บทที่ 9 ฉันเกลียดเด็ก
ติ๊ง~ต๊อง~
“มาแล้วค่ะ”
ร่างท่วมของหญิงสูงวัยรีบวิ่งออกมาเปิดประตูเมื่อได้ยินกดออกด้านหน้า
“พวกคุณมาหาใครคะ” นวลถามชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างสงสัย
“ผมมาหาเจ้าของบ้านครับเจ้าของบ้านอยู่หรือเปล่า”
“อยู่ค่ะ ให้บอกว่าใครมาหาคะ”
“บอกว่าคุณตรินส่งมาครับ”
“รบกวนรอสักครู่นะคะ” พอบอกเสร็จนวลก็เดินไปที่โทรศัพท์บ้านที่อยู่ป้อมยามเล็กๆ ก่อนเธอจะกลับมาอีกครั้งพร้อมคำตอบ
“คุณวินบอกว่าให้คุณเข้าไปด้านในได้เลยคะ”
ไม่นานนวลก็พาชายหนุ่มที่มาเยือนเข้ามาหาภวินที่กำลังนั่งรอที่ห้องรับแขกกลางบ้าน
“เจ้านายพวกคุณมีเรื่องอะไรกับผมเหรอ”
ภวินไม่รอช้าถามความต้องการของผู้มาเยือนทันที
“เจ้านายบอกว่าให้มารับคุณไปดูแลคุณหนูเทลในระหว่างที่รอท่านกลับครับ”
“เดี๋ยวก่อนนะทำไมฉันต้องไปดูแล ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กสักหน่อยอีกอย่างนี่มันก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว ฉันไม่ว่างที่จะไปดูแลเด็ก”
“เจ้านายบอกว่าคุณต้องไปเพราะมันคือค่าชดใช้ที่ทำโซฟาเปื้อน ถ้าคุณไม่ไปให้ชดใช้เป็นเงินสดเท่านั้น”
“พรวด!! แค่กๆ”
คำขู่ของคนที่มาเยือนทำเอาภวินที่กำลังดื่มน้ำถึงกับต้องสำลักออกมาทันที
ให้ตายเถอะ ถ้าไม่หมดเงินไปกับการซื้อบ้านหลังนี้ฉันไม่มีทางใครมาขู่เรื่องเงินได้หรอก
“คุณวินเป็นอะไรคะ”
“ไม่เป็นไรครับป้านวล เดี๋ยวผมจะออกไปสักพักนะครับหรือถ้าผมกลับดึกป้าเข้านอนก่อนได้เลย”
ภวินรีบหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดปากตัวเองลวกๆก่อนที่จะลุกขึ้นจากโซฟาอย่างหงุดหงิดใจ
“นำไปสิ”
“ครับ”
.
.
.
เพล้ง!!
“แงๆ ม่ายยยอาวเจลจากิงป้อมป๋อ”
“คุณโจ้มาพอเลยแย่แล้วค่ะ คุณหนูเธออาละวาดไม่ยอมกินข้าวอีกแล้วค่ะ บอกแค่ว่าจะหาคุณพ่อจะรอคุณพ่อ”
ยังไม่ทันที่ภวินจะเหยิบบ้านหลังนี้ถึงสิบนาทีก็ดูเหมือนเขาจะได้รับข่าวดีว่าลูกชายของคนที่เขาจะมาดูแลอาละวาดสะแล้ว
“เอ่อ…คุณภวินต้องเป็นหน้าที่ของคุณแล้วล่ะครับ”
โจ้เองก็หมดปัญญาที่จะแก้ไขปัญหานี้ ปกติเวลาคุณหนูเป็นแบบนี้พวกเขาก็ปล่อยให้หยุดเองหรือไม่ก็เป็นแม่นมที่เข้าไปปลอบ แต่วันนี้ช่วงเที่ยงแม่นมลากลับบ้านนี่สิ
“เหอะ!! นำไปสิเด็กคนนี้อยู่ที่ไหน”
คนรับใช้พอได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินนำภวินไปอย่างร้อนรน
“เจ้าเป็ดอ้วนหยุด!!”
พอเดินเข้ามาถึงห้องที่เด็กชายอยู่ ภวินก็รีบตะคอกเสียงดังเมื่อเห็นเด็กชายกำลังจะโยนช้อนในมือเขวี้ยงไปใส่คนที่ดูแลใกล้ สภาพในห้องนี้ไม่ต่างจากสนามรบเลยสักนิด นี่แหละเหตุผลที่เขาไม่ชอบเด็ก
“ปี๋จาย…แงๆ”
เทลที่เห็นหน้าภวินตอนนี้ยิ่งทำให้ร้องไห้หนักกว่าเดิม ทำเอาภวินต้องถอนหายในยาวก่อนจะเดินไปอุ้มเด็กชายออกจากเก้าอี้นั่งกินข้าวของเด็ก
“ไม่ร้องนะเด็กดี ถ้าหยุดร้องพี่วินสัญญาว่าจะอยู่ด้วยจนกว่าคุณพ่อจะมาเลยดีไหม” ภวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วค่อยๆเอานิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้วนุ่มเบาๆ
“อึก!!จิงเหยอ” ดวงตาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามองไปดูพี่ชายใจดีพร้อมกับถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“จริงสิ…ห้องนั่งเล่นอยู่ไหนครับ”
“ทางนี้เลยค่ะ”
คนรับใช้รีบเดินนำชายหนุ่มไปที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง แม้จะแปลกใจที่เพียงเขาปรากฏตัวขึ้นก็ทำให้คุณหนูของพวกเธอหยุดร้องได้ แต่มันก็ดีสำหรับพวกเธอแล้วเพราะถ้าเข้าไปปลอบคุณหนูก็ไม่ฟัง จะเข้าไปสั่งสอนแบบลูกหลานตัวเองก็ไม่ได้ขืนทำแบบนั้นมีหวังถูกไล่ออกแน่
มีเทวดามาช่วยพวกเธอแล้วสินะ
“บอกได้ไหมทำไมถึงร้องไห้อะวาดแบบนั้น รู้ไหมมันไม่น่ารักเลย”
เมื่อเห็นว่าเด็กชายเลิกร้องไห้โวยวายแล้วภวินก็ตั้งคำถามกับพฤติกรรมของเด็กชายที่ผ่านมา
“เจลยอป๋อแต่ป๋อม่ายมาเยย”
“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอแบบเป็นเด็ก”
“เย็กดีเปงยางงายเยอค้าบ”
เอาเข้าไป…คำถามของเด็กที่นั่งมองหน้าตัวเองอยู่ทำให้ภวินถึงกับต้องกุมขมับตัวเอง สาบานได้ไหมว่าไม่เคยมีใครสอนเด็กคนนี้ว่าเด็กที่ดีควรเป็นยังไง
“ฮะๆ…ถ้างั้นฟังที่ฉันบอกนะ เด็กที่ดีจะไม่ทำแบบที่นายทำเมื่อกี้ จะไม่ร้องไห้โวยวาย จะไม่ปาของใส่คนอื่นโดยเฉพาะผู้ใหญ่ จะไม่ตะคอกคนอื่นเสียงดังทำได้เหรอเปล่า อีกอย่างฉันชอบเด็กดีนะ…ถ้านายเป็นเด็กดีฉันจะมาหาบ่อยๆ”
เทลลังเลอยู่เล็กน้อยแม้จะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายตรงหน้าบอกแต่เขาก็อยากให้พี่ชายชอบเขาและมาหาบ่อยๆ
“อือ…เจลจาเปงเย็กดี”
“เก่งมากเจ้าเป็ดน้อย ว่าแต่นายกินข้าวหรือยัง”
“ยางค้าบ…เจลหิวแย้ว”
ไม่เพียงแค่พูดเทลยังเอามือไปเกาะแขนภวินไว้ ก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนแบบที่ชอบทำกับพ่อใส่ภวิน ทำเอาคนที่ปากบอกว่าตัวเองเกลียดเด็กอดไม่ได้ที่จะดึงเด็กชายเข้ามากอด
“งั้นเดี๋ยวผมให้คนไปตั้งโต๊ะให้ใหม่นะครับ”
โจ้ที่คอยยืนดูแลอยู่ใกล้ๆได้ยินแบบนั้นก็รีบบอกทันที นานๆทีคุณหนูของเขาจะขอกินข้าวเองแบบไม่ต้องให้หลอกล้อหรือบังคับ
“ครับ” ภวินหันไปพยักหน้าตอบรับ
“อาวอางนี้ด้วย” เทลชี้ไปที่อาหารในจานของภวิน
“อันนี้เหรอ”
ภวินชี้ไปที่ต้มจืดมะระที่ป้านวลทำ ก่อนหน้านี้ไม่ถึง10นาที เขาของร้องให้คนของตรินที่ชื่อโจ้ไปเอามาให้เพราะป้านวลอุตส่าห์ลงมือทำให้เพราะเห็นว่าเป็นของโปรดเขา
“ค้าบ”
“มันขมนะครับคุณหนู” คนรับใช้รีบพูดเตือน
“แต่เจลจากิง!!”
เทลตะคอกเสียงดังตามปกติ เพราะเขาไม่เคยได้รับการสอนที่ถูกต้องแบบจริงจัง คนที่เข้ามาดูแลส่วนมากก็เกรงกลัวอำนาจของพ่อเด็กทั้งนั้น
“เทล…ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าตะคอกใส่ผู้ใหญ่ ถ้านายเป็นเด็กดื้อฉันจะกลับ”
“เจลม่ายจาคอก” เทลหน้าจ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด
“ดีมาก ขอโทษพี่เขาด้วยแล้วฉันจะให้ชิม”
“ไม่ต้อง!!ไม่ต้องเลยค่ะ คุณหนูเป็นเจ้านายพวกฉันไม่กล้ารับคำขอโทษหรอกค่ะ”
พอได้ยินคำตอบของคนบ้านนี้ก็ทำเอาภวินถึงกับถอนหายใจยาว นี่มันวิธีการเลี้ยงเด็กที่ผิดมากเลยนะ
