บทที่ 5 ตอนที่ 4 - คืนฝนตก
ร่างบอบบางที่มีเพียงกระเป๋าหนึ่งใบและร่มหนึ่งคัน เดินฝ่าสายฝนไปเรื่อยๆ อย่างไม่ยอมหยุดพัก แม้จะมีร่มที่คอยบังสายฝนไว้ได้บ้าง แต่ลมที่แรงก็ทำให้ร่างของเธอเปียกชื้นไม่น้อย กายเล็กสั่นเทาแต่ก็กัดฟันทน เป้าหมายของเธอคือต้องไปให้ถึงโรงพยาบาลที่ห่างออกไปอีกสามกิโลให้ได้ เพราะเธอฝืนเดินต่อจนถึงโรงแรมในตัวเมืองไม่ไหว และโรงพยาบาลก็เป็นตัวเลือกเดียวที่เธอจะสามารถเข้าไปขอพักแรมได้สำหรับคืนนี้ และอาจจะขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันปอดบวมด้วย สภาพมอมแมมขนาดนี้พยาบาลคงไม่ใจร้ายหรอกมั้ง...
เวลาเกือบตีสามท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ถนนที่ชมพู่เดินมีบางจุดที่ปูยางมะตอยเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางจุดที่เป็นทางลูกรังทำให้เดินลำบาก ข้างทางทั้งสองข้างเป็นสวนและไร่นาไม่มีบ้านคนเลย คงเพราะชาวบ้านที่นี่นิยมปลูกบ้านลึกเข้าไปด้านในที่ดิน และทำสวนทำนาชิดกับถนนเหมือนกับบ้านของเธอ ตั้งแต่เดินมายังไม่เห็นรถหรือคนผ่านมาแม้แต่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนต่างจังหวัด เพราะสองทุ่มก็พากันปิดบ้านนอนจนหมดเป็นเรื่องปกติ
ชมพู่เดินไม่หยุดมาได้ราวเจ็ดกิโลแล้ว อีกสองกิโลกว่าๆ ก็จะถึงโรงพยาบาลที่เป็นจุดหมายปลายทางของค่ำคืนนี้ ที่จริงตอนนี้เธอควรใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่เพราะฝนตกลงหนักเหมือนไม่เป็นใจจึงทำให้ทุกอย่างล่าช้าลง
หญิงสาวก้มหน้าลงเมื่อลมหอบเอาเม็ดฝนเม็ดใหญ่เข้ามากระทบใบหน้าและดวงตา เธอรู้สึกแสบจนต้องหยุดเดินและหลับตานิ่งไว้เพื่อให้ดวงตาหายระคายเคือง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีรถคันหนึ่งกำลังวิ่งมาตรงหน้า
เอี๊ยดดดดดด!!!
ปริ๊นนนนนน!!!
“เฮ้ยยยย!”
เสียงใสร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ารถกระบะคันใหญ่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ แสงไฟที่สว่างโร่ทำให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง ขาทั้งสองข้างก้าวหนีไม่ออก แถมยังสั่นจนทำให้ร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้นอีก
ตายแน่ๆ
เธอตายแน่
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดตอนที่รู้ว่ากำลังจะตายคือรอยยิ้มของคนในครอบครัว รอยยิ้มของพ่อ แม่ พี่ชาย และสองแสบ น้ำตาของแม่ตอนที่ไปงานรับปริญญาของเธอ มืออุ่นๆ ของพ่อที่ลูบหัวเบาๆ ตอนที่เธอกราบอกท่าน อ้อมกอดอุ่นๆ ของพี่พร้าวที่โอบกอดเธอไว้ตอนที่เธอไม่สบาย เสียงหัวเราะของเธอที่ประสานกับเสียงหัวเราะของไอ้เปี๊ยกและไอ้ลม
เธอจะไม่มีโอกาสได้กลับไปเจออะไรพวกนี้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ?
ทำตัวเองแท้ๆ จะไปโทษใครได้
“พ่อ แม่ พี่พร้าว ฉันขอโทษ ฉันทำให้ทุกคนเสียใจอีกแล้ว”
ซ่าาา
“ฉันขอโทษ ฮึก”
.
.
“ถนนที่จะไปโรงพยาบาลถูกน้ำเซอะจนใช้การไม่ได้นะครับ”
เสียงใคร?
“ครับ พรุ่งนี้รบกวนรีบเข้ามาซ่อมด้วยนะครับ เพราะถนนเส้นนี้เป็นเส้นเดียวที่คนจากหมู่บ้าน xxx จะเดินทางไปโรงพยาบาลได้ ฝากด้วยนะครับ”
ชมพู่ไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองเหตุการณ์ตรงหน้า เธอหลับตานิ่งๆ และแสร้งว่ายังไม่ตื่นจนเสียงที่รู้สึกว่าคุ้นหูเหลือเกินนั้นเงียบไป และหลังจากนั้นเพียงไม่นานตัวเธอก็ลอยได้
ไม่ใช่ลอยได้สิ แต่เธอกำลังถูกอุ้ม???
เธอจะถูกอุ้มไปไหน แล้วใครคือคนที่กำลังอุ้มเธอ??
เธอไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลยซักอย่าง จะทำยังไงดี?
