บทที่ 3 อันตรายจากผู้ไม่หวังดี
ระหว่างทางกลับภวินก็อดที่จะนึกถึงเด็กชายที่ตัวเองเพิ่งเจอไม่ได้ ทำไมกันนะเขาถึงไม่รำคาญเด็กคนนี้เหมือนคนอื่นๆเลย แต่แล้วความคิดของเขาก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งที่ถือช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่เดินมา สาบานได้เลยว่าแม้อีกฝ่ายจะสวมแว่นตาดำบดบังใบหน้าไว้แต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าหล่อมาก ระหว่างที่เดินสวนทางกันเขาก็อดที่จะมองอีกฝ่ายไม่ได้
ต้องสูงเท่าไหร่กันนะผู้ชายคนนี้
ภวินได้แต่สลัดความคิดออกจากหัวตัวเองออก แล้วก็ได้แต่คิดว่าแค่คนผ่านทางจะไปเก็บมาคิดทำไม เขายังมีงานที่ต้องให้คิดมากกว่าเรื่องไร้สาระพวกนี้
ตระกูลอนันต์วรัตน์
“คุณภวินคะ คุณผู้หญิงบอกว่าถ้าคุณกลับมาให้เชิญไปหาที่ห้องรับแขกค่ะ”
พอเห็นว่าคุณชายของบ้านกลับมาแม่บ้านเก่าแก่ก็รีบเข้าไปรายงานทันที เธออยู่มาตั้งแต่สมัยคุณผู้หญิงคนเก่าของบ้านยังไม่เสียเลยรักและเอ็นดูคุณชายแฝดทั้งสองของเธอมากกว่าคนรับใช้ใหม่ๆที่คุณผู้หญิงคนใหม่ของบ้านพามา คนพวกนั้นเลยดูไม่ค่อยใส่ใจลูกชายของเจ้าของบ้านเลยสักนิด บางครั้งเธอก็อดที่จะคิดไม่ได้ที่คุณภีมตายก็เพราะคนพวกนี้ละเลยจนอาการของคุณภีมทรุดหนักจนหมดหนทางรักษาหรือเปล่า
“ขอบคุณนะครับป้าดา…พอรู้หรือเปล่าเขาเรียกผมทำไม”
“ไม่ทราบค่ะ”
“งั้นให้เขารอไปก่อนแล้วกัน ผมมีงานสำคัญที่ต้องขึ้นไปคุยก่อน”
พูดจบภวินก็เดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าคนที่แม่บ้านเดินมาบอกจะรอหรือเปล่า ส่วนแม่บ้านก็อดที่จะกลัวไม่ได้ว่าจะมีเรื่องกันอีกเพราะคุณผู้หญิงคนนี้เกลียดคนที่ขัดคำสั่งตัวเองมากที่สุด
“คุณผู้หญิงคะ คุณภวินมาแล้วค่ะป้านวลไปบอกแต่ไม่ยอมมาหาคุณผู้หญิง”
“ไอ้เด็กบ้าคนนี้มันกล้าดียังไง ถึงได้ข้ามหน้าข้ามตาฉัน” รันตาวางนิตยสารลงอย่างแรง
“ดิฉันว่าเด็กคนนี้จะหัวแข็งกว่าคุณภีมนะคะ”
“แล้วยังไงก็แค่ลูกที่พ่อไม่รัก…ฉันจะขึ้นไปจัดการมัน” รันตาลุกขึ้นจากโซฟาและตรงขึ้นไปชั้นสองทันที
ก๊อกๆ
หลังจากที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่นาน เจ้าของห้องด้านในก็เดินออกมาเปิด
“มีอะไรครับ”
พอเห็นว่าคนที่มาเยือนคือใคร ภวินก็อดที่จะยิ้มอย่างพอใจไม่ได้ ดูเหมือนว่าคงมีเรื่องเร่งด่วนสินะถึงได้มาหาเองแบบนี้
“ทำไมแกถึงไม่ไปหาฉันก่อน”
“ผมมีงานสำคัญที่ต้องทำ”
“แกคิดว่าเรื่องของฉันมันไม่สำคัญหรือไง”
“ถ้ามันสำคัญจริงก็มาหาเองสิ…แต่ก็มาแล้วนิ” ภวินยกมือขึ้นกอดอกตัวเองแล้วพิงไปที่ขอบประตูมองแม่เลี้ยงของตัวเอง
“แก!!”
รันตารู้ดีว่าภวินไม่ได้เป็นคนหัวอ่อนเหมือนภีม เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถจบมหาวิทยาลัยดังระดับโลกด้วยเงินของตัวเอง ไม่พึ่งพาเงินของพ่อเลยสักบาทต่างจากภีมที่เป็นลูกแหง่จะทำอะไรต้องคอยฟังคำสั่งของพ่อ
ไอ้เด็กบ้า…ฉันคงจะให้แกอยู่ลอยหน้าลอยตาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่นานหรอก
“มีอะไร…ครับ”
“พรุ่งนี้ศรัณจะกลับมาแล้ว ฉันจะให้ลูกชายฉันอยู่ห้องนี้ แกย้ายของของแกไปอยู่ห้องชั้นล่าง”
“ได้สิ…แต่ไม่ต้องย้ายไปชั้นล่างให้วุ่นวายหรอก เพราะตั้งใจจะย้ายออกอยู่แล้ว”
ที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดจะอยู่บ้านหลังนี้นานหรอกเพราะอยู่แค่ 4วันเขาก็แทบจะหมดความอดทน ยิ่งถ้าเกิดลูกติดผู้หญิงคนนี้กลับมา เขาคงจะได้กลายเป็นฆาตกรเข้าสักวัน
“ย้ายออกทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้”
“คุณเป็นใครผมถึงต้องรายงานทุกเรื่อง ขนาดพ่อที่ให้กำเนิดผมยังไม่ต้องรายงานทุกเรื่องเลย”
“แกมัน…ดีรีบๆย้ายออกไปยิ่งดี”
รันตาพูดจบก็กระแทกเท้าเดินออกไปอย่างไม่พอใจ เด็กคนนี้ไม่เหมือนภีมเลยถ้าเกิดวันหนึ่งมันคิดที่จะมาแย่งสมบัติของพ่อมันกับเธอและลูกชายจะทำยังไง
“สั่งให้คนไปตามพลมาหาฉันด่วน”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
…………………………….
RTy Group (ห้องประชุม)
ปัง!!
เสียงแฟ้มรายงานผลประกอบการประจำปีของบริษัทถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแรงทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมต่างพากันตกใจรีบนั่งหลังตรง
“พวกคุณทำงานกันยังไง ถึงทำให้ยอดขายตกกันขนาดนี้ ไม่พอลูกค้ารายย่อยตั้งหลายรายย้ายไปเซ็นสัญญากับบริษัทคู่แข่ง”
ตรินประธานRTyกรุ๊ปคนปัจจุบันพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความโมโห เขาขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริษัทปีนี้เป็นปีที่3 นี่เป็นครั้งแรกที่ผลสรุปรายปีต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เขากำหนดไว้ แม้ว่ามันจะมากกว่าผู้บริหารคนเก่าๆเคยทำไว้ก็ตาม
“ต้องขอโทษครับท่านประธานพวกเราจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” ผู้จัดการสาขาใหญ่รีบพูดขึ้น หวังว่าจะทำให้ประธานของตัวเองอารมณ์เย็นขึ้นบ้าง
“ไปจัดการมา…ฉันต้องการรายงานยอดขายและคู่ค้าเป็นรายสัปดาห์ให้ทุกแผนกทำสรุปมาให้ฉันเข้าใจไหม”
“ครับ”
“เอาล่ะ พวกนายแยกย้ายกันไปทำงานต่อเถอะ”
ไม่นานห้องประชุมกว้างก็เหลือเพียงแค่ตรินกับเลขา
“ทัศบริษัทดีเอ็กซ์จะส่งคนเข้ามาคุยกับเราเมื่อไหร่”
ดีเอ็กซ์คือบริษัทของเครือUuMm ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ตอนนี้บริษัทของเขากำลังจะสร้างโรงแรมอีกหลายสาขาถ้าได้เซ็นสัญญากับบริษัทนั้น ก็อาจจะสามารถซื้อขายสินค้าได้ตามกำหนดเป้าไว้ได้
“พรุ่งนี้ครับ ทางนั้นจะส่งตัวแทนเข้ามาเจรจา”
“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะเป็นคนคุยเอง”
“ครับ”
“นายก็ออกไปเถอะ แล้วตามวีเข้ามาหาฉันด้วย”
“ได้ครับ”
หลังจากที่ทัศเดินออกไปไม่ถึง10นาที วีก็เดินเข้ามาเพราะวีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้เลยเลือกที่จะไม่เข้าห้องประชุมด้วย แม้เขาจะเป็นคนสนิทของประธานบริษัทแต่ตัวเขาก็เกี่ยวข้องเฉพาะกับแก๊งมังกรแดงเท่านั้น
“งานที่ฉันสั่งให้ไปจัดการเป็นยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยครับเจ้านาย แม้ว่าจะติดขัดช่วงแรกเพราะมีพวกตำรวจหัวรั้นรักความถูกต้องมากกว่าเงิน แต่ตอนนี้ก็ถูกสั่งย้ายไปแล้ว”
“ดี…ส่วนการขนย้ายอาวุธรอบหน้านายเป็นคนจัดการนะเพราะฉันจะให้โจ้ไปดูแลเทล ช่วงนี้ผู้หญิงคนนั้นสั่งคนของแก๊งเธอให้ตามติดนายแบบนั้นคงเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง ก่อนที่เรื่องหย่าจะจบฉันไม่อยากให้เทลเป็นอันตราย”
ผู้หญิงคนนั้นที่ตรินหมายถึงคือนีน่าภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง แต่กำลังมีเรื่องที่จะหย่ากันเพราะเขาจับได้ว่าเธอเป็นชู้กับบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอและดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายผิดอยู่ฝ่ายเดียว เพราะงั้นถ้าเธอรู้เรื่องเทลขึ้นมาคงเป็นเรื่องแน่
“ครับเจ้านาย”
วีรู้ดีว่าช่วงนี้ตัวเองโดนตามเพราะอย่างนั้นเขาเลยเลี่ยงที่จะไม่ไปดูแลลูกเจ้านาย ให้คนที่ไว้ใจได้ไปคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแทน
“ฉันจะไปหาคุณพ่อสักหน่อย ให้คนเตรียมรถไว้ให้หน่อยนะ”
“ไปตอนนี้เลยเหรอครับ”
“ใช่”
“ผมจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”
ตรินถอนหายใจยาวๆ ออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาคงต้องเล่าเรื่องของลูกชายให้ผู้เป็นพ่อฟังแล้ว ถึงแม้ตอนนี้เขาจะได้อำนาจมาทั้งหมดแต่อำนาจที่อยู่ในมือผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้ลดลงเลย หลายปีมานี้ ที่เขาไม่เปิดเผยเรื่องของเทลส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรุ๊ปเลือดพิเศษที่ลูกชายมี แม้ตระกูลเขาจะมีเลือดพิเศษซะส่วนใหญ่แต่ก็เป็นประเภทAทั้งหมด เทลเป็นเด็กคนแรกในตระกูลที่เป็นประเภทB เขาเลยกลัวว่าถ้ามีคนรู้เรื่องนี้เทลจะเป็นอันตรายจากผู้ไม่หวังดี
