บทที่ 7 ต้องการเขาเหมือนกัน

เสียงทุ้มเอ่ยตอบแฟนสาวเรียบๆ แต่ท่าทีรีบร้อนราวกับไม่อยากอยู่นานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว

 คิเลียนหมุนตัวเดินออกไปก่อนโดยไม่แม้แต่จะหันมารอแฟนสาวที่ยังนั่งงงอยู่กับคำพูดของเขา

 ตลอดทางที่รถคันหรูกำลังขับเคลื่อนอยู่ตามถนน มีเพียงเสียงของหญิงสาวที่พยายามชวนคุยคำถามเบาๆ น้ำเสียงหวานฉ่ำ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือคำตอบสั้น ๆ เพียงคำเดียว

 “อืม”

 เพนน่าได้แต่กำมือตัวเองแน่นเก็บกดอารมณ์

 กระทั่งรถคันหรูมาจอดสนิทหน้าคอนโดสุดหรูของเธอ เพนน่าไม่รอช้า มือเรียวยื่นไปลูบต้นแขนแกร่งช้าๆอย่างมีจังหวะ

 “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ คิล…”

 เสียงเธออ่อนหวานเจือความยั่วเย้าชัดเจน ใบหน้าที่แต่งมาอย่างจัดจ้านโน้มเข้าซบลงแนบกับไหล่กว้างของเขา

 แต่ดวงตาของคิเลียนยังคงจับจ้องไปข้างหน้า มือจับพวงมาลัยแน่นราวกับกำลังฝืนอดทนกับอะไรบางอย่าง

 “ครับ”

 เขาตอบสั้นๆ เย็นชาจนบรรยากาศในรถแทบจะจับเป็นน้ำแข็ง

 “คิลคะ…” เธอครางเรียกเสียงเบา

 “ตั้งแต่คิลกลับมา เพนรู้สึกว่าเราเหมือนห่างกันไปมาก เพนไม่ชอบเลยนะคะที่ต้องอยู่ห่างจากคิล…”

 เธอกระซิบใกล้ หัวใจเต้นแรง มือค่อยๆเลื่อนจากแขนลงมาวางบนต้นขาแกร่ง ลูบขึ้นช้าๆจนแทบจะถึงจุดสำคัญของเขาแล้วด้วยซ้ำ

 “ผมเครียดๆเรื่องที่จะต้องรับช่วงต่อธุรกิจทางบ้านน่ะ ถ้าผมทำให้คุณรู้สึกแบบนั้นก็ขอโทษด้วยนะ”

 “เอาเป็นว่า… ถ้าคิลรู้สึกผิดจริง ๆ คืนนี้ค้างกับเพนดีมั้ยคะ?”

 เธอเอียงหน้า ประกบริมฝีปากลงบนแก้มเขาเบาๆแล้วลากริมฝีปากไปใกล้มุมปาก

 “เราจะได้กลับมา… ใกล้กันเหมือนเดิมไงคะคิล…”

 เธอจูบเขาเบาๆ คิเลียนตอบจูบ ไม่ได้ผลักเธอออก แต่ก็ไม่ร้อนแรงเหมือนอย่างเคย มือของเธอไต่ขึ้นมาจนถึงเข็มขัดของเขา แต่ทันใดนั้น—

 “พอแล้วเพน”

 คิเลียนจับมือเธอไว้แน่นแล้วผลักออกเบาๆ

 “ไว้วันอื่นนะ วันนี้ผมสัญญากับแม่ไว้ว่าจะกลับไปนอนบ้าน”

 เสียงเขาเรียบ… แต่ชัดเจน สายตานิ่งเหมือนคนไม่มีอารมณ์แม้แต่น้อย

 ใช่ เธอปลุกอารมณ์เขาไม่สำเร็จ แล้วเป็นครั้งแรกที่เธอทำพลาด ตั้งแต่กลับมาไทยไม่มีอะไรได้ใจเธอสักอย่าง เขาเปลี่ยนไป… แต่เพนน่าเหมือนจะรู้ถึงการจัดการกับสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี เธอเลือกที่จะไม่เซ้าซี้แล้วยอมเขาแต่โดยดี

 “เอางั้นก็ได้ค่ะ… งั้นเพนฝากสวัสดีคุณน้าด้วยนะคะ”

 เพนน่ายิ้ม… ยิ้มที่เต็มไปด้วยพิษร้ายเงียบๆ ก่อนจะหันไปหอมแก้มเขาอีกทีแล้วเปิดประตูรถลงมา

 “กลับบ้านดี ๆ นะคะ ฝันดีค่ะ เพนรักคุณนะคะคิล”

 “ฝันดีครับ”

 คําตอบกลับสั้นๆ ที่ไร้แม้แต่คำว่ารัก คำที่เธอรอแล้วรออีกมาตลอดสองปีที่คบกัน คำที่เขาไม่เคยพูดกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว…!

 เพนน่าปิดประตูรถลงช้าๆ ยืนมองไฟท้ายรถหรูที่ค่อยๆ แล่นหายไปในความมืด

 ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงเม้มเข้าหากันแน่น แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองซ่อนอยู่หลังใบหน้ายิ้มหวานจอมปลอม

 “แม่ให้กลับบ้านงั้นหรอ…” เธอกระซิบในใจเยาะๆอย่างรู้ดีว่ามันเป็นเพียงข้ออ้าง คนอย่างคุณหญิงกลยาณีหรือจะขัดใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่มากไปกว่านั้นคือคนอย่างคิเลียนไม่เคยฟังใครง่ายๆหากเขาไม่จำยอมเอง…

 จะเป็นไปได้อยู่อย่างเดียวก็คือ มันต้องมีอีตัวที่มันคิดจะแย่งของๆเธออยู่เป็นแน่ 

 เพนน่ากำหมัดแน่น แววตาขุ่นเคือง ซึ่งคนอย่างเธอจะไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งคิเลียนไปจากเธอได้แน่ 

 ผู้ชายคนนี้เป็นของฉันคนเดียว!

@เช้าวันต่อมา

เสียงนกร้องเบาๆยามเช้าอยู่ริมหน้าต่างแต่ไม่ได้ช่วยให้ลัญชนารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยสักนิด แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านม่านเข้ามาแตะต้องปลายเตียง แต่เธอกลับนอนนิ่งลืมตามองเพดาน ไม่กล้าขยับ ราวกับกลัวว่าความทรงจำเมื่อคืนจะย้อนกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

 คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยันตัวลุกจากเตียงอย่างเชื่องช้า มือเรียวเอื้อมเปิดประตูห้องนอนออกไปเงียบๆ ตั้งใจจะลงไปข้างล่าง

 แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก สายตาเธอก็สบเข้ากับประตูห้องของพี่ชายบุณธรรมที่อยู่ตรงข้ามกันพอดี หัวใจเต้นดวงน้อยเกิดเต้นแรงขึ้นมาทันที มือที่ลูกบิดแน่น ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงช้าๆ

 ปัง…

 เสียงประตูปิดเบาๆ พร้อมแผ่นหลังของเธอที่แนบลงกับมันอย่างอ่อนแรง ดวงตาคู่สวยจ้องมองบานประตูสีเข้มของห้องตรงข้ามโดยไม่กระพริบ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะค่อยๆ แตะลงบนริมฝีปากของตนเองอย่างเผลอไผล

 เธอจำได้… จำได้ทุกสัมผัส ทุกจังหวะหายใจของเขาเมื่อคืน คิเลียนเข้ามาในห้องเธอหลังกลับจากผับ ในยามที่บ้านทั้งหลังเงียบสนิท

 เธอไม่ได้หลับ… แม้จะหลับตาอยู่ แต่เธอรู้ทันทีว่าเป็นเฮียคิเลียน กลิ่นของเขา… กลิ่นเหล้าผสมกับน้ำหอมประจำตัวที่เธอจำได้แม่นยำอย่างไม่เคยลืม

 ฝีเท้าหนักๆที่ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ก้าวขึ้นมาคร่อมอยู่บนร่างเธอบนเตียง ร่างกายของคิเลียนร้อนรุ่มราวกับไฟ ลมหายใจหนักๆเป่ารดแก้มเธอเบาๆ

 เธอรู้ว่าเขากำลังลังเล แต่เพียงไม่กี่วินาทีถัดมา ริมฝีปากหยักก็บดลงมาทับเรียวปากนุ่มของเธออย่างรุนแรงและหิวกระหาย

 จูบนั้นร้อนแรงจนแทบหลอมละลายสติของลัญชนา กลิ่นเหล้าที่กรุ่นอยู่ในลมหายใจเขา กับรสชาติที่เหมือนกับ… คืนนั้น

 คืนที่ทุกอย่างเลยเถิด

 มือหนาเลื่อนไล้ไปตามสัดส่วนของเธออย่างไม่สามารถหักห้ามใจได้ ลูบผ่านเอว สะโพก… ก่อนจะไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆจนแทบแตะถึงจุดที่เธอไม่ควรให้ใครสัมผัส

 ร่างเล็กครางลอดออกมาเบาๆ แม้พยายามจะห้ามไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จ

 เธอรู้ตัวทุกวินาที เธอมีสติครบถ้วน แต่กลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะผลักเขาออกเลย เมื่อร่างกายมันทรยศตอบสนองทุกสัมผัสที่พี่ชายบุณธรรมมอบให้ 

 และเธอเองปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…ต้องการเขาเหมือนกัน แม้จะรู้เต็มอกว่ามันผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป