บทที่ 23 มันคือของอันตราย
“ไอ้ลูกเวรนี่มันเป็นพวกหัวแข็งเหมือนใครกันนะ เอาล่ะในเมื่อมันไม่ยอมให้ฉันไปเจอดี งั้นฉันหาวิธีไปเจอด้วยตัวเองก็ได้”
คนที่ยืนฟังคำพูดเจ้านายก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ถ้าจะถามว่าหัวหน้าแก๊งคนปัจจุบันหัวแข็งเหมือนใครถ้าตอบแล้วไม่โดนฆ่าตายเขาขอตอบเลยว่าเหมือนเจ้านายนั่นแหละ นี่ขนาดลูกชายพาหลานหนีแล้วเพราะไม่อยากให้เจอยังจะตามหาจะโดนโกรธหรือโดนกีดกันก็ไม่แปลก
“แล้วจะไปพบแบบไหนครับ ผมว่าตอนนี้คุณตรินคงให้คนคอยดูแลอยู่เต็มบ้าน”
“คนพวกนั้นฉันไม่กลัวหรอก จริงสิอีกสองวันตรินมันบินไปมาเก๊าใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“งั้นก็ดีฉันคิดแผนดีๆออกแล้ว”
2 วันถัดมาบ้านเนตริน
“เฮ้อ~~วันหยุดพักร้อนฉัน”
คนที่ยืนถอนหายใจหลายครั้งติดกันและทำหน้าเบื่อหน่ายโลกมองสองพ่อลูกที่กำลังยืนล่ำลากันอยู่
‘ฉันต้องบินไปมาเก๊าฝากนายดูแลเทลด้วยนะ’
คำพูดที่บอกเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อวาน ตัดจบแบบสรุปรวบรัดเล่นเอาเขาตั้งรีบปฏิเสธไม่ทันเพราะอย่างนั้นแล้วช่วงที่พ่อเด็กไม่อยู่เขาต้องมาอยู่บ้านหลังนี้สักระยะ
“วินฉันไปก่อนนะฝากเทลด้วย”
“ครับ”
ภวินตอบรับก่อนจะลูบหัวเด็กชายที่ยืนกอดขาตัวเองมองพ่อตาละห้อย ดูท่าทางเทลคงจะอารมณ์แปรปรวนง่ายอีกแน่ช่วงนี้
“เทลเข้าบ้านกันไหม พ่อเราออกไปไกลแล้ว”
เมื่อเห็นเด็กชายไม่ยอมเดินออกไปไหน ยืนเกาะขาเขามองรถของพ่อตัวเองขับไปจนลับตา เขาก็อดที่จะสงสารไม่ได้
“ค้าบ”
“มาพี่อุ้ม”
ภวินช้อนเจ้าเป็นอ้วนของตัวเองขึ้นไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเดินตรงเข้าไปในบ้าน เขามาที่นี่เกือบทุกวันจนเริ่มชินกับการมีผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำยืนอยู่เต็มบ้านแล้ว แต่วันนี้มันดูมากกว่าทุกวันอีก ทำอย่างบ้านผู้ทรงอิทธิพลหรือบ้านมาเฟียที่มีคนคอยลอบฆ่าอยู่ตลอดเวลาถึงต้องคอยหาคนคุ้มกันแปลกจริงๆ
“ปี๋วิงค้าบ น้องเจลอยากปายยูจงน่าน”
หลังจากอยู่กับพี่ภวินของตัวเองมาเกือบครึ่งวัน เด็กชายที่เริ่มอยู่ในวัยการเรียนรู้ก็เริ่มสอดส่องหากิจกรรมใหม่ๆให้ตัวเอง โดยการที่มองจากชั้นบนเห็นคนสวนกำลังปลุกต้นไม้อยู่
“งั้นเดี๋ยวพี่พาไป”
ภวินคิดว่าพาเทลออกไปเดินเล่นบ้างก็ดี อยู่แต่ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ พัฒนาการของเด็กจะช้าเอาและตอนนี้เขาพอจะเข้าใจแล้วทำไมเทลถึงยังพูดไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพราะว่าไม่ค่อยมีใครจะกล้าคุยกับเทล นอกจากพ่อที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านคนในบ้านก็ไม่มีใครกล้าคุยเลยหรือแม้แต่พี่เลี้ยงที่ถูกจ้างก็ตาม
