว ในสถานการณ์แบบนี้เขาควรทำยังไงดีเพราะความสะเพร่าเขาเลยลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านของตรินก่อนออกมา
ปิ๊ปๆ เสียงดังจากด้านหลังทำให้ภวินตกใจอยู่ไม่น้อย พอมองกระจกหลังก็เห็นนาฬิกาที่เทลใส่มีไฟขึ้น
“เทลเด็กดีกดปุ่มรับสายเป็นใช่ไหม”
“ค้าบ”
เทลพยักหน้านี่เป็นนาฬิกาที่พ่อของเขาซื้อให้เป็นของขวัญถ้าพ่อคิดถึงหรือเขาคิดถึงพ่อก็จะคุยกันได้
“ภวิน”
“คุณตริน”
เสียงที่ดังออกมาแม้จะไม่ดังมากแต่มันก็ทำให้ภวินรู้สึกโล่งใจ
“คุณช่วย…”
“ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นายแค่ขับรถดีๆก็พอเดี๋ยวโจ้จะจัดการพวกมันเอง…ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือได้ยินเสียงอะไร ไม่ต้องมองและก็ไม่ต้องจอด แค่ขับกลับมาที่บ้านก็พอเข้าใจหรือเปล่า”
“ครับ ผมเข้าใจ”
ปัง!! แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวเสียงดังลั่นจากด้านหลังก็ทำให้ภวินอดที่จะตกใจไม่ได้ แม้จะรู้สึกกลัวแต่เขาก็เลือกที่จะทำตามที่ตรินบอก บ้าจริงเกิดมาเขาไม่เคยต้องเจอสถานการณ์อันตรายขนาดนี้มาก่อนเลยนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
