บทที่ 2 เจ้าลูกเป็ดตัวกลม

ณ สุสาน มิสซังโรมันคาทอลิก

ดอกทิวลิปสีขาวถูกวางตรงหน้าหลุมศพใหญ่ ภาพของคนที่อยู่บนแผ่นหินช่างเหมือนใบหน้าของผู้มาเยือนมาก จนถ้ามีคนผ่านมาเห็นเวลานี้คงตกใจไม่น้อย

“ภีม4ปีแล้วนะที่นายปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว ทำไมถึงมาทิ้งกันไปแบบนี้ ทั้งที่เราก็มีกันแค่สองคน”

ภวินชายหนุ่มวัย 25 ปีมองรูปน้องชายฝาแฝดด้วยความเศร้าสร้อย ภีมด่วนจากเขาไปด้วยโรคร้ายหลายปีก่อน ที่จริงแล้วภีมก็สุขภาพไม่ดีมาตั้งแต่เด็กแล้วแต่ที่มาทรุดหนักก็ตอนที่ช่วงมีแฟน ตอนนั้นเขาอยู่ที่อเมริกาเพราะสอบชิงทุนได้ไปเรียนที่นั่น ส่วนภีมก็อยู่ที่นี่กับพ่อและแม่เลี้ยงที่ไม่เคยใส่ใจพวกเราเลยสักครั้ง ถ้าเขากลับมาเร็วกว่านี้หรือถ้าเขาไม่ไปเรียนที่นู่นภีมก็คงไม่ตาย

“ฉันสัญญา…ฉันจะแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายนาย”

แต่จู่ๆ ภวินที่กำลังยืนอยู่หน้าหลุมศพก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อรู้สึกว่าชายเสื้อของตัวเองถูกดึงและกระตุกเบาๆ พอก้มลงไปมองก็เห็นเด็กชายตัวกลมเหมือนตุ๊กตาเป็ดที่เขาเคยเห็น น่ารักน่าเอ็นดูมากโดยเฉพาะแก้มกลมๆสีชมพูนั่น มันน่าจับมาหยิกเล่นจริงๆ ปกติเขาไม่ใช่คนชอบเด็กหรอกนะแต่เด็กชายตรงหน้าน่ารักจริงๆ 

พ่อกับแม่ไปไหนนะทิ้งเด็กไว้แบบนี้ได้ยังไง

“เจ้าเป็ดน้อยมีอะไรหลงทางเหรอ”

“ม่ายไย้หยง ปมม่ายไย้หยง” 

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ตอนนี้ดวงตากลมโตกับสั่นไหวด้วยความกลัว

“ปากเก่งซะด้วย...มากับใครไหนบอกฉันสิ” ภวินย่อตัวลงนั่งระดับเดียวกันกับเด็กชายตรงหน้าเมื่อเห็นว่าเด็กเหมือนจะร้องไห้ เขาเลยไม่อยากทำให้กลัว

“มาก้าบป๋อค้าบ”

“เจ้าเป็ดน้อยหลงฝูง เราชื่ออะไรบอกฉันได้หรือเปล่ารู้จักชื่อตัวเองไหม”

เด็กชายรีบพยักหน้ารัวๆ ทำให้ภวินอดขำไม่ได้

“เจล”

“ชื่อเจลเหรอ พ่อแม่นายตั้งชื่อให้แปลกจัง”

“ม่ายช่ายเจล…ป้มจื่อเจลค้าบ”

“ก็เจลไง ฉันพูดผิดตรงไหน” 

พอได้ยินคนตัวโตตรงหน้าพูดชื่อตัวเองผิดอีกครั้ง ก็ทำเอาน้ำตาของเด็กชายไหลอาบแก้มลง

“แงๆม่ายช่ายเจล ฮืออออ…ป้มจื่อเจล แงๆ”

เสียงร้องไห้ของเด็กชายทำเอาภวินตกใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะร้องไห้เพราะตัวเอง

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะเด็กดี ฉันขอโทษที่ไม่เข้าใจสิ่งที่นายบอกอย่าร้องเลยนะ” 

ภวินดึงเด็กชายตัวกลมเข้ามากอดแล้วลูบหลังอย่างปลอบโยนเบาๆ ไม่รู้ทำไมความอบอุ่นความอบอุ่นของชายแปลกหน้าทำให้เด็กชายวันสี่ขวบที่หลงทางถึงรู้สึกปลอดภัย

“คุณหนูเทลครับ…คุณหนูอยู่ไหนครับ”

พอได้ยินเสียงเรียกเหมือนกำลังตามหาใครบางคนที่ดังอยู่ไกลๆ ก็ทำให้ภวินผลักตัวเด็กชายออกเบาๆ ก่อนจะมองแก้มกลมที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา เขาใช้นิ้วเกลี่ยออกจากแก้มเด็กชายแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มนั้น มันก็ไม่ได้แรงที่ขนาดจะทำให้เด็กตรงหน้าเจ็บหรอกนะ

“นายชื่อเทลใช่ไหม”

ดูเหมือนว่าเด็กตรงหน้าเขาจะชื่อเทลจริงๆเพราะพอเขาพูดชื่อตัวเองถูกก็พยักหน้ารัวแถมดวงตายังเป็นประกายด้วยความดีใจ ทำเอาเขาอดที่จะดึงมากอดอีกครั้งไม่ได้หรือความจริงแล้วเขาจะเป็นคนชอบเด็กนะ ปกติแล้วถ้าเขาเห็นเด็กร้องไห้ทีไรเขาถอยห่างทุกที แต่ไม่รู้ทำไมเด็กตรงหน้าถึงทำให้เขาอยากดึงมาปลอบ ไม่อยากเห็นน้ำตาเด็กคนนี้เลย มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเห็นน้ำตาของน้องชายฝาแฝดตัวเอง

“ค้าบ”

“งั้นไปกันเถอะ ดูเหมือนว่าจะมีคนตามหานายอยู่เดี๋ยวฉันพาไป”

เทลพยักหน้ารัว แต่ไม่ทันทีที่จะได้เดินออกไปเด็กชายก็จับกางเกงของภวินไว้แน่น

“มีอะไรหรือเปล่า”

“อุ้ม…อุ้มป้มหน่อยค้าบ”

“อุ้ม?”

ภวินก็เข้าใจได้ในทันทีเมื่อเห็นเด็กชายตรงหน้ากางแขนออกกว้าง

เดี๋ยวนะเจ้าเป็ดอ้วนตัวกลมคนนี้ก็ไม่ใช่เล็กๆถ้าเขาอุ้มไปหลังจะหักไหมเนี่ย

แต่ถึงแม้จะคิดแบบนั้น ภวินก็ยังย่อตัวลงต่ำและอุ้มเด็กชายมาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง

“ตัวนายก็ไม่ใช่เบาๆนะ แต่เอาเถอะคราวนี้ฉันยอมให้ ยังไงก็คงเจอกันครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว”

“ปี๋จายใจดี” เทลกอดคอพี่ชายแปลกหน้าที่เขาเพิ่งเจอไว้แน่น ไม่รู้ทำไมปกติเด็กชายเป็นคนขี้กลัวมาก แต่คนตรงหน้ากับทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย 

“ขี้อ้อนนะเรา”

หัวเล็กซบลงบนบ่าของตัวเองอย่างออดอ้อนก็ทำเอาเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนจะก้าวขาของตัวเองไปหาต้นเสียงที่ได้ยินอีกฝากฝั่ง 

ดูเหมือนว่าเจ้าเป็ดอ้วนน้อยจะหลงมาไกลเหมือนกันนะ เป็นพ่อแม่ยังไงไม่ดูแลลูกให้ดีๆ

ภวินใช้เวลาเดินมาอีกฝั่งไม่น่าจะเกิน 5นาทีก็เหมือนผู้ชายคนหนึ่งดูท่าทางร้อนรนเหมือนกับกำลังหาอะไรบางอย่าง

