บทที่ 21 พี่เลี้ยงจำเป็น
“เขาบอกว่าเป็นใครครับ”
ดีนะที่ป้านวลไม่เปิดประตูเข้ามา ไม่งั้นมีหวังเข้าใจผิดแน่ดูสภาพที่เขากับตรินเป็นตอนนี้
“เขาบอกว่าชื่อเคนค่ะเป็นเพื่อนของคุณวิน”
“เคนเหรอครับ ให้เขารอผมอยู่ที่ห้องรับแขกก่อนเดี๋ยวผมลงไป” ภวินได้ยินชื่อของเพื่อนแล้วอดดีใจไม่ได้ เคนเดินทางไปฝรั่งเศสหลายวันเลยทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อนคุย
“ได้ค่ะ”
“เหอะ!!ทีฉันกับลูกไล่กลับบ้าน ทีไอ้ผู้ชายคนนี้ไม่ไล่กลับ”
“เป็นอะไรของคุณนั่นมันเพื่อนผมแล้วจะมาพูดกระแนะกระแหนผมทำไม…ปล่อยได้แล้วครับผมจะลงไปหาเพื่อน”
“นายเดินไม่ถนัดไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันอุ้มพาเดินลงบันได”
“มะ…ไม่ไอ้คุณตรินบ้าปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
ตรินไม่ฟังภวินเลยสักนิด เขาอุ้มภวินขึ้นยืนอีกครั้งก่อนจะพาก้าวขาออกจากห้องไป เขาว่าภวินควรกินข้าวให้เยอะกว่านะผอมจนแทบจะปลิวตามลมได้แล้ว
“ปล่อยได้แล้วเดี๋ยวมีคนเห็น”
หลังจากที่ถึงบันไดขึ้นสุดท้ายขั้นสุดท้ายของตัวบ้านภวินก็รีบบอกตรินทันที
“จะไม่ล้มใช่ไหม”
“ไม่ล้มหรอกนะ”
คราวนี้ตรินยอมปล่อยตามที่ภวินขอ พอภวินที่ถูกวางลงบนพื้นเสร็จก็รีบเดินออกไปทันที สงสัยกลัวเขาจะอุ้มอีก
น่ารักแฮะ
“ไอ้วินเพื่อนร้ากกกกก มาช้ามากนะ”
เคนที่เห็นเจ้าของบ้านเดินมาก็รีบเดินเข้าไปกอดคออย่างสนิทสนมทันที ทำเอาคนที่เดินตามมาขมวดคิ้วมองอย่างไม่พอใจ
“มึงมาหากูที่บ้านทำไม”
“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูแลลูกรักกูดีๆแต่นี่มึงพาลูกกูไปจอดทิ้งไว้ที่คลับ”
“โอ๊ย!!”
ด้วยที่เคนไม่รู้ว่าเพื่อนเจ็บอยู่เลยจะลากไปนั่งที่โซฟาคุยกัน เลยทำให้ภวินที่ยังไม่ตั้งตัวเจ็บแปล๊บตรงหว่างขาอีกครั้ง
พลั่ก!! แรงผลักทำให้เคนเซออกไปเล็กน้อย แม้จะงุนงงที่จู่ๆ ก็ถูกผลักจากคนที่ไม่รู้จักแต่ก็อดที่จะโมโหไม่ได้
“มึงทำเหี้ยอะไร” เคนรีบปรี่เข้าไปหาชายร่างสูงใหญ่ที่ตัวเองไม่รู้จัก นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่เห็นหุ่นคนที่สูสีกับตัวเองแบบนี้
“เคนหยุดก่อน”
ภวินรู้ดีว่าด้วยนิสัยของเพื่อนไม่มีทางที่จะยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว แต่เขาก็ไม่เข้าใจตรินจะมาผลักเพื่อนเขาทำไม
“มันเป็นใครไอ้วิน”
“เขาเป็นแขกของกู…คุณตรินผมขอร้องคุณไปรอผมบนห้องกับเทลได้ไหม ถ้าเทลตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครคงโวยวายแย่แน่”
ตรินไม่ตอบยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะยอมเดินออกไป ส่วนเจ้าของบ้านแบบภวินก็ได้แต่ถอยหายใจอย่างโล่งอก
“มันเป็นใครทำไมมึงถึงได้ให้มันขึ้นไปรอบนห้อง”
เคนรีบเพื่อนอย่างสงสัย เขาไม่เคยรู้จักผู้ชายคนเมื่อกี้มาก่อนถึงแม้จะรู้คุ้นหน้าอยู่บ้างก็ตามเพราะอย่างนั้นแล้วภวินคงรู้จักอีกฝ่ายตอนที่มาอยู่ไทยแน่ๆ
“คือ…”
“เพื่อนที่ทำงานมึงเหรอ”
“เออใช่ๆ…ใช่แบบนั้นแหละเพื่อนที่ทำงาน ไปมึงไปนั่งคุยกันดีอย่ายืนนานเลย”
“เออ”
ภวินได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีนะที่ความสงสัยของเคนมันช่วยหาทางออกให้เขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาไม่รู้จริงๆว่าจะแก้ตัวกับเพื่อนคนนี้ยังไงดี
“เฮ้อ~~กว่าจะกลับได้”
เจ้าของบ้านแบบภวินได้แต่ถอนหายใจยาวออก เมื่อเพื่อนสนิทยอมกลับบ้านสักที
‘ทำไมต้องไล่กูกลับคนเดียว ทีไอ้เพื่อนร่วมงานมึงยังไม่เห็นจะไล่ มันสำคัญกว่ากูหรือไง กูไม่รักมึงแล้วไอ้วิน’
คำพูดที่น้อยใจของเคนก่อนออกไปทำให้เขาอดขำไม่ได้จริงๆ ดูเหมือนว่าจะยังมีอีกสองรายที่เขาต้องจัดการสินะ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินกลับห้องตรินก็วิ่งลงจากบันไดด้วยท่าทางเคร่งเครียดทำเอาเจ้าของบ้านแบบเขาถึงกับสงสัย
“คุณ…”
“วินฉันฝากเทลด้วยนะ พอดีที่แก๊งมีเรื่อง”
พูดจบตรินก็เดินออกไปทันที ทำเอาคนที่ถูกบอกว่าฝากเด็กถึงยืนอึ้ง
“นี่กูกลายไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กจริงๆแล้วเหรอ ว่าแต่เมื่อกี้เขาพูดว่าแก๊งใช่ไหม ทำอย่างกับตัวเองเป็นมาเฟีย…ป้านวลครับ…ป้านวล”
“ค่ะ คุณวินป้าอยู่นี่”
นวลที่กำลังอยู่ในครัวก็รีบวิ่งออกมาเจ้านายเมื่อได้ยินเสียงตระโกนเรียก
“ช่วยทำอาหารสักสองสามอย่างขึ้นไปให้ผมด้วยนะครับ อืม…เอาแกงจืดมะระของโปรดผมด้วยก็ได้”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปให้”
“งั้นป้าก็ไปทำงานต่อเถอะครับ”
ภวินที่สั่งงานป้าแม่เสร็จก็หันมองบันไดบ้านที่ทอดยาวไปชั้นสอง
“ให้ตายเถอะรู้แบบนี้หาบ้านที่ติดลิฟต์ดีกว่า”
เจ้าของบ้านได้แต่บนกับตัวเอง ก่อนจะพาร่างที่ปวดร้าวเดินขึ้นห้องนอนเพราะกลัวว่าเด็กชายที่เป็นแขกจะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครจะร้องไห้โวยวาย แต่พอมาถึงกับผิดคาดเมื่อเขาเห็นว่าเทลตื่นแล้วและไม่งอแงแม้จะไม่เจอใคร
“เจ้าเป็นอ้วนตื่นนานหรือยัง”
“เจลจึ่งนางแย้ว แจ่เจลไม่ย้องห้ายเยย”
เสียงเจื้อยแจ้วที่พูดถึงความภาคภูมิใจของตัวเองที่ไม่ร้องไห้ทำให้ภวินอดที่จะขำไม่ได้
‘วินดูสิภีมถูกตีตอนนี้ไม่ร้องแล้วนะ’
ภาพความทรงจำของน้องชายฝาแฝดที่เคยอดอ้างเรื่องการร้องไห้กับตัวเองก็แวบเข้ามาในหัว
ผู้หญิงคนนั้นคงไม่หยุดแค่นี้แน่ จะทำยังไงดีนะ
“ปี๋วิงค้าบ…ปี๋วิง”
“ว่ายังไงครับ”
“เจลยักว่ายน้าม”
“ห๊า~ว่ายน้ำ งั้นเทลกลับบ้านดีไหมจะได้มีคนพาว่าย”
“ม่ายอาวววว เจลจาว่ายน้ามกับปี๋วิง”
คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นเดินตามที่นอนนุ่มมาโอบเอวของภวินที่ยืนอยู่แน่นจนคนที่ถูกกอดอดที่จะขำไม่ได้อีก
เด็กคนนี้เก่งเรื่องที่จะทำให้คนอื่นยอมตัวเองจริงๆ
“แต่พี่ไม่สบายอยู่นะ”
เทลที่ได้ยินภวินพูดว่าไม่สบายก็จำได้ทันทีว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อดูแลอีกฝ่าย
“ปี๋วิงนองยงค้าบ”
