บทที่ 4 กรุ๊ปเลือดพิเศษ

“เชี้ยเอ้ย!! มาเสียอะไรตอนนี้ว่ะ” 

ภวินสถบออกมาด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขามีงานสำคัญที่ต้องไปจัดการด้วย เขาน่าจะเอารถของตัวเองมาไม่น่าขับรถของบริษัทมาเลยจริงๆ

เคน??“?

“ว่ายังไงมึง”

“เคนรถกูเสียแล้วที่นี่ก็ไม่มีอู่ซ่อมรถด้วย กูต้องไปคุยงานที่RTyกรุ๊ปภายใน10นาทีมึงมารับกูหน่อย” 

พอปลายสายรับโทรศัพท์ ภวินก็ไม่รอช้าที่จะบอกความต้องการของตัวเองโดยไม่รอให้อีกฝ่ายรอแม้แต่น้อย

“ได้มึงส่งพิกัดมาเดี๋ยวกูรีบไป”

หลังจากคุยกันจบภวินก็รีบส่งโลเคชั่นของตัวเองไปให้เพื่อนทันที

15 นาทีต่อ

“แม่ง!! ไอ้เคนทำไมมึงมาช้าขนาดนี้” 

“กูขอโทษพอดีเห็นยายแก่ๆ กำลังจะข้ามถนนตรงไม่มีทางม้าลายเลยลงไปช่วยอยู่นะ” 

เคนยิ้มแห้งให้เพื่อนที่ทำหน้าโกรธตัวเอง เขามันเป็นพวกเห็นคนลำบากไม่ได้ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยตลอด ครั้งนี้ก็เหมือนกัน

“เอากุญแจรถมอเตอร์ไซต์มึงมา”

“เดี๋ยว…ไม่ใช่ว่ามึงจะให้กูไปส่งเหรอ”

“ไม่!! กูจะขับไปเอง เอามา”

“เออๆ ดูแลลูกกูดีๆ ด้วยนะโว้ย” 

ภวินไม่สนใจคำพูดของเคนเลยสักนิด เขาสวมหมวกกันน็อกไว้ที่หัวเสร็จก็สตาร์เครื่องและบิดมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ออกไปด้วยความเร็ว ตอนที่อยู่อเมริกาเขากับเคนเข้าแข่งรถบ่อยๆกับเพื่อนในกลุ่มเลยทำให้ได้ลองฝึกขับรถหลากหลายรูปแบบ

RTy Group 

“ขอโทษนะครับ”

“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่เดินเข้ามาทักก็รีบลุกขึ้นยืนทักทายกลับทันที

“ผมมาจากบริษัทดีเอ็กซ์มาติดต่องานที่นัดไว้นะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรบกวนรอสักครู่นะคะ”

“ครับ”

ภวินถอนหายใจยาวก่อนจะก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ให้ตายเถอะสายมาสิบห้านาทีแล้ว

“คุณคะเดี๋ยวฉันจะเป็นคนนำทางให้ พอดีว่างานครั้งนี้ท่านประธานจะเป็นคนเจรจากับคุณเอง”

“ท่านประธาน…ครับ”

แม้จะงงกับเรื่องเปลี่ยนคนเจรจางานแต่ภวินก็ได้แค่ยิ้มตอบรับ เขาหวังว่าประธานของRTyจะเป็นคนใจกว้างมองผ่านเรื่องที่เขามาสาย

“คุณลิลินคะ นี่เป็นตัวแทนจากบริษัทดีเอ็กซ์ที่เข้ามาติดต่อค่ะ” พนักงานหญิงฝ่ายประชาสัมพันธ์รีบบอกเลขาสาวของท่านประธานเมื่อพาชายหนุ่มเดินขึ้นมาตามคำสั่ง

“ขอบคุณค่ะ คุณกลับไปทำงานต่อเถอะ”

“ค่ะ”

“ขอบคุณนะครับ”

ภวินไม่ลืมที่จะขอบคุณหญิงสาวที่พาตัวเองมา หลังจากนั้นเลขาสาวของท่านประธานก็พาเขาเข้าไปในห้องด้านทำงานใหญ่ทันที

“ท่านประธานคะ คนของทางดีเอ็กซ์มาถึงแล้วค่ะ”

“ให้นั่งรอที่โซฟาก่อน”

“ค่ะ”

เลขาสาวพาภวินไปนั่งรอที่โซฟาด้านในห้องตามที่ประธานสั่งเสร็จเธอก็เดินออกไปข้างนอกเพื่อทำงานตัวเองต่อ ส่วนภวินก็ได้แต่นั่งคอยว่าเมื่อไหร่เจ้าของห้องทำงานนี้จะลุกออกจากเก้าอี้แล้วมาคุยกับเขาสักที แต่รอให้เท่าไหร่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมลุกออกมา จนเวลาผ่านไปเกือบ30นาทีผ่านไปก็แล้ว 1ชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว ทำเอาเขาเริ่มที่จะหมดความอดทน

“เมื่อไหร่จะมาว่ะ”

แต่ถึงจะบ่นยังไงก็ไม่มีวี่แววที่อีกฝ่ายจะมาคุยกับเขาเลยสักนิด ทำให้ตอนนี้ภวินหมดความอดทนแล้ว

“ขอโทษนะครับท่านประธาน ถ้าคุณติดงานไว้เรานัดเจรจากันวันหลังดีหรือเปล่าครับ”

ตรินเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งรอตัวเองอยู่ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปหาอีกฝ่าย

“ทำไมครับไม่สะดวกใจที่จะรอเหรอ”

“ไม่ครับแต่ผมเห็นว่ามันนานแล้ว ถ้างานของคุณยังไม่เสร็จไว้วันหลังผมมาใหม่ก็ได้”

“สรุปก็คือไม่สะดวกใจที่จะรอ…ตอนที่ฉันรอนาย ฉันยังไม่ให้ใครโทรศัพท์ไปเร่งเลย”

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ภวินขมวดคิ้วเข้าหากัน สรุปว่าที่ให้เขารอมาตั้งนานเพราะอยากเอาคืนที่เขามาสายอย่างนั้นนะเหรอ

“ถ้าคุณไม่พอใจเรื่องที่ผมมาเลทกว่าเวลานัดสามารถตำหนิผมได้ตรงๆเลยนะครับ ไม่จำเป็นต้องมาแกล้งให้ผมนั่งรอเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงแบบนี้ คุณไม่คิดเหรอว่าผมมีงานอื่นที่ต้องทำ” 

ความโมโหที่สั่งสมมาทำให้เขาอดที่จะต่อว่าคนที่เดินมานั่งลงตรงหน้าไม่ได้

“ถ้างั้นงานอื่นที่นายว่ามันสำคัญมากกว่าธุรกิจพันล้านที่เรากำลังจะคุยกันเหรอ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณวิมลจะส่งคนที่นอกจากจะรักษาเวลาไม่ได้แล้วยังมีความอดทนต่ำแบบนี้มาคุยงานสำคัญ”

‘วินงานนี้เป็นงานที่สำคัญกับความเป็นอยู่ของบริษัทเรามาก พี่หวังว่าเราจะเจรจากับทางนั้นให้สำเร็จตามเป้านะ’

คำพูดของประธานบริษัทหรือคุณวิมลที่อีกฝ่ายพูดถึงลอยเข้ามาในหัว เพราะเมื่อคืนคุณวิมลโทรศัพท์มาย้ำเขาเกือบสิบรอบได้ พอถึงนึกคำนั้นภวินก็ได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วยิ้มให้กับประธานบริษัทRTy อย่างเป็นมิตร เขาเพิ่งสังเกตดูดีๆประธานที่นี่หล่อมากเลยนะยังดูหนุ่มอยู่เลย

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”

รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้ตรินนึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่กำลังจะเลือนลางออกจากความทรงจำของตัวเอง

“ไม่นะ…ทำไมเหรอครับ”

“ช่วงสี่ปีก่อนนายได้เข้ารักษาที่SPCB Hospital หรือเปล่า”

“ไม่นะครับ ผมไปอยู่อเมริกาตั้งอายุ13ปีและไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุ๊ปเลือดพิเศษครับ”

แม้จะแปลกใจกับคำถามที่อีกฝ่ายถามแต่ภวินก็ตอบออกไปตามความจริง

แล้วทำไมคนคนนี้ถึงพูดเหมือนรู้ว่าเขามีเลือดพิเศษ

“งั้นเหรอ…ถ้าอย่างนั้นฉันคงจำคนผิดเอง เอาล่ะเรามาคุยกันเรื่องสัญญาดีไหม” 

ดูเหมือนว่าแค่เพียงอีกฝ่ายหน้าตาเหมือนคนที่เคยช่วยชีวิตลูกชายตัวเองก็ทำให้ตรินอารมณ์เย็นขึ้นมาก

“ครับ”

ส่วนภวินก็ลืมความขุ่นมัวไปจนหมดสิ้น อย่างน้อยตอนนี้เขาต้องรีบเจรจาเพื่อให้ได้เซ็นสัญญากับอีกฝ่ายตามที่ประธานของเขาคาดหวังไว้

เกือบหนึ่งชั่วโมงในการแลกเปลี่ยนความต้องการของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ตามที่ต้องการมากที่สุดและเหมือนตอนนี้ทุกอย่างมันจะเป็นไปได้ด้วยดี

“ยังไงเดี๋ยวฉันจะให้คนรีบร่างสัญญาไปส่งให้ประธานของนายที่บริษัทนะ” ตรินพูดพลางหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่ม

“ได้ครับ…ยังไงผมต้องขอบคุณคุณตรินมากครับที่ยอมรับเงื่อนไขของทางเราและผมก็ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ก่อนหน้านี้ทำตัวเสียมารยาทลงไป”

“ไม่เป็นไร”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ”

“อืม”

ตรินมองชายหนุ่มที่เดินออกไปจนสุดท้ายสายตา มันจะมีคนที่เหมือนกันได้ขนาดนี้เหรอถ้าไม่ใช่พี่น้อง แต่ดูเหมือนนามสกุลจะไม่เหมือนกันนะ อีกอย่างผู้ชายคนนั้นไม่มีไฝตรงใต้ตาด้วยและที่สำคัญโรงพยาบาลแจ้งว่าเขาตายแล้ว เพราะอย่างนั้นแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเลยไม่ได้ตาหาผู้มีพระคุณของลูกชายต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป