บทที่ 8 ตามกวน
เรียวปากนุ่มถูกคนบนร่างบดขยี้แรงๆจนชํ้า แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น คิเลียนกลับชะงัก ดึงมือกลับอย่างรุนแรง
“แม่งเอ้ย… กูกำลังทำเหี้ยอะไรอยู่วะ…”
เสียงสบถของเขาเบาหวิวเหมือนได้สติกลับคืน แต่แทงลึกเข้าไปในหัวใจของเธอ คิเลียนหยัดกายลุกขึ้นจากร่างเล็กน่าจับกดของน้องสาวบุณธรรมอย่างจำใจ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องเธอด้วยฝีเท้าที่หนักปึกราวกับหงุดหงิดแม่งชิบหาย
จนตอนนี้…
กึก!
เสียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆ จากห้องของพี่ชายบุณธรรม ทำเอาหัวใจดวงเล็กกระตุกวูบ รีบก้าวฝีเท้าเดินลงด้านล่างก่อนคิเลียนจะเปิดประตูออกมาเจอเธอเสียก่อน
ลัญชนาเดินลงบันไดด้วยฝีเท้าแผ่วเบา หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากภาพความทรงจำที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจ เรียวปากของเธอเหมือนมีรสสัมผัสของเขาติดไว้อยู่ตลอด หรือเธอติดใจเองกันแน่…
แต่พอลงมาถึงด้านล่าง สิ่งที่แปลกกว่าความรู้สึกในหัวใจ ก็คือความเงียบของบ้านหลังนี้
ไม่มีแม่บ้าน ไม่มีแม้แต่การ์ดสักคน ไม่มีเสียงพ่อหรือแม่ แม้แต่เงาของใครสักคนก็ไม่มี
ลัญชนาถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งใจ ป๊ากับคุณหญิงกลยาณีคงออกไปเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับผู้บริหารใหม่ที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ ส่วนแม่บ้านก็คงไปจ่ายตลาดเหมือนทุกเช้า
ลัญชนาเดินเข้าครัวตั้งใจจะหาอะไรทำกินเองง่ายๆ ไข่สองฟองถูกหยิบออกมาจากตู้เย็น วางไว้บนเคาน์เตอร์ มือขาวหยิบชามมาเตรียมวางข้างๆ
แต่ยังไม่ทันจะตอกไข่ลงชาม…
ฟึ่บ!
อยู่ๆก็มีวงแขนแข็งแรงจากด้านหลังโอบรัดร่างเธอแน่นจนสะดุ้งวาบ หญิงสาวร้องเฮือกเล็กๆด้วยความตกใจ ไข่ในมือแทบร่วง ก่อนที่มือใหญ่จะยึดมันไว้แล้ววางกลับลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ
“…เฮียคิล!”
เสียงเรียกหลุดออกจากปากอย่างไม่เต็มใจนัก พร้อมกับเรือนร่างที่แนบชิดอยู่กับอกเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
กลิ่นกายเขาอวลไปทั้งซอกคอ หน้าเขาซุกอยู่ตรงต้นคอของเธออย่างหื่นกระหาย ด้วยเสียงหายใจหนักๆที่ฟังดู… โคตรอันตราย
มือหนาซุกซนไม่อยู่นิ่ง ลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องแบนราบ ลูบวนเบาๆเหมือนจงใจทำให้เธอเสียววูบวาบไปทั่ว
“ฮ…เฮียคิล ปล่อยนัญเถอะค่ะ…”
เสียงเธอสั่นอย่างพยายามประคองสติ แม้จะรู้ว่ามันแทบไร้ประโยชน์
“อืม…”
เสียงครางต่ำในลำคอดังอยู่ตรงซอกคอเธอ ทั้งอู้อี้ ทั้งร้อนจัด ริมฝีปากร้อนแนบลงบนลำคอขาว กดปากจุ๊บลงเบาๆอย่างเสพติด
ทำเอาลัญชนาสะดุ้งอีกครั้ง หดคอหนีอย่างเผลอตัว หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยไม่เป็นจังหวะ ชุดนอนบางเบานี่เหมือนยิ่งปลุกอะไรในตัวคิเลียน
มันบางจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาทะลุผ่านผืนผ้า แค่ชุดนอนธรรมดาแต่แม่งยั่วค..ชิบหาย
“ฮ…เฮียคิล เดี๋ยวมีคนมาเห็น…”
เธอพยายามห้ามอีกครั้ง ทั้งเสียงสั่น ทั้งร้อนผ่าวจนหน้าแดงซ่านโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือมือหนาที่เลื่อนเข้ามาใต้เสื้อของผืนบางช้าๆ ลูบไล้ขึ้นเรื่อยๆจนแตะถึงเนินอก
ลวนลามชัดๆ!
“หึ เธอไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเรื่องนั้น…เพราะทั้งบ้านมีแค่เธอกับฉัน… แล้วก็ทั้งวันด้วย”
เสียงเขาต่ำลึก ข้างหูเธอ เรียวปากหยักกดลงเบาๆข้างไบหูเธออย่างนัวเนีย
“ป…ปล่อยนัญเถอะค่ะ นัญจะเจียวไข่…”
“ไม่ต้องทำ ไปกับฉัน”
เขาสั่งเสียงเข้ม มือยังไม่ยอมปล่อยจากเอวบาง แต่เมื่อสายตาคมกริบเลื่อนลงมองชุดนอนที่ยั่วเย้าเกินควร ก็พลันขมวดคิ้วแน่น เพียงนึกคิดหากมีคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเห็นคนตัวเล็กในชุดแบบนี้เข้าแล้วเกิดมีความคิดทะลึ่งเหมือนตัวเองขึ้นมาล่ะ เพียงนึกแล้วก็หงุดหงิด รีบสั่งคนตัวเล็กเสียงดุทันควัน
“ไปเปลี่ยนชุด! สิบนาที ถ้าไม่ลงมาฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนให้เองแน่?”
“นัญไม่ไป…”
เสียงปฏิเสธแผ่วๆ แทบไม่ทันพ้นจากริมฝีปาก เธอก็โดนสวนกลับด้วยความเจ้าเล่ห์ของคิเลียนทันที
“หนึ่ง… สอง…”
แค่นับถึงสองก็พอจะรู้ว่าถ้าขึ้นสามเธอไม่รอดแน่ ยัยน้องทำหน้าเหมือนจะงอแง แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินขึ้นห้องไปอย่างเสียไม่ได้
“หึ… ยังคงดื้อเหมือนเดิมสินะ ลัญชนา…”
เขากระตุกยิ้มมุมปาก ขณะมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีขึ้นชั้นบนไป ก่อนจะตามไปลากเธอขึ้นรถตรงเวลาเป๊ะ
ดีที่ยัยน้องมันเปลี่ยนชุดทัน!
ไม่นานรถคันหรูสีดำมืดสนิทก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารหรูใจกลางเมือง ลัญชนามองผ่านกระจกเข้าไปก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อร้านอาหารที่เขาพาเธอมาเป็นร้านสไตล์คู่รัก บรรยากาศเงียบสงบแสนโรแมนติก แยกเป็นห้องส่วนตัว ทุกโต๊ะมีม่านผ้าพลิ้วบางกั้นไว้พอให้มีความเป็นส่วนตัวขั้นสุด พนักงานจะมาก็ต่อเมื่อกดปุ่มเรียกเท่านั้น
และแน่นอน พื้นที่นั่งกว้างขวาง แต่พ่อคุณกลับมานั่งเบียดชิดจนไหล่ชนกันกับคนตัวเล็ก ไม่ยอมเว้นแม้แต่นิ้วเดียว
“เฮีย… ที่นั่งมันกว้างจะตาย ทำไมต้องมานั่งเบียดกันด้วยคะ”
“ก็ตรงนี้มันมีอุณหภูมิพอดี นั่งแล้วอุ่น”
คำตอบหน้าตายทำเอาคนฟังแทบกัดลิ้นตัวเอง
“งั้นนัญไปนั่งตรงนั้นก็ได้ค่ะ”
ลัญชนาทำท่าจะขยับไปนั่งอีกฝั่ง แต่มือหนาที่ไวกว่ารีบโอบเอวบางเข้าแนบกับตัวเองไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้ห่างกับตัวเองแม่แต่นิ้วเดียว
อะไรของเขาเนี่ย!?