“เทล…ลองหันไปมองดูสินายรู้จักผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า”

หัวเล็กที่กำลังซบบ่าของคนที่กำลังพูดอยู่ยกขึ้นก่อนจะหันไปมองตามที่บอก

“ยุงวี”

“ฮ่าๆ ฉันไม่อยากเป็นยุงเหมือนผู้ชายคนนั้นเลย” 

ดูท่าทางเด็กคนนี้จะยังพูดไม่ค่อยชัดสินะ คงอาจจะเพราะช่วงอายุ

“คุณครับ เด็กคนนี้ใช่คนที่คุณตามหาอยู่หรือเปล่า”

วีที่กำลังวิ่งวุ่นตามหาลูกเจ้านายที่จู่ๆ ก็หายไปหันกลับมามองตามเสียงเรียก แต่พอเห็นว่าคนที่ตัวเองกำลังตามหาอยู่ในอ้อมกอดของคนที่กำลังพูดก็ดีใจมาก แม้จะแปลกใจอยู่ก็ตามที่คุณหนูของเขายอมให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจออุ้ม เพราะเขาสาบานได้เลยว่าคุณหนูของเขาไม่เคยเจอชายหนุ่มคนนี้แน่ตัวเขาเองยังไม่เคยเจอเลย

“คุณหนูเทล!! หายไปไหนมาครับผมตกใจจะแย่”

คุณหนูงั้นเหรอ ดูท่าทางจะเป็นลูกผู้ลากมากดีสินะ…แต่ก็เหมือนจริงแหละผิวพรรณสะอาดสะอ้าน หน้าตาก็น่ารัก

“ยุงวี…เจลจาไปเก็บดอกม้าบห้ายคุงป๋อ”

“โถ่~คุณหนู ดีนะครับที่คุณท่านยังไม่กลับมาไม่งั้นผมหัวหลุดจากคอแน่”

“นายไม่ควรโทษเด็กคนนี้นะ มันเป็นหน้าที่ของนายที่ต้องดูแลเขาไม่ใช่เหรอ” ภวินอดที่จะต่อว่าคนที่เพิ่งเจอไม่ได้

“จริงด้วย…ผมขอโทษนะครับคุณหนู ช่วยส่งคุณหนูให้ผมด้วยครับ”

พออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ภวินก็จะส่งเด็กชายให้ แต่กับถูกกอดคอแน่น

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ปี๋จายยุกับเจลจ่อนได้ไหมค้าบ”

“เด็กน้อยฉันต้องไปทำธุระต่อ ไว้มีโอกาสเราคงจะได้เจอกันอีก”

“แต่…”

“คุณหนูครับถ้าคุณพ่อรู้จะโดนดุนะครับ”

เทลเบะปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขู่ แม้เขาจะไม่เคยโดนพ่อดุตามที่ถูกขู่แต่เขาก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย เพราะงั้นเขาเลยยอมปล่อยมือจากคอของชายที่เพิ่งเจอและกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของลุงวี

“เด็กน้อยเดี๋ยวฉันต้องไปแล้วนะ นายห้ามเดินไปไหนมาไหนคนเดียวอีกเข้าใจไหม”

“ค้าบบบ”

“เก่งมาก” ภวินเอื้อมมือไปลูบหัวเล็กเบาๆ

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยพาคุณหนูมาส่ง” วีกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม

“ครับ…พี่ไปก่อนนะเจ้าลูกเป็ดกลม”

เทลมองตามพี่ชายที่เพิ่งเจอจนลับตา

“คุงป๋อล่ะค้าบยุงวี”

“คุณท่านไปหยิบดอกไม้ที่รถครับคงใกล้จะกลับมาแล้ว”

ตอนแรกเราอาสาที่จะไปเอาดอกไม้มาให้แทนแล้ว แต่เจ้านายเขาก็บอกจะไปเองและปล่อยให้เขาอยู่กับคุณหนูเพียงสองคน พอเขาคลาดสายตาแป๊บเดียวคุณหนูก็หายไป ยังดีนะที่มีคนพามาส่งก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป