บทที่ 4 คืนที่ไม่อยากให้เป็นแค่จูบ
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกัสทำตามคำพูดของตัวเองอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดเขาจีบข้าวปุ้นจริง ๆจีบแบบไม่คิดจะปิดด้วย
“ปุ้นครับ”
เสียงเรียกจากเก้าอี้แต่งหน้าทำให้เจ้าของชื่อเงยขึ้นจากแท็บเล็ต
“คะ”
“วันนี้เลิกกี่โมง”
“สามทุ่มค่ะ”
“หลังจากนั้น?”
“กลับบ้าน”
“กับใคร”
“ปุ้นกลับเองค่ะ”
“งั้นไปกับพี่”
ข้าวปุ้นถอนหายใจ “ไปไหนคะ”
“กินข้าว”
“เมื่อวานก็ไป”
“คนเราต้องกินทุกวัน”
ช่างแต่งหน้าที่กำลังลงแป้งให้หลุดหัวเราะ
ข้าวปุ้นรีบก้มหน้า “ไม่ไปค่ะ”
“ทำไม”
“ปุ้นอยากกลับบ้าน”
“งั้นพี่ไปส่ง”
“พี่อยู่คนละทาง”
“ไปได้”
“ไม่ต้องค่ะ”
“งั้นพี่ไปบ้านเธอ”
ข้าวปุ้นเงยขวับ “ไปทำไมคะ”
“ส่ง”
“แล้ว?”
“กลับ”
“จริง?”
ออกัสมองผ่านกระจก “อยากให้ทำอย่างอื่น?”
“พี่ออกัส!”
เสียงหัวเราะดังรอบห้อง ข้าวปุ้นหน้าแดงรีบถือแท็บเล็ตเดินหนีทันที ออกัสมองตามด้วยรอยยิ้ม
“ช่วงนี้น่ารักนะคะ”
ช่างแต่งหน้าพูด
“ใครครับ”
“คุณนั่นแหละ”
“ผม?”
“ค่ะ เมื่อก่อนใครเข้าใกล้ก็ดูเฉย ๆ ช่วงนี้เหมือนหมาติดเจ้าของ”
ออกัสหันกลับ “ผมเป็นหมา?”
“อันนี้ไม่ได้พูดค่ะ”
เสียงหัวเราะดังอีกครั้ง ออกัสส่ายหน้าแต่ไม่ได้เถียง เพราะเอาเข้าจริงช่วงนี้เขาเองก็รู้สึกคล้ายแบบนั้น เข้าเซตต้องมองหาข้าวปุ้น พักก็เรียกข้าวปุ้น กินข้าวก็อยากให้ข้าวปุ้นนั่งด้วย เลิกงานก็อยากไปส่งก่อนนอนก็อยากได้ยินเสียง ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นคนประเภทอยู่คนเดียวได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ถ้าเธอหายไปนานเกินครึ่งชั่วโมง เขาจะเริ่มถามแล้วว่า
‘ข้าวปุ้นไปไหน’
“มึง”
เสียงข้าวสวยดังจากด้านหลัง
ออกัสหัน “อะไร”
“เลิกมองน้องกูเหมือนจะกินได้แล้ว”
“กูยังไม่ได้ทำอะไร”
“ตาพูดหมดแล้ว”
ออกัสหัวเราะ “เว่อร์”
“กูเตือนไว้ก่อน”
“เรื่อง?”
“ปุ้นมันเริ่มใจอ่อนกับมึงแล้ว”
รอยยิ้มบนใบหน้าเขาค่อย ๆ หาย
“กูรู้”
“รู้ก็ดี”
ข้าวสวยกอดอก “อย่าทำให้มันเสียใจ”
“มึงพูดทุกตอนเลยหรือไง”
“จนกว่าจะไว้ใจมึง”
“แล้วตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์”
“สาม”
“น้อยไปไหม”
“จากติดลบขึ้นมาสาม ถือว่าพัฒนา”
ออกัสหัวเราะ ก่อนข้าวสวยจะเดินออกไปเธอหยุดแล้วหันกลับ
“อีกอย่าง”
“อะไร”
“ปุ้นไม่เคยมีแฟน”
“รู้แล้ว”
“มันบอก?”
“อือ”
“งั้นมึงยิ่งต้องรู้ว่าบางเรื่องมันอาจไม่ทันมึง”
สีหน้าของออกัสจริงจังขึ้น
“กูรู้”
“ดี”
ข้าวสวยเดินจากไป ออกัสหันมองอีกฝั่งของสตูดิโอ ข้าวปุ้นกำลังยืนคุยกับทีมงาน มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือจดรายละเอียดลงสมุด เหมือนวันแรกที่เจอกันไม่มีผิด แว่น เปียข้าง สมุดเล่มเดิม ต่างกันเพียงตอนนั้นเขามองเธอแล้วคิดว่าเป็นเด็กเอ๋อ ๆ ที่น่าแกล้ง ตอนนี้กลับอยากเดินเข้าไปกอดจากด้านหลังเสียอย่างนั้น
“หนักแล้วกู”
เขาพึมพำกับตัวเอง งานวันนี้เป็นการถ่ายโฆษณาต่อเนื่องจนเกือบสี่ทุ่ม พอผู้กำกับประกาศปิดกองทุกคนแทบปรบมือ ข้าวปุ้นรีบจัดของเตรียมเช็กตารางวันถัดไป โทรศัพท์ดังขึ้น
“ค่ะพี่สวย”
“ปุ้น พี่กลับก่อนนะ แม่โทรมาว่าปวดหัว พี่จะเข้าไปดู”
“แม่เป็นอะไรมากไหมคะ”
“น่าจะไมเกรน เดี๋ยวพี่ดูเอง ปุ้นไม่ต้องกลับมา”
“ให้ปุ้นไปด้วยไหม”
“ไม่ต้อง พรุ่งนี้ปุ้นมีงานเช้า”
“ค่ะ ถ้ามีอะไรโทรหาปุ้นนะ”
“โอเค แล้วกลับยังไง”
ข้าวปุ้นมองออกไปด้านนอก “เดี๋ยวปุ้นเรียกรถค่ะ”
“ไม่ต้อง”
เสียงอีกคนดังข้างตัว ออกัสยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
ข้าวปุ้นมองเขา “ไม่ต้องค่ะ”
เสียงข้าวสวยดังออกมาจากโทรศัพท์ “ให้มันไปส่ง”
“แต่—”
“ดึกแล้ว”
“ค่ะ”
สายตัดไป ออกัสยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ยิ้มอะไรคะ”
“แม่ยายอนุญาต”
ข้าวปุ้นอ้าปากค้าง “ใครแม่ยาย!”
“แม่ผู้จัดการ”
“พี่อย่ามั่ว”
“ขึ้นรถ”
“ปุ้นยังเก็บของไม่เสร็จ”
“ช่วย”
ออกัสหยิบกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นมาถือ
ข้าวปุ้นมอง “ช่วงนี้บริการดีจังนะคะ”
“ทำคะแนน”
“แล้วถ้าคะแนนเต็ม?”
เขาก้มลงมาใกล้
“ขอรางวัล”
เธอรีบถอย “ไม่มีค่ะ”
“ยังไม่ได้บอกว่าอะไร”
“หน้าพี่ไม่น่าไว้ใจ”
“ใจร้าย”
ทั้งคู่เดินออกจากสตูดิโอด้วยกัน แต่แทนที่จะตรงกลับบ้าน รถกลับเคลื่อนไปได้ไม่ถึงสิบห้านาที ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ข้าวปุ้นมองนอกหน้าต่าง
“ช่วงนี้ทำไมเจอฝนกับพี่บ่อยจังคะ”
“ดีออก”
“ดียังไง”
“ครั้งก่อนทำให้ได้นอนเตียงเดียวกัน”
ข้าวปุ้นหันขวับ “พี่ออกัส”
“ความจริง”
“ไม่ต้องรื้อฟื้นค่ะ”
“ใครกันแน่ที่ข้ามหมอนมากอดพี่”
“ปุ้นหลับ!”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“แล้วพูดทำไม”
“คิดถึง”
เธอเงียบไปทันที ออกัสยิ้ม ทุกวันนี้แค่พูดตรง ๆ ก็ชนะแล้ว ไม่ต้องแกล้งด้วยซ้ำ รถเคลื่อนไปช้าลงเรื่อย ๆ ก่อนคนขับจะแจ้งว่าด้านหน้ามีน้ำขังและรถติดหนัก ออกัสมองเวลา เกือบห้าทุ่ม
“กลับคอนโดก่อน”
ข้าวปุ้นหันมา “คะ?”
“คอนโดพี่อยู่ตรงนี้ อีกห้านาที”
“แล้วปุ้นล่ะ”
“รอฝนเบาก่อนแล้วพี่ไปส่ง”
“ปุ้นรอบนรถก็ได้”
“จะนั่งรอเป็นชั่วโมง?”
“งั้นล็อบบี้ค่ะ”
“ขึ้นห้อง”
ข้าวปุ้นมองเขา
ออกัสถอนหายใจ “พี่ไม่ทำอะไร”
“ปุ้นยังไม่ได้พูด”
“หน้าเธอพูด”
“พี่ชอบอ่านหน้าปุ้นเอง”
“อ่านง่าย”
“ไม่ขึ้นค่ะ”
“งั้นพี่นั่งล็อบบี้เป็นเพื่อน”
คำตอบนั้นทำให้เธอชะงัก
“พี่ขึ้นไปพักเถอะค่ะ”
“ไม่ทิ้งเธอคนเดียว”
“ปุ้นอยู่ได้”
“รู้ แต่พี่ไม่อยาก”
สุดท้ายข้าวปุ้นก็เป็นฝ่ายถอนหายใจ
“ขึ้นก็ได้ค่ะ”
ออกัสยิ้มทันที
“แต่รอฝนเบาแล้วต้องไปส่งนะคะ”
“ครับ”
“ห้ามแกล้ง”
“ครับ”
“ห้าม—”
“ข้าวปุ้น”
“คะ”
“พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
เธอเม้มปาก จริงด้วย พอเข้าห้องออกัสเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาให้
“เช็ดผม”
ข้าวปุ้นรับมา “ขอบคุณค่ะ”
“หิวไหม”
“นิดหน่อย”
“มีข้าว”
“พี่ทำ?”
“สั่ง”
“นึกว่าจะทำ”
“อยากกินฝีมือพี่?”
“ไม่ค่ะ กลัว”
ออกัสหัวเราะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อาหารก็ถูกวางเต็มโต๊ะ
ข้าวปุ้นมอง “นี่สำหรับสองคน?”
“อือ”
“เหมือนห้าคน”
“ไม่รู้เธออยากกินอะไร”
“เลยสั่งหมด?”
“ประมาณนั้น”
เธอส่ายหน้า “สิ้นเปลือง”
“งั้นกินเยอะ ๆ”
ทั้งคู่นั่งกินอยู่ด้วยกันเงียบ ๆ บรรยากาศต่างจากครั้งก่อนที่เธอมาห้องนี้ ตอนนั้นข้าวปุ้นอยากรีบกลับ แต่วันนี้กลับรู้สึกสบายอย่างประหลาด ออกัสไม่ได้พยายามเข้าใกล้ ไม่ได้พูดเรื่องจูบ ไม่ได้แกล้ง เพียงนั่งกินข้าวถามเรื่องแม่เธอเป็นระยะ แล้วคุยเรื่องงานวันพรุ่งนี้ จนข้าวปุ้นเป็นฝ่ายมองเขาบ่อยขึ้นเสียเอง
“มองอะไร”
ถูกจับได้อีกแล้ว
“เปล่าค่ะ”
“วันนี้รอบที่ห้า”
“พี่นับ?”
“อือ”
“ว่างมาก”
“ถ้าเธอมอง พี่ก็รู้”
“แล้วถ้าปุ้นมองไม่ได้เหรอคะ”
ออกัสชะงัก ก่อนยิ้มช้า ๆ
“ได้”
“งั้นก็จบ”
ข้าวปุ้นก้มกินต่อ แต่คนฝั่งตรงข้ามกลับไม่ยอมจบ
“มองได้ทั้งคืน”
เธอสำลักทันที
“แค่ก!”
“เฮ้ย”
ออกัสรีบยื่นน้ำให้ ข้าวปุ้นรับมาดื่ม
“พี่ชอบพูดอะไรตอนปุ้นกิน!”
“ขอโทษ”
เขากลั้นหัวเราะ
“ไม่ต้องยิ้ม”
“ไม่ได้ยิ้ม”
“เห็นอยู่”
ข้าวปุ้นเอาผ้าขนหนูปาใส่ ออกัสรับไว้ เสียงหัวเราะดังในห้อง ฝนด้านนอกยังตกไม่หยุด เกือบเที่ยงคืนข้าวปุ้นเดินไปดูหน้าต่าง
“ยังหนักอยู่เลยค่ะ”
“คืนนี้อาจไม่หยุด”
“งั้นปุ้นเรียกรถเอง”
“ไม่”
“พี่ออกัส”
“ถนนน้ำขัง”
“แต่—”
“นอนนี่”
เธอหันกลับทันที
“ไม่ค่ะ”
“ห้องเดิมที่เคยมานั่นแหละ”
“แล้วพี่?”
“โซฟา”
“เหมือนเขาใหญ่?”
“อือ”
ข้าวปุ้นมองหน้าเขาอย่างระแวง
“ทำไมวันนี้ยอมง่าย”
“แล้วอยากให้นอนด้วย?”
“ไม่ค่ะ!”
ออกัสหัวเราะ
“งั้นพี่นอนโซฟา”
ข้าวปุ้นยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโทรหาพี่สาวแจ้งว่าฝนหนักและเธอจะรออยู่ที่คอนโดออกัสจนเช้า ข้าวสวยเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดเพียง
“โอเค ล็อกห้องด้วย”
ข้าวปุ้นหน้าแดง “พี่สวย!”
“กูหมายถึงล็อกประตูห้องนอน!”
“รู้แล้วค่ะ”
หลังวางสาย เธอหันกลับ ออกัสยืนกอดอกมองอยู่
“พี่สวยพูดอะไร”
“ไม่เกี่ยวกับพี่ค่ะ”
“ต้องเกี่ยวแน่”
“ไม่บอก”
“งั้นเดา”
“ห้ามเดา”
เขาหัวเราะ ข้าวปุ้นเดินผ่านไป แต่ตอนที่สวนกัน มือของออกัสกลับแตะมือเธอเบา ๆ ข้าวปุ้นหยุดเขาเองก็หยุด ปลายนิ้วยังสัมผัสกันไม่มีใครดึงออกทันที
“ปุ้น”
“คะ”
“วันนี้พี่ขอหรือยัง”
หัวใจเธอเริ่มเต้นแรง รู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
“ยังค่ะ”
“งั้นขอได้ไหม”
เธอหลบตา
“พี่ถามทุกวันจริง ๆ ด้วย”
“เธอบอกให้ถามใหม่”
“แล้วถ้าปุ้นไม่ให้?”
“ก็ไม่ทำ”
“ถ้าให้?”
ออกัสมองเธอ
“ก็จูบ”
ตรงจนหน้าแดง
“ไม่ต้องตอบละเอียดก็ได้ค่ะ”
“ถามเอง”
ข้าวปุ้นเงียบ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“ค่ะ”
ออกัสชะงัก
“ค่ะอะไร”
“พี่รู้อยู่แล้ว”
“อยากได้ยิน”
“ไม่พูดแล้ว”
เธอจะเดินหนี แต่ครั้งนี้กลับเป็นตัวเองที่หยุดเมื่อเขาเรียก
“ข้าวปุ้น”
เธอหันกลับ ออกัสยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ตามมา
“มานี่ได้ไหม”
คำขอเรียบ ๆ ไม่มีการดึง ไม่มีการต้อน ข้าวปุ้นมองเขาก่อนจะเป็นฝ่ายเดินกลับไปเอง ครั้งแรกที่เธอเข้าหาเขาก่อน ระยะห่างค่อย ๆ ลดลงจนหยุดอยู่ตรงหน้า
“แบบนี้พอไหมคะ”
ออกัสมองเธอนิ่ง
“ยัง”
“งั้นพี่ก็—”
คำพูดหยุดเมื่อเขายกมือขึ้น แต่ยังไม่แตะ
“ได้ไหม”
ข้าวปุ้นรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เธอพยักหน้า มือใหญ่จึงแตะข้างแก้มอย่างแผ่วเบา ครั้งนี้เธอไม่ถอยออกัสก้มลง ริมฝีปากแตะกันช้า ๆ ไม่ใช่จูบสั้นเหมือนครั้งก่อน แต่ก็ไม่เร่งรีบ ข้าวปุ้นหลับตามือค่อย ๆ จับชายเสื้อเขา ยิ่งเธอไม่ถอย ออกัสยิ่งต้องเตือนตัวเองให้ใจเย็น จูบค่อย ๆ หนักแน่นขึ้น จนข้าวปุ้นเป็นฝ่ายผละออกเพื่อหายใจ หน้าผากทั้งคู่แตะกัน
“พี่ออกัส...”
“ครับ”
“พอแล้วค่ะ”
เขาหยุดทันที แต่ยังไม่ถอย
“พอเพราะไม่อยากให้พี่จูบต่อ หรือพอเพราะเขิน”
เธอหลบตา “ต่างกันด้วยเหรอคะ”
“ต่าง”
“ถ้าปุ้นบอกอย่างแรก?”
“พี่หยุด”
“แล้วถ้าอย่างหลัง”
สายตาของออกัสเปลี่ยนไป
“อย่าถามพี่แบบนี้ ถ้ายังไม่พร้อมรับคำตอบ”
ข้าวปุ้นเงียบ หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน ออกัสเป็นฝ่ายถอยก่อน
“ไปนอนได้แล้ว”
เธอเงยหน้า “คะ?”
“ดึกแล้ว”
“พี่...”
“หือ”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
ออกัสยิ้มบาง ๆ “ฝันดี”
เขาหันจะเดินไปแต่ชายเสื้อด้านหลังกลับถูกดึงไว้ออกัสหยุด ก้มมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาแล้วหันกลับช้า ๆ
“ข้าวปุ้น”
เธอไม่ยอมสบตา
“อะไร”
“ปุ้นยังไม่ได้บอกว่าจะไปนอนค่ะ”
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น
“รู้ไหมว่าพูดอะไรอยู่”
เธอพยักหน้า
“มองพี่แล้วพูด”
ข้าวปุ้นค่อย ๆ เงยหน้า แก้มแดงจนเห็นชัด
“ปุ้น...อยากอยู่กับพี่อีกหน่อยค่ะ”
ออกัสนิ่ง
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
“ไม่ใช่เพราะฝน ไม่ใช่เพราะกลับไม่ได้?”
เธอส่ายหน้า
“ไม่ใช่ค่ะ”
เขาสูดลมหายใจช้า ๆ ก่อนยกมือแตะแก้มเธออีกครั้ง
“ถ้าไม่โอเคเมื่อไร บอกพี่ทันที”
ข้าวปุ้นพยักหน้า
“พูด”
“ค่ะ”
“ข้าวปุ้น”
“ปุ้นจะบอกค่ะ”
คราวนี้ออกัสจึงก้มลงจูบเธออีกครั้ง หนักแน่นกว่าครั้งก่อน มือเล็กเลื่อนจากชายเสื้อขึ้นไปจับไหล่เขาเมื่อระยะห่างหายไป ออกัสผละออกเพียงครู่เดียว
“ยังโอเค?”
ใบหน้าข้าวปุ้นแดงจัด
“พี่ถามบ่อยจัง”
“ต้องถาม”
“ค่ะ”
“ค่ะอะไร”
เธอมองเขาอย่างเขินจนแทบไม่ไหว ก่อนตอบเบา ๆ
“ยังโอเคค่ะ”
จูบถัดมาจึงกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ข้าวปุ้นไม่ได้เพียงยืนนิ่งรับ เธอเป็นฝ่ายขยับเข้าใกล้เอง ความประหม่าไม่ได้หายไปแต่มีความไว้ใจเข้ามาแทนที่ทีละน้อย จนเมื่อออกัสผละออกอีกครั้งข้าวปุ้นกลับยังจับเสื้อเขาไว้
“พี่ออกัส”
“ครับ”
“ถ้าคืนนี้...”
เธอพูดไม่จบ ออกัสมองหน้า
“ไม่ต้องฝืนพูด”
“แต่ปุ้นอยากถาม”
“ถามมา”
“พรุ่งนี้พี่จะเสียใจไหมคะ”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที
“ไม่”
“แน่ใจ?”
“พี่กลัวเธอเสียใจมากกว่า”
ข้าวปุ้นเงียบ
“เพราะปุ้นยังไม่ได้เป็นแฟนพี่?”
“ไม่ใช่”
“แล้วเพราะอะไร”
“เพราะพี่มีอดีตที่ทำให้เธอไม่มั่นใจ”
เขาลูบแก้มเธอเบา ๆ
“พี่ไม่อยากให้พรุ่งนี้เธอตื่นมาแล้วคิดว่าตัวเองเป็นแค่หนึ่งในคนที่พี่เคยคุย”
หัวใจข้าวปุ้นอุ่นขึ้น
“แล้วปุ้นเป็นอะไรคะ”
คำถามนั้นทำให้เขานิ่ง ก่อนตอบชัด ๆ
“คนที่พี่อยากจริงจังด้วย”
“แค่นั้น?”
ออกัสเลิกคิ้ว เธอเองก็เพิ่งรู้ว่าถามอะไรออกไป
“โลภเหมือนกันนี่”
“ปุ้นไม่ได้—”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“คนที่พี่อยากให้เป็นแฟน”
ข้าวปุ้นเงียบ
“แต่พี่จะไม่ใช้คืนนี้บังคับให้เธอตอบตกลง”
“...”
“ถ้ายังไม่พร้อม เราหยุดตรงนี้ได้”
เขาถอยออกจริง ๆ และนั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าวปุ้นมั่นใจมากที่สุด เธอมองผู้ชายตรงหน้า คนเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยแกล้งเธอจนร้องไห้ คนที่เคยคิดถึงแต่ความสนุกของตัวเอง แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่หยุดทุกครั้งที่เธอบอก ถามทุกครั้งก่อนเข้าใกล้ และยอมถอยทั้งที่เธอมองออกว่าเขาไม่อยากถอยเลยสักนิด ข้าวปุ้นก้าวเข้าไปหาเอง ออกัสชะงัก แขนเล็กค่อย ๆ โอบรอบเอวเขาใบหน้าซบลงกับอก
“ปุ้นไม่อยากหยุดค่ะ”
เสียงเบามากแต่เขาได้ยิน ออกัสหลับตาลงชั่วครู่
“แน่ใจนะ”
“ค่ะ”
“ข้าวปุ้น”
เธอเงยหน้าขึ้น
“พี่จะถามเป็นครั้งสุดท้าย”
เขามองตาเธอตรง ๆ
“คืนนี้อยากอยู่กับพี่จริง ๆ ใช่ไหม”
ครั้งนี้เธอไม่หลบ
“ค่ะ”
แล้วเป็นข้าวปุ้นเองที่เขย่งขึ้นจูบเขาก่อน เพียงเท่านั้นคำตอบทั้งหมดก็ชัดเจนแล้ว คืนนั้นไม่มีใครพูดเรื่องสถานะอีก ไม่มีใครเร่งให้ใครต้องตัดสินใจ มีเพียงความใกล้ชิดที่ค่อย ๆ ข้ามผ่านความกลัวและความลังเลที่สะสมมานาน ออกัสยังคงหยุดถามเธอเป็นระยะ ข้าวปุ้นยังคงเขินจนแทบไม่กล้ามองหน้าบางจังหวะเธอหัวเราะเพราะเขาแกล้ง บางจังหวะกลับเป็นเขาที่ต้องเงียบเมื่อเธอเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน
“เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นนะ”
“ก็มีคนสอนดีนี่คะ”
“ห้ามไปทำแบบนี้กับใครรู้ไหม”
“ไม่”
ออกัสนิ่วหน้ากับคำตอบก่อนที่เขาจะทำโทษเด็กดื้อโดยการก้มลงจูบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลือกตรึงสองข้อมือเล็กนั้นไว้ด้วย
“อือ พี่ออกัสข้าวปุ้นรู้แล้วค่ะ”
“รู้ว่าอะไรครับ?”
เขาถามกลับอย่างยียวน ใช้มือรวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาเอง ก่อนใช้อีกมือสอดเข้าไปใต้เสื้อของคนตรงหน้า
“ระรู้ ว่าห้ามทำแบบนี้กับคนอื่นค่ะ”
“แบบไหน?”
ออกัสพูดกวนเธอต่อแต่มือก็ยังอยู่ไม่สุข เขาลากนิ้วเรียวไล่ผ่านหน้าท้องเนียนนุ่มไปจนถึงแผ่นหลังของเธออย่างเบามือ ริมฝีปากซุกไซร้ลงบนซอกคอขาวก่อนขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ อย่างต้องการหยอกล้อ
ข้าวปุ้นเริ่มพูดติดขัด “บะแบบ นี้ไงคะ”
“แบบนี้หรอ?”
ออกัสดึงชายเสื้อเธอขึ้น เนินอกขาวเนียนอวบอิ่มปรากฏแก่สายตา คนตัวเล็กก้มหน้าจนแทบชิดวงแขนที่ถูกตรึงไว้อยู่ด้วยความอาย ออกัสไม่รอช้าเขาใช้มือที่ว่างอยู่รั้งบราตัวจิ๋วลง
เธออวบกว่าที่เขาคิดไว้มาก “ตัวเล็กแต่ไม่เล็กแบบที่คิดแฮะ”
“พี่ออกัส!”
เขาส่งปลายลิ้นลงทักทายยอดอกอวบอิ่มที่อยู่ตรงหน้า อีกมือเค้นคลึงข้างที่ยังว่างอยู่อย่างเบามือ สายตาจ้องไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้กำลังนอนหลับตาพริ้มกัดปากเปล่งเสียงครางออกมาเบาๆ นี้เป็นสิ่งที่ข้าวปุ้นไม่เคยรู้จักมาก่อน ความรู้สึกแบบนี้ สัมผัสแบบนี้ สำหรับเธอตอนนี้แม้สมองจะอยากผลักเขาออกด้วยความอายแค่ไหน แต่ในใจกับรู้สึกดีกับทุกสัมผัสที่คนตรงหน้ามอบให้ มันล้นออกมาจนความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
“ห้ามให้คนอื่นมาทำแบบนี้ด้วยรู้ไหมครับ“
”อือ“
ออกัสกระซิบบอกข้างหูหญิงสาวที่ตอนนี้สติคงกระเจิงไปหมดแล้ว เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะทำบางสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวสติหลุดลอยได้มากกว่าตอนนี้ ออกัสจัดแจงปลดกระดุมกางเกงเธอออก เพียงมือเดียวของเขาก็พอแล้วสำหรับคนตัวเล็กตรงหน้า เธอคล้ายลูกไก่ตัวเล็กๆ ในมือที่เขาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด แต่ตอนนี้เขาไม่อยากทั้งบีบและคลายแต่อยากทำอย่างอื่นมากกว่า
”แบบนี้ก็ห้าม“
เขาปล่อยข้อมือเธอหลังจากดึงกางเกงชั้นในชิ้นสุดท้ายออกจากเรือนร่างไป แล้วอุ้มร่างเธอนั่งพิงข้างหัวเตียงก่อนช้อนสะโพกเธอยกขึ้นแล้วดันหมอนข้างตัวรองเข้าไปข้างใต้ ข้าวปุ้ยทำตาโตเมื่อเขาจัดให้เธออยู่ในท่าทางที่น่าอายขนาดนี้ ออกัสใช้มือดันขาทั้งสองข้างของเธอขึึ้นจนชิดหน้าอกก่อนถ่างมันออก
“พะพี่ ออกัส”
เร็วกว่าเสียงริมฝีปากที่พรมจูบไปทั่วตัวเธอเมื่อครู่ก้มลงไปหาบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธออายจนแทบอยากจะมุดหายไปในที่นอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ท่านี้ต่อให้เธอจะหันหน้าหลบแค่ไหนก็คงหนีสายตาคมๆ นั้นไม่พ้น ใบหน้าสวยหวานของเขาดูมีความสุขเหลือเกิน ริมฝีปากที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงนั้นกำลังยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ สายตาจ้องมองเธอราวจะกลืนกินเข้าไปทั่งตัว ข้าวปุ้นพยายามครองสติที่มีอยู่น้อยนิด มือเธอกำผมยาวๆ ของคนตรงหน้าไว้ กระชับมือกำแน่นขึ้นเมื่อลิ้นอุ่นๆ พยายามรุกล้ำเข้าไปในส่วนลึกของความเป็นเธอ
ออกัสเห็นว่าเธอพยายามอดกลั้นไว้แค่ไหน จึงพูดออกมาเบาๆ “เปล่งเสียงออกมาสิครับ พี่อยากได้ยิน“
“อือออ”
สิ้นเสียงเขาเธอปล่อยเสียงที่เก็บไว้ในลำคอออกมาอย่างลืมอาย ร่างบางนอนหายใจหอบสั่นมือปัดป่ายไปทั่วเตียงราวกำลังจะขาดใจ แต่ออกัสยังคงไม่หยุดแค่นั้น เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แม้จะเป็นครั้งแรกของเธอแต่ออกัสอยากให้เธอจดจำเพียงแค่เขาคนเดียวไปตลอดชีวิต จำทุกท่วงท่า ทุกสัมผัส เขาจะทำให้เธอไม่มีวันลืมมันลงเลยทีเดียว
“พี่กัส ปุ้นไม่ไหวแล้วคะ”
ออกัสสอดนิ้วเข้าไปเพียงหนึ่งนิ้วเพื่อช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความรู้สึกคั่งค้างนั้น เขาส่งมันเข้าไปอย่างเบามือในขณะที่ลิ้นยังคงทำงานไม่หยุดหย่อน ข้าวปุ้นยกสะโพกรับกับจังหวะที่เขาส่งนิ้วเข้าออกตามสัญชาตญาน จากหนึ่งเขาเริ่มส่งเข้าไปสองนิ้ว รอจังหวะจนเจ้าตัวพร้อมอย่างใจเย็น ด้านในคับแน่นจนเขาเริ่มกังวลว่าพอเป็นสิ่งนั้นเธอจะรับมันได้โดยไม่ดิ้นหนีไหม
“พี่กัส”
เขาผละออกก่อนลุกขึ้นกอดเธอแน่น ในขณะที่สองนิ้วยังขยับเข้าออกไม่หยุด เขารู้ดีว่าจุดไหนที่จะส่งเธอไปให้ถึง ดูเหมือนตอนนี้จะใกล้เต็มทนแล้ว จากการตอดรัดแน่นและนิ้วเธอที่จิกลงหลังเขาจนเจ็บแบบนี้
“ไม่ไหวแล้วค่ะ พี่กัส”
เธอโยนความอายทิ้งจนสิ้น ปากเปล่งเสียงร้องแต่ชื่อเขาออกมาคล้ายคนเมาไร้สติ ก่อนทั้งร่างจะเกร็งกระตุกกอดคนตรงหน้าไว้แน่น เธอหายใจหอบเหนื่อยแม้จะเป็นเพียงคนที่ถูกกระทำก็ตาม ออกัสเว้นช่วงอยู่ครู่นึง ก่อนดึงเธอขึ้นมาจูบอีกครั้ง เขาสอดลิ้นอุ่นเข้าไปในริมฝีปากอย่างต้องการหยอกล้อคนตรงหน้า ซึ่งคนเก่งตอนนี้ดูเป็นงานขึ้น เธอเริ่มใช้ลิ้นเล็กๆ นั้นมาตวัดลิ้นเขากลับบ้างแล้ว
ออกัสเอ่ยถาม “รู้สึกดีไหม”
“….” เจ้าตัวไม่ตอบเพียงก้มหน้าซบที่อกเขาด้วยความเขินอาย
ออกัสยิ้มให้กับท่าทางนั้น แต่นี้มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น คืนนี้กว่าจะจบลงยังกินเวลาต่อไปอีกร่วมสองชั่วโมง ความใหญ่โตของเขาทำเธอดิ้นหนีไปจากเตียงถึงสองหน กว่าจะจบเรื่องได้เล่นเอาทั้งคู่แทบหมดแรง หากไม่ติดว่ามีงานในวันพรุ่งนี้เขาอยากอยู่กับเธอไปจนสว่างเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้นี้สิ
เช้าวันต่อมา แสงแดดลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง ข้าวปุ้นค่อย ๆ ลืมตา สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นอกของใครบางคน เธอนิ่ง สมองใช้เวลาประมวลผลอยู่หลายวินาทีก่อนความทรงจำเมื่อคืนจะย้อนกลับมาทีละภาพ ใบหน้าร้อนขึ้นทันที
“ตื่นแล้ว?”
เสียงงัวเงียดังเหนือศีรษะ ข้าวปุ้นหลับตากลับทันที
“ยังค่ะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น
“ตอบได้แปลว่าตื่น”
“ปุ้นยังไม่พร้อมตื่นค่ะ”
“ทำไม”
“ไม่รู้ค่ะ”
“เขิน?”
เธอดึงผ้าห่มขึ้น
“พี่อย่าเพิ่งพูดได้ไหมคะ”
ออกัสหัวเราะแต่ไม่ได้แกล้งต่อ เพียงกระชับแขนรอบตัวเธอเล็กน้อย ข้าวปุ้นนิ่ง
“พี่ออกัส”
“ครับ”
“เมื่อคืน...”
“อือ”
“พี่จำได้หมดไหม”
“หมด”
“ทำไมตอบเร็ว”
“แล้วอยากให้ลืม?”
“เปล่าค่ะ!”
เขาหัวเราะอีกครั้ง ข้าวปุ้นยกมือปิดหน้า
“ปุ้นไม่คุยแล้ว”
“งั้นพี่คุย”
“ไม่เอาค่ะ”
“เรื่องสำคัญ”
เธอค่อย ๆ ลดมือลง ออกัสมองหน้าเธอ คราวนี้ไม่มีรอยยิ้มกวน
“เป็นแฟนพี่นะ”
ข้าวปุ้นกะพริบตา
“ตอนนี้เลยเหรอคะ”
“อือ”
“ปุ้นยังไม่ตื่นดีเลย”
“แต่พี่ตื่นแล้ว”
“เกี่ยวอะไร”
“เกี่ยว เพราะพี่ไม่อยากให้เธอลุกจากเตียง แล้วกลับไปเรียกพี่เหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
เธอหน้าแดง “ปุ้นก็เรียกพี่ออกัสเหมือนเดิมสิคะ”
“หมายถึงสถานะ”
“อ๋อ...”
“อ๋ออะไร”
ข้าวปุ้นเงียบ ออกัสมองเธอ
“ข้าวปุ้น”
“คะ”
“เป็นแฟนพี่ได้ไหม”
คราวนี้น้ำเสียงต่างจากครั้งแรก ไม่ใช่คำสั่งเป็นคำขอจริง ๆ ข้าวปุ้นมองเขาอยู่พักหนึ่ง
“ถ้าปุ้นบอกว่ายังไม่ล่ะคะ”
“ก็จีบต่อ”
“แล้วเมื่อคืนล่ะ”
“ไม่เกี่ยว”
“ไม่เกี่ยวได้ยังไง”
“เมื่อคืนไม่ได้เอาไว้ต่อรองกับเธอ”
เธอนิ่ง ออกัสพูดต่อ
“เธอไม่ต้องคบพี่เพราะเมื่อคืน ถ้าจะคบ คบเพราะเธออยากคบ”
ข้าวปุ้นมองหน้าเขา
“แล้วถ้าปุ้นอยากดูพี่อีกหน่อย?”
“ก็ดู”
“พี่รอได้?”
“ได้”
“ไม่เร่ง?”
“พยายาม”
เธอหลุดหัวเราะ
“ตอบไม่น่าไว้ใจเลย”
“อย่างน้อยพี่ไม่โกหก”
“ก็จริงค่ะ”
“แต่มีข้อแม้”
“อะไรคะ”
“ดูพี่คนเดียว”
ข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ย “นี่ไง เริ่มแล้ว”
“ก็หึง”
“ยังไม่ได้เป็นแฟนเลยนะคะ”
“รู้”
“ไม่มีสิทธิ์”
“รู้”
“แล้วพูดทำไม”
“ขอไว้ก่อน”
เธอส่ายหน้า ออกัสมองเธออยู่พักหนึ่งก่อนก้มลงจูบหน้าผากเบา ๆ
“ไม่ต้องรีบตอบ”
ข้าวปุ้นชะงัก
“พี่รอ”
คราวนี้เธอไม่ได้เถียงเพียงขยับเข้าไปซบอกเขาอีกครั้ง ออกัสยิ้ม มือค่อย ๆ ลูบผมเธออย่างแผ่วเบา
“พี่ออกัส”
“ครับ”
“ปุ้นถามอะไรได้ไหม”
“ได้”
“ตอนแรกที่เจอกัน พี่ไม่ชอบปุ้นจริง ๆ ใช่ไหม”
เขาหัวเราะ “ไม่ได้ไม่ชอบ”
“พี่บอกไม่ใช่สเปก”
“อันนั้นจริง”
ข้าวปุ้นเงยหน้าทันที “พี่!”
“ตอนนั้น”
“แล้วตอนนี้?”
ออกัสก้มมอง
“ตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าสเปกเดิมเป็นยังไง”
เธอพยายามกลั้นยิ้ม
“พูดเก่ง”
“จริง”
“ผู้หญิงทุกคนคงเคยได้ยิน”
“ไม่เคย”
“ปุ้นไม่เชื่อ”
“งั้นดูต่อ”
คำเดิม คำที่เขาพูดมาตลอด ไม่บังคับให้เชื่อแค่ให้เธอดู ข้าวปุ้นมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดเบา ๆ
“ถ้าปุ้นดูจนเชื่อแล้ว...”
“อือ”
“ปุ้นจะบอกค่ะ”
ออกัสยิ้ม
“พี่รอ”
“แต่ตอนนี้ลุกได้แล้วค่ะ เรามีงาน”
“ไม่อยากไป”
“ไม่ได้”
“โทรลาป่วย”
“พี่ไม่ได้ป่วย”
“ป่วยใจ”
ข้าวปุ้นนิ่งไปสองวินาทีก่อนหยิบหมอนฟาดเต็มแรง
“โอ๊ย!”
“มุกอะไรคะ!”
“โรแมนติก”
“ไม่ค่ะ”
“เมื่อคืนน่ารักกว่านี้นะ”
หมอนฟาดลงมาอีกรอบ
“ห้ามพูด!”
ออกัสหัวเราะลั่นข้าวปุ้นหน้าแดงจนแทบระเบิด ก่อนรีบลุกหนี แต่เดินไปถึงประตูห้องก็หยุด เธอหันกลับ
“พี่ออกัส”
“ครับ”
“เรื่องเมื่อคืน...”
รอยยิ้มเขาค่อย ๆ จางลง รอฟังอย่างจริงจัง ข้าวปุ้นเม้มริมฝีปากก่อนยิ้มบาง ๆ
“ปุ้นไม่ได้เสียใจนะคะ”
ออกัสนิ่ง
“แค่ยังเขิน”
พูดจบก็รีบหนีเข้าห้องน้ำทันที ประตูปิด คนบนเตียงยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“ให้ตายสิ...”
เขายกมือปิดหน้า เมื่อคืนคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายรุกหนักแล้ว แต่สุดท้ายกลับเป็นคำพูดง่าย ๆ ของยัยแว่นในตอนเช้าที่ทำเอาเขาไปไม่เป็น โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น ข้อความจากข้าวสวย
ข้าวสวย : ถึงกองกี่โมง
ออกัสหยิบขึ้นมาตอบ
ออกัส : สายหน่อย
อีกฝั่งอ่านทันที
ข้าวสวย : ปุ้นอยู่ไหน
นิ้วของเขาหยุด เงียบไปสามวินาทีก่อนตอบ
ออกัส : อยู่กับกู
สามจุดปรากฏทันที แล้วหาย ปรากฏใหม่ หายอีก ก่อนข้อความจะเด้งมาเพียงประโยคเดียว
ข้าวสวย : มึงเตรียมตัวตายได้เลย
ออกัสหลุดหัวเราะ ประตูห้องน้ำเปิดออกพอดี
ข้าวปุ้นโผล่หน้า “หัวเราะอะไรคะ”
เขายื่นโทรศัพท์ให้ดู หญิงสาวอ่านหน้าซีดทันที
“พี่บอกพี่สวยทำไม!”
“มันถาม”
“พี่ก็ตอบอย่างอื่นสิคะ!”
“โกหกไม่ดี”
“แล้วปุ้นจะมองหน้าพี่สวยยังไง!”
“เดี๋ยวพี่รับเอง”
“รับอะไร”
ออกัสลุกจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ คราวนี้ข้าวปุ้นไม่ได้ถอย
“ทุกอย่าง”
เขาตอบ
“พี่เป็นคนเริ่มจีบเธอ พี่เป็นคนรุกเธอ แล้วเมื่อคืนเราก็ตัดสินใจด้วยกัน”
น้ำเสียงไม่มีแววล้อเล่น
“พี่ไม่ให้เธอไปยืนรับเรื่องนี้คนเดียวหรอก”
ข้าวปุ้นมองหน้าเขา หัวใจที่วุ่นวายเมื่อครู่ค่อย ๆ สงบลง
“พี่สวยอาจต่อยพี่นะคะ”
“คิดว่าแค่ต่อย?”
เธอหลุดหัวเราะ
“สมควรค่ะ”
“เข้าข้างพี่หน่อย”
“ยังไม่ได้เป็นแฟนค่ะ”
ออกัสหรี่ตา ข้าวปุ้นยิ้มก่อนเดินผ่านไป แต่พอผ่านตัวเขามือกลับถูกจับไว้เบา ๆ
“ข้าวปุ้น”
“คะ”
“เมื่อไรจะเป็น”
เธอหันกลับ
“ตอนที่ปุ้นแน่ใจค่ะ”
“อีกนาน?”
“ไม่รู้”
“ใบ้ได้ไหม”
ข้าวปุ้นคิดก่อนเขย่งตัวขึ้น จูบแก้มเขาเบา ๆ ออกัสนิ่ง เธอกระซิบ
“น่าจะไม่นานแล้วค่ะ”
แล้วรีบดึงมือกลับเดินหนีไปทันที ออกัสยืนค้างอยู่ตรงนั้น มองตามสาวแว่นที่เริ่มรู้จักวิธีเอาคืนเขาแล้ว ก่อนยกมือแตะแก้มตัวเอง
“ร้ายขึ้นทุกวัน”
แต่รอยยิ้มกลับกว้างจนปิดไม่อยู่ เหลืออีกเพียงก้าวเดียว จากผู้ช่วยกับนายแบบ จากคนที่เคยแกล้งกับคนที่เคยรำคาญ จากผู้ชายที่ไม่เคยจริงจังกับใคร กับผู้หญิงที่ไม่เคยมีแฟน ครั้งนี้ข้าวปุ้นไม่ได้ถอยหนีเขาแล้วและออกัสเองก็ไม่คิดจะวิ่งนำหน้าเธออีก เขาจะรอให้เธอเดินก้าวสุดท้ายเข้ามาหาเอง เพราะหลังจากเมื่อคืน สิ่งที่เขาต้องการที่สุดไม่ใช่การได้ครอบครองเธอ แต่เป็นวันที่ข้าวปุ้นมองหน้าเขาแล้วพูดด้วยตัวเองว่า เธอเลือกเขาเหมือนกัน