“คุณภวินจะพาคุณหนูไปไหนเหรอครับ” โจ้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประห้องถามอย่างสงสัย
“จะพาไปสวนนะ”
“ครับ”
ถ้าอยู่ในบริเวณก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะก่อนที่เจ้านายจะออกไปพูดย้ำหนักหนากับเขาว่าปล่อยให้ลูกชายและคนที่มาดูแลเป็นอันตราย ถ้าอยู่ในบ้านหลังนี้ก็หายห่วง
“คุงปู่ค้าบ ทามอายายเยอ”
พอมาถึงสถานที่ที่ตัวเองอยากมาแล้ว เทลก็รีบวิ่งไปถามชายแก่ที่กำลังทำสวน เขาจำได้ว่าพ่อของพี่วินของเขาก็ดูมีอายุแบบนี้แล้วให้ตัวเองเรียกว่าปู่ก็เลยเรียกตาม
“ฉันเหรอกำลังปลูกต้นไง”
“ปุกต้งม้ายเหยอ ปี๋วิงเจลปุกต้งม้ายด้ายหมายค้าบ” เทลหันมาถามภวินที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ
“ถ้าที่มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำก็จงทำซะ ไม่มีใครกล้าว่าอะไรนายหรอก”
คำพูดที่ออกจากปากลุงคนสวนมันทำให้ถวินหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย ท่าทีลักษณะการพูดแบบนี้ช่างเหมือนเจ้าของบ้านจริงๆ
“คุณลุงไม่ควรสอนเด็กแบบนั้น…เทลถ้านายอบากลองทำต้องขอคุณปู่คนนี้ดูสิ”
“ค้าบ…คุงปู่ค้าบ น้องเจลขอทามจ้วยด้ายหมายค้าบ”
เทลหันไปทำสายตาออดอ้อนเหมือนทุกครั้งที่อยากได้ของหรืออยากทำอะไร ทำเอาคนที่ถูกอ้อนถึงกับรีบถอดถึงมือเปื้อนดินออกแล้วยกมือขึ้นลูบหัวอย่างเอ็นดู ท่าทางของสวนคนนี้ทำให้ภวินแปลกใจไม่น้อยเป็นคนแรกเลยมั้งที่กล้าทำแบบนี้กับเทล
“ได้อยู่แล้วไม่มีอะไรที่ละ…ที่คุณหนูทำไม่ได้หรอกครับ”
“เดี๋ยวก่อนครับ อันนั้นมันคมเกินไปสำหรับเด็ก”
ถวินรีบห้ามเมื่อลุงคนสวนจะยื่นพลั่วขุดดินในมือให้เทล
ลุงคนนี้ไม่รู้จริงหรือไงว่ามันคือของอันตราย
“งั้นก็ไปหาอันใหม่มาสิ ถูกจ้างมาดูแลไม่ใช่เหรอ”
ไอ้ท่าทางคำพูดแบบนี้มันเหมือนเจ้าของบ้านหลังนี้ไม่มีผิด จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่คนสวนคงเป็นพ่อหรือญาติพี่น้องแล้วล่ะมั้ง
“เทลรอพี่ตรงห้ามไปไหนนะ”
“ค้าบ”
ตอนนี้เทลสนุกกับการเล่นดินที่ถูกขุดออกมาอย่างสนุกสนานจนไม่สนใจใครอีกแล้ว หลังจากที่ภวินเดินออกไปคนสวนที่นั่งอยู่กับเทลก็ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
การป้องกันที่แกคิดว่าเข้มงวด มันละหลวมมากเลนยนะไอ้ลูกชายแบบนี้มันจะไปปกป้องเด็กคนนี้จากอันตรายที่ไหนได้
