บทที่ 27 เล่นซนจนเมา
“วิน…วิน!!”
ตรินเรียกชื่อของภวินที่จ้องมองหยางจงไม่วางตาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดภวินก็มีสติกลับคืนมา
“คุณตริน…เขาคือ…”
“นี่คุณหลี่หยางจง เขาเป็นเจ้าของคาสิโนแห่งนี้”
“เจ้าของคาสิโน”
“ผมไม่รู้จริงๆนะครับว่าคนชื่ออเล็กเป็นใคร แต่ดูท่าทางคุณคงรักเขามากใช่ไหม”
“มะ…อุ้บ!! อืออออ”
ยังไม่ทันที่จะได้ตอบตรินก็มือของตัวเองปิดปากภวินไว้
“ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกครับ แต่ถึงตอนนั้นจะรักขนาดไหนตอนนี้มันก็เป็นเพียงอดีตเพราะตอนนี้คนที่วินรักคือผมคนเดียว…คุณหยางจงคิดแบบนั้นหรือเปล่าครับ”
ตรินพูดพร้อมกับจ้องมองที่หยางจงว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรหรือเปล่า ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคนชื่ออเล็กที่ภวินพูดจะมีความสัมพันธ์ยังไงกับคนที่พูดชื่อออกมา แต่ถ้าหยางจงมีปฏิกิริยาก็มีส่วนเป็นไปได้ว่าเขาคืออเล็กอะไรนั่น
“ครับ ถ้าไม่รักคงไม่มาพร้อมกับคุณตรินแต่ว่า…ผมได้ยินว่าภรรยาของคุณตรินเป็นสาวสวยไม่ใช่เหรอครับแล้วทำไม…”
“อ่อ…เรื่องภรรยาผมจะหย่ากับเธอแล้วครับ เพราะคนที่ผมรักมีแค่วินคนเดียว จริงไหมที่รัก”
“ที่รักบะ…อืออออ”
ริมฝีปากที่กดลงมาอย่างแรงทำให้ภวินถึงกับเบิกตาขึ้นกว้าง ใครจะไปคิดล่ะว่าตรินจะทำตัวอุกอาจต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ โดยเฉพาะต่อหน้าชายที่หน้าตาเหมือนคนรักเก่าเขาไม่ผิดเพี้ยน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับก็ตามทีเถอะ แต่เพียงไม่นานจากที่เคยขัดขืนก็เคลิ้มตามสติที่มีก็หายไปจนหมดสิ้น ลิ้นเล็กเริ่มตอบรับการเกี่ยวตวัดอย่างช่ำชอง
“อืออออ”
“อ่ะแฮ่ม…ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ เรามาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่า”
หยางจงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม จนตรินจับสังเกตได้
เรื่องมันน่าสนุกมากขึ้นแล้วแฮะ
ใครจะคิดล่ะว่าเดินทางมาคุยธุรกิจครั้งนี้จะจับจุดผู้นำตระกูลคนต่อไปของแก๊งไป๋หู่ได้ หยางจงนอกจากจะเป็นเจ้าของคาสิโนแล้วยังเป็นว่าที่หัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ของมาเก๊า ถ้าหยางจงชื่ออเล็กจริงๆท่าทางเบื้องหลังคงมีอะไรซับซ้อนมากแน่ๆ
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีอยู่กับเด็กคนนี้ทีไรก็อดใจไม่ไหวทุกที แต่ก็ว่าล่ะครับน่ากินขนาดนี้จะให้อดใจไหวได้ยังไง…จุ๊บ!!”
“ไอ้!!”
คนที่ถูกขโมยจุ๊บถึงกับถลึงตามองอย่างโกรธๆ ก่อนจะปลายตามองไปที่ชายอีกคนที่อยู่ในห้องนี้มาตลอด
เขาคงจะไม่ใช่พี่อเล็กจริงๆ ถ้าเป็นพี่อเล็กคงไม่ปล่อยให้คนอื่นทำกับเขาแบบนี้แน่
...........................
“อาวววมาอีกอึก!!”
เสียงโวยวายของคนที่กำลังเมามายเพราะฤทธิ์สุราดังขึ้น เมื่อตอนนี้เหล้าสีอำพันที่เคยมีอยู่ในแก้วหายหมดเกลี้ยง
“วินนายเมาแล้ว”
“อึก!! คายมาวม่ายมีหรอกปล่อยยย จากินต่อ”
ตรินได้แต่ทำสีหน้าเอือมระอากับคนที่บอกว่าตัวเองไม่เมา พูดจาไม่รู้เรื่องยิ่งกว่าเทลยังจะบอกตัวเองไม่เมาอีก เขาไม่น่าให้ภวินดื่มเลยเขาลืมไปได้ยังไงว่าคนตรงหน้าเมาแล้วไร้สติขนาดที่ขึ้นรถผิดคันมาแล้ว
“งั้นเรากลับไปกินที่ต่อห้องดีไหม”
“อึก!! ที่ห้องมีล้าวเหรอ”
“มีสิ”
ตรินเอื้อมมือไปลูบแก้มแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เหล้าอย่างเอ็นดู ก่อนใช้แขนสองข้างยกภวินขึ้นมานั่งตัดของตัวเอง ส่วนภวินที่ถูกอุ้มมานั่งบนตักไม่ได้ปฏิเสธหรือขัดขืนอะไร ตอนนี้เขาเมาจนแทบไม่รู้เลยว่าใครทำอะไรตัวเอง
“คุณหยางจงในเมื่อตอนนี้พวกเราตกลงกันเรียบร้อยแล้วผมคงต้องของตัวกลับเพราะดูท่าทางแมวที่ผมพามาด้วยจะเล่นซนจนเมาแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นให้คนของผมพาคุณภวินไปพักดีหรือเปล่าครับ พวกเราดื่มฉลองกันต่อสักหน่อย”
หยางจงมองชายหนุ่มที่กำลังซบอยู่บนอกกว้างของตรินด้วยความรู้สึกบางอย่าง สายตาของเขามองไปที่ชายคนนั้นไม่วางตาจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนคอยมองเขาอยู่เหมือนกัน
“ผมว่าไว้วันหลังดีกว่าครับ พอดีผมสัญญากับวินว่าคืนนี้จะพาเขาสวีทที่ต่างประเทศสักหน่อย ถือเป็นการฮันนีมูนล่วงหน้านะครับ”
“ฮานนนอารายย”
“งั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะครับ ถ้าทั้งสองคนลงเอยกันได้”
“ครับ พวกเราลงเอยกันแน่ๆ ไม่ต้องกังวล…วินเดินไหวไหม” ตรินก้มลงไปกระซิบข้างหูภวินเสียงแผ่วเบา
“หวายยย เอิ้ก!!”
คนที่บอกว่าไหวตอนนี้หน้าแดงระเรื่อมากจนเขาอดที่จะขำไม่ได้ ดูท่าทางภวินตอนนี้คงจะเดินไม่ไหวเขาเลยตัดสินใจช้อนร่างเมามายอุ้มขึ้นไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจชายอีกคนเลยแม้แต่น้อย
“ทามมายถึงบอกอึก!! ม่ายช่ายพี่อาเล็ก” ภวินกำเสื้อของตรินแน่น พร้อมกับพูดออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ
“แต่ฉันว่าใช่…แต่ต่อให้ผู้ชายคนนั้นเป็นพี่อเล็กของนายก็ใช่ว่าฉันจะปล่อยนายไปง่ายๆ จนกว่าเทลจะเบื่อนานตอนนั้นฉันถึงจะปล่อยนายไป…ไปเตรียมรถฉันจะกลับโรงแรม”
“ครับนายท่าน”
ตรินพอเดินออกมาจากห้องสั่งลูกน้องที่ตามมาคุ้มกัน แม้ว่าจะเป็นการคุยธุรกิจที่ไม่น่าจะมีเรื่องอะไร แต่การป้องกันไว้มันก็ไม่เสียหาย
