บทที่ 1 ความผิดพลาดครั้งใหญ่

 แสงไฟสีส้มหรี่สลัวจากหัวเตียงกระทบผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อ เสียงหอบหายใจดังสลับกับเสียงเตียงโยกเบาๆ ราวกับบอกเล่าความผิดพลาดของสองคนที่ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้

 ลัญชนานอนนิ่ง ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ผมเธอสยายกระจายบนหมอนขาวสะอาดจนดูผิดแปลกกับสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างของคนที่เธอเรียกว่า พี่ชาย มาตลอด

 เขาไม่ได้เอ่ยอะไรสักคำ ไม่แม้แต่จะเรียกชื่อเธอ กลิ่นเหล้าฉุนราวกับซึมอยู่ในลมหายใจของเขา มือหนาข้างหนึ่งวางทาบที่เอวบางราวกับไร้สติ

 ปั่ก ปั่ก ปั่ก!

 “ฮึก… อ๊าา เฮียคิล…ย…หยุดอื้ออ…” เสียงเธอแผ่วสั่นไม่เป็นคำ แทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบ

 ร่างสูงด้านบนไม่ตอบอะไร หนําซํ้ายังกระชับวงแขนแน่นขึ้น ก่อนจะฝังใบหน้าคมลงซอกคอระหง สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอที่ทำเขาครั่งแทบบ้า ลมหายใจร้อนกระทบผิวจนร่างเล็กสะดุ้ง มือเล็กผลักเขาออกเบาๆแทบจะไม่มีแรงสะท้านถึงเขาเลย ไม่รู้ว่าเป็นร่างกายทรยศที่ตอบสนองทุกสัมผัสเขา หรือเพราะเรี่ยวแรงเธอหมดถึงขั้นไม่เหลือให้ต่อต้านเขากันแน่

 ลัญชนาหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงข้างแก้ม ขณะที่เสียงหอบของเขาเริ่มถี่ขึ้น จังหวะเคลื่อนไหวรุนแรงเต็มไปด้วยความอัดอั้น

 “อ่าาส์ ซี๊ดดดส์ อื้มมม เอามันส์ชิบหาย”

 เขาเองไม่แน่ใจว่าตัวเองเมาจนลืมไปแล้วว่าเธอคือน้องสาว หรือที่จริง เขาแค่ไม่อยากรยอมรับความจริงว่าเธอเป็นใครตั้งแต่แรก

.

 .

 “อ้าวนัญ จะไปมอหรอลูก”

 ชายวัยกลางรีบเอ่ยเรียกลูกสาวเสียงนุ่ม เมื่อเห็นว่าเธอก้าวลงบันไดมาด้วยชุดนักศึกษาเฉกเช่นทุกวัน 

 “ค่ะป๊า”

 “เรารู้รึยังล่ะ ว่าวันนี้ตาคิเลียนจะกลับมา”

 คำพูดของชายวัยกลางเหมือนแรงกระแทกจากความทรงจำที่ไม่เคยจาง ทำเอาเธอชะงักฝีเท้านิ่งกึกไปชั่วคณะ

 “ฮ..เฮียคิลจะกลับมาวันนี้หรอคะ…”

 นํ้าเสียงเธอเบาแผ่วด้วยหัวใจดวงเล็กที่สั่นไหว เพียงได้ยินชื่อเขา ความทรงจำจากคืนนั้นที่ฝังลึกอยู่ในใจเธอก็เริ่มฉายขึ้นมาเป็นฉากภาพพยนต์อีกครั้ง หลังจากคืนนั้น…

 เขาก็บินกลับฝรั่งเศสทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา…

 ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่กลับมาไทยอีกเลย ไม่มีแม้แต่การติดต่อมาหาเธอโดยตรง นอกเสียจากจะทักทายกันผ่านๆเวลาเขาโทรมาทางบ้านเท่านั้น

 จนกระทั่งสามปีผ่านไป ก็คือวันนี้แล้วสินะ วันที่พี่ชายบุญธรรมของเธอจะกลับมาอีกครั้ง…

 เพียงนึกคิดถึงเวลาที่จะได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง อยู่ๆหัวใจดวงน้อยก็ลุกขึ้นมาเต้นแข่งกันตุบตับจนไม่เป็นจังหวะ 

 ไม่เจอกันตั้งสามปี ป่านนี้เขาคงโตเป็นผู้ใหญ่พร้อมที่จะกลับมารับช่วงต่อตระกูลอย่างเต็มตัวแล้วสินะ…

 ลัญชนานิ่งงันอยู่กับความคิดตัวเองอยู่นานจนเสียงแหลมแทรกเข้ามาดึงเธอออกจากภวังค์

 “รู้แล้วก็กลับมาบ้านเร็วๆด้วยล่ะ อย่ามัวแต่ไปเที่ยวเหลวไหลที่ไหนจนกลับบ้านดึกๆดื่นๆเหมือนทุกคืนก็แล้วกัน จะได้ช่วยกันเตรียมตัวต้อนรับตาคิล”

 “ไม่เอาน่า คุณหญิง นัญก็บอกเราแล้วว่าช่วงนี้สอบไฟนอล ต้องไปติวกับเพื่อนเลยกลับดึก”

 “เหอะ…”

 คุณหญิงกัลยาณี นายหญิงใหญ่ของบ้าน ผู้ไม่เคยชอบหน้าบุตรสาวบุญธรรมอย่างลัญชนาเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนนี้หญิงวัยกลางยังกรอกตาแสดงทีท่าเบื่อหน่ายใส่เธอเต็มทน จนหญิงสาวต้องตัดเรื่องโดยขอตัวออกจากบ้านมาก่อน

 มหาวิทยาลัย A

 “นัญ… นัญ!!”

 “ห…ห้ะ มีอะไรรึเปล่ากันต์”

 ลัญชนาที่มัวแต่เหม่ออยู่ในภวังค์ความคิดสดุ้งโหยงตกใจกับเสียงเรียกจากเพื่อนหนุ่มที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ 

 “มัวแต่เหม่ออะไรอยู่ กันต์เรียกตั้งนานก็ไม่ได้ยิน”

 “ป..เปล่า… นัญแค่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”

 “แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจริงๆ กันต์ว่านัญดูเหมือนมีเรื่องอะไรในใจนะ มีอะไรอยากระบายรึเปล่า”

 ชนกันต์ ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาน่ามอง ผิวพรรณขาวผ่องราวกับเป็นผู้หญิง เพื่อนสนิทวัยมหาลัยของลัญชนา คนที่คอยตามติด ตามดูแล ตามเป็นห่วงเธออยู่เสมอ แล้วตอนนี้เองก็เช่นกัน แววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงเป็นไยอย่างเห็นได้ชัดจนลัญชนาหลุบยิ้ม

 “ไม่มีอะไรจริงๆน่ากันต์ ไม่เห็นต้องทำหน้าซีเรียสขนาดนั้นเลย นัญแค่เครียดเรื่องสอบนิดหน่อยเอง”

 ลัญชนาเลือกที่จะโกหกออกไป ที่จริงแล้วเรื่องสอบเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแหละ เรื่องที่วนอยู่ในความคิดเธอตั้งแต่เช้ามาคือเรื่อง เขา คนนั้นต่างหาก…

 ยิ่งรู้ว่าเขาจะกลับมา เธอยิ่งไม่อยากกลับบ้านไปเจอหน้าเขาเลยสักนิด… หลังจากเรื่องราวคืนนั้นแล้วคิเลียนก็หายหน้าหายตาไปตั้งสามปีเต็ม แล้ววันนี้อยู่ๆถ้าต้องเจอกันอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซํ้าว่าจะต้องทำตัวยังไง 

 ไม่เกร็งตายเลยหรอ…

 ในเมื่อความสัมพันธุ์ระหว่างเธอกับเขา มันไม่เหมือน พี่ชาย และน้องสาว เฉกเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอรู้ดีอยู่แก่ใจถึงรสสัมผัส ทั้งความรู้สึกในคืนนั้น… มันฝังลึกเกินกว่าสิ่งที่พี่น้องเขาทำกัน

 และเธอเองก็เชื่อว่าเขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจเช่นกัน เพราะประโยคสุดท้ายที่เขากระซิบแผ่วปนเสียงหอบหายใจอยู่ตรงซอกคอขาวก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอยังจำมันได้ดี

 “ถ้าการเอาน้องสาวตัวเองมันผิด งั้นคืนนี้ขอฉันผิดจนสุดเลยก็แล้วกัน…”

บทถัดไป