บทที่ 19 หน้าไม่อายจริงๆ
“ฉันจะกลับแล้ว”
“เดี๋ยว…”
ตรินดึงแขนของคนที่กำลังเดินด้วยท่าทางแปลกๆไว้ ท่าทางการเดินภวินทำเอาเขาอดขำไม่ได้จริงๆ
“อะไรอีก”
“เดี๋ยวไปส่ง…อีกอย่างเอานี้คลุมตัวเองไว้ใครคนอื่นเห็นนายสภาพนี้คงรู้ว่าเราทำอะไรกันมา”
ตรินโยนเสื้อคลุมของตัวเองให้ก่อนจะย่อตัวช้อนร่างภวินอุ้มขึ้นไว้บนอ้อมแขนแกร่ง เล่นเอาคนที่ถูกอุ้มตกใจอยู่ไม่น้อย
“จะทำอะไรนะ…ปล่อยนะโว้ยยยย”
“อย่าคิดที่จะให้ฉันเจ็บ ไม่อย่างนั้นฉันจะจัดการสั่งสอนนายแบบเมื่อกี้”
คนที่ถูกขู่เลือกที่จะไม่เสี่ยง เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่สักวินาทีเดียว ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังวนกลับไปเรื่องเมื่อกี้อีกแน่
ตุ้บ!!! ร่างบางล้มตัวลงบนที่นอนนุ่มของตัวเอง หลังจากตรินมาส่งเขาหน้าบ้านเสร็จ เขาก็รีบไล่อีกฝ่ายกลับทันที
‘ฉันนึกว่านายจะโวยวายซะอีก’
โวยวายเหรอ เขาก็ยอมรับอยู่หรอกว่าตอนแรกมันเหมือนการขืนในแต่เพียงไม่นานก็เป็นเขาเองที่เคลิ้มไปตามการชี้นำและภาพแก่นกายที่มีขนาดใหญ่และยาวก็ผุดเข้ามาในหัวของเขา
“บ้าจริงพรุ่งนี้จะไปทำงานได้ไหมเนี่ย”
ภวินบ่นกับตัวเองก่อนจะพาร่างกายที่หนักอึ้งเพราะเจ็บกลางลำตัวเข้าห้องน้ำไป พอออกมาเขาก็ไปหยิบยาคุมฉุกเฉินสำหรับเลือดพิเศษมากิน แม้จะไม่รู้ว่าตรินมีเลือดพิเศษหรือเปล่าแต่เขาก็ต้องป้องกันไว้ก่อน เขาไม่อยากให้ลูกของตัวเองเกิดมาจากความผิดพลาดแบบที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
.........................
“คุณวินคะ…คุณวินตื่นค่ะมีแขกมาหา”
“ป้านวลผมเหมือนจะไข้ขึ้นเลย ไปบอกคนที่มาว่าวันหลังค่อยกลับมาใหม่นะครับ”
ภวินพูดทั้งที่ตายังหลับอยู่ ดูเหมือนช่องทสงรักด้านหลังที่เขาใช้งานอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนจะเกิดการฉีกขาดจนอักเสบเวลาขยับตัวถึงรู้สึกเจ็บขนาดนี้ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้เป็นไข้หรอก แต่เขากลัวว่าบอกความจริงป้านวลจะตกใจเอานะสิ
“ได้ค่ะ” นวลรับคำของเจ้านายคนปัจจุบันเสร็จก็เดินออกมาทันที
“เอ๊ะ!!เราลืมบอกว่ามีเด็กมาด้วย ไม่เป็นไรหรอกมั้งคงแค่มากับพ่อ”
“ป๋อค้าบ คุงป้ามาแย้ว”
เทลพูดขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นร่างของหญิงสูงวัยที่บอกว่าจะไปตามพี่วินมาให้ตัวเอง
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคุณวินบอกว่าไม่สบายมีไข้ ให้มาหาวันหลังนะคะ”
“มีไข้เหรอ”
ตรินเก็บโทรศัพท์ที่เพิ่งดูเสร็จใส่กระเป๋ากางเกงไว้ ก่อนที่อุ้มลูกชายขึ้นไว้ในอ้อมแขนของตัวเองแล้วเดินไปทางบันไดขึ้นชั้นสองทันที ทำเอานวลเรียกตามแทบไม่ทันและดูเหมือนจะไม่ทันจริงๆเพราะตอนนี้ทั้งสองคนขึ้นไปบนชั้นสองแล้ว
“คุณหยุดนะคะ”
“เขาอยู่ห้องไหน”
“ไม่ได้ค่ะ วันนี้คุณวินไม่สบาย ถ้าคุณยังไม่กลับฉันจะไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจนะคะ”
“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกันอยู่ข้างนอก”
เจ้าของบ้านที่ได้ยินเสียงคนโวยวายด้านนอกก็ลากสังขารอันหนักอึ้งของตัวเองลูกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตูอย่างยากลำบาก
“ป้านวลมีอะไรเหรอ…คุณตริน!! เจ้าเป็ดอ้วน!!”
ดูเหมือนว่าเขาจะหาสาเหตุของเสียงได้แล้วเมื่อเปิดประตูออกมาเจอร่างสูงใหญ่ที่กำลังอุ้มลูกชายเดินเปิดประตูห้องโดยมีป้านวลคอยห้าม
“ปี๋วิง…ป๋อค้าบเจลจาปาหาปี๋วิง เจลจายง”
“ไม่ได้ลูกพี่เขาบอกว่าไม่สบายมีไข้”
ตรินรีบห้ามลูกชายไว้แต่ถึงแบบนั้นที่จริงเขาควรพาลูกกลับตั้งแต่แม่บ้านายงานแล้ว ทำไมถึงทำอะไรแบบนี้ลงไปแบบไม่คิด
“ผมไม่ได้มีไข้ปล่อยเทลลงมาเถอะครับ”
พ่อของเด็กชายลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนจะวางลูกชายลงกับพื้น พอเท้าแตะถึงพื้นเทลก็รีบวิ่งเข้าไปกอดขาภวินทันที
“คุณวินคะ” นวลที่งงกับสถานการณ์ได้แต่เอ่ยปากถามเจ้านาย
“ไม่เป็นไรแล้วครับป้านวล ผมรบกวนเตรียมของว่างกับเครื่องดื่มขึ้นมาให้หน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากนั้นภวินก็พาเทลเข้าไปในห้องโดยมีตรินเดินตามเข้าไปติดๆ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเจออีกฝ่ายเร็วขนาดนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อคืน ใครมันจะไปคิดล่ะว่าอีกฝ่ายจะบุกมาหาเขาถึงบ้าน
“ไหนบอกว่ามีไข้”
ร่างสูงที่นั่งอยู่โซฟาเล็กมุมข้างหน้าต่างถามคนที่กำลังนั่งเล่นกับตัวชายตัวเองอยู่สักพักขึ้น
“ไม่ได้มีไข้ครับ แต่ว่าไม่สบายจริงๆ”
“เป็นอะไร…ตรงนั้นฉีก”
“คุณจะพูดทำไมเนี่ยลูกคุณฟังอยู่นะ” ภวินรีบพูดเสียงดัง คนบุคคลที่สามที่กำลังนั่งฟังอยู่ก็ได้แต่ทำหน้างงว่าพ่อกับพี่ชายที่ตัวเองชอบคุยอะไรกัน
“ปี๋วิงม่ายฉาบายต้องปายหาคุงหมอนะค้าบ ปายฉีกยาตงนี้” เทลทำท่าหมอฉีดยาไปที่ตูดตัวเองเหมือนที่เคยโดน
“พี่วินลูกพ่อฉีดยาให้แล้วเมื่อคืน”
“ไอ้คุณตรินพูดบ้าอะไรเด็กนั่งฟังอยู่นะ หน้าไม่อายจริงๆ”
คนที่ถูกพูดชื่อถึงกับถลึงตามอง ใครจะไปล่ะว่าอีกฝ่ายหน้าด้านหน้าทนพูดเรื่องแบบนี้ออกมาโดยไม่อายแม้แต่น้อยแถมยังพูดต่อหน้าลูกที่เป็นวัยเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองอีก
“ป๋อค้าบ ป๋อฉีกเป็งด้วยเหยอ”
“เป็นสิลูก…แต่ฉีดให้ได้แค่ผู้ใหญ่แบบพี่วินนะ”
“ไอ้!!”
“ชู่ว~~เทลฟังอยู่”
ภวินมองท่าทียียวนกวนประสาทของตรินแล้วอดโมโหไม่ได้
“คุณวินคะของว่างป้าวางไว้ตรงนี้นะคะ”
“ขอบคุณครับ ป้านวลมีอะไรก็ไปทำเถอะครับเดี๋ยวถ้าขาดเหลืออะไรผมเรียก”
“ได้ค่ะ” นวลรับคำแล้วก็เดินออกไปทันที
“บ้านนายอยู่กันแค่สองคนเหรอ”
“ใช่…ทำไม”
“ให้ฉันส่งคนมาช่วยอีกไหม”
“ไม่ต้องครับ…เพราะอย่างนั้นแล้วคุณพาเทลกลับไปเถอะ ผมจะพักผ่อน”
“ม่ายอาวววว เจลจายูแยปี๋วิง”
เทลที่ได้ยินคำว่ากลับก็รีบโวยวายขึ้นทันที ภวินเลยได้แต่ถอนหายใจยาวเพราะพ่อของเด็กก็ไม่ได้มีท่าทางจะพาลูกชายตัวเองกลับเลยสักนิด
“จริงสิทำไมคุณรู้ว่าผมอยู่บ้าน”
“…”
“อย่าบอกนะว่าคุณให้คนคอยแอบดูผม…ใช่จริงๆด้วย ทำไมต้องทำแบบนั้น”
“อึบ…เทลเดี๋ยวไปนั่งกินคุ้กกี้รอพ่อก่อนนะลูก พ่อขอคุยกับพี่เขาแป๊บ”