แม้จะกังวล แต่เพราะความกลัวทำให้ชมพู่ไม่กล้าลืมตา ไม่กล้าโวยวาย ไม่กล้าแสดงตัวให้อีกฝ่ายรู้ว่าตื่นแล้ว ใครจะไปรู้ล่ะ ถ้าคนที่อุ้มเธออยู่รู้ว่าเธอตื่นแล้ว มันอาจจะฆ่าเธอทิ้งก็ได้ เพราะฉะนั้นทำตัวเหมือนยังสลบอยู่ไว้ แล้วค่อยคิดหาทางหนีดีกว่า
ชมพู่มั่นใจแล้วว่าตัวเองยังไม่ตาย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และกำลังเจอกับอะไรอยู่ แต่สิ่งที่หญิงสาวมั่นใจคือเธอกำลังตกอยู่อันตราย ผู้ชายคนนี้ไม่ได้หวังดีกับเธอแน่ๆ
เพียงไม่นานแผ่นหลังของเธอก็ได้สัมผัสกับอะไรนุ่มๆ ก่อนที่วงแขนของอีกฝ่ายจะผละห่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินห่างออกไป ในเวลานั้นเองที่ชมพู่ลืมตาขึ้น
ดวงตาที่ปิดมานานเมื่อเจอกับแสงที่สว่างจ้าจึงทำให้ปรับตัวไม่ทัน เธอหลับตาลงอีกครั้ง และค่อยๆ ลืมตาขึ้นใหม่
“ที่ไหนวะเนี่ย”
ชมพู่กวาดตามองไปรอบๆ ที่ๆ เธออยู่ตอนนี้น่าจะเป็นห้องนอนของใครซักคน เตียงที่เธอนอนมีสีขาวสะอาด ทั้งห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีโต๊ะวางหนังสือและโน๊ตบุ๊คอยู่ข้างเตียง และเมื่อสังเกตดีๆ เธอก็เห็นว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับชิ้นส่วนของมนุษย์
หรือว่า!?
ชมพู่ยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
เธอต้องหนี ต้องหนีแล้ว
กุกกัก!
ยังไม่ทันได้ขยับตัวจากที่นอนนุ่ม เสียงประหลาดก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องจนตากลมต้องรีบปิดลงทันที เสียงประตูถูกเปิดออกและปิดลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้
มันกลับมาแล้ว
เตียงยวบลงจนชมพู่แอบหายใจติดขัด ก่อนจะเลิกเกร็งตัวแล้วบังคับลมหายใจให้เข้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ เธอจะให้ มัน รู้ว่าเธอจะตื่นแล้วไม่ได้ ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด!
อีกฝ่ายเริ่มขยับตัว ก่อนที่ชมพู่จะรู้สึกว่ากระดุมเสื้อที่เธอใส่อยู่กำลังถูกปลด ไม่มีภาพช้า ไม่มีการสโลวโมชั่นแบบในละคร เพียงแค่ไม่ถึงสามสิบวินาที เสื้อเชิ้ตสีดำของเธอก็ถูกเปิดกว้าง
หญิงสาวรู้สึกกระดากในใจ ตั้งแต่อาบน้ำเองเป็นเธอก็ไม่เคยแก้ผ้าให้ใครดูอีกเลย แล้วไอ้บ้านี่เป็นใครถึงได้มาทำกับเธอแบบนี้ เธออยากจะเลิกแกล้งหลับแล้วลุกขึ้นเตะก้านคอมันจริงๆ แต่เพราะเธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอาวุธอะไรหรือเปล่า พลีพลามไปเธอคงได้กลายเป็นร่างไร้วิญาณในบ้านหลังนี้แน่ๆ
มันขยับเข้าใกล้ตัวเธออีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ยกตัวเธอขึ้น ชมพู่พยายามปล่อยตัวเองให้เป็นธรรมชาติที่สุดเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ มันจับตัวเธอให้เอนไปซบกับตัวของมัน แล้วจับเสื้อที่ปลดกระดุมไว้แล้วออกทางด้านหลัง รวมถึงปลดตะขอเสื้อในเธอด้วย
หมดแล้ว เธอไม่เหลืออะไรแล้ว
มันวางเธอนอนลงอีกครั้ง ก่อนจะขยับออกห่างเพียงครู่เดียว แล้วกลับมาพร้อมกับผ้าเปียกน้ำอุ่นๆ ที่ถูลงบนร่างกายท่อนบนของเธอเบาๆ
มันกำลังเช็ดตัวให้เธอ
ชมพู่แปลกใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ แต่ก็ยังข่มตาแสร้งหลับต่อไป เมื่อมันเช็ดเนื้อตัวท่อนบนเสร็จ เสื้อหนาๆ ตัวหนึ่งก็ถูกสวมใส่ลงบนร่างกายของเธอ
มันขยับลงไปทำเช่นเดียวกันกับร่างกายท่อนล่าง ชมพู่ขากระตุก เกือบจะยกขึ้นเตะก้านคออีกฝ่ายไปแล้วตอนที่มันถอดกางเกงชั้นในเธอออก หญิงสาวตั้งสติ บอกตัวเองให้อดทน และให้สัญญาว่าถ้ารอดไปได้ เธอจะจิ้มตามันให้บอด โทษฐานที่มามองร่างกายที่แสนหวงแหนของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้!
ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ต่างจากร่างกายท่อนบน ผ้าที่ชุบน้ำอุ่นๆ เช็ดไปตามเรียวขาของเธอโดยที่เว้นส่วนสงวนเอาไว้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยร่างกายเธอก็ลอยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะถูกวางลงในเวลาต่อมา สัมผัสที่แผ่นหลังยังนุ่มเหมือนเดิม หญิงสาวเดาว่ามันแค่อุ้มเธอมาวางบนเตียงอีกด้านที่ไม่เปียก เธอนอนนิ่ง แม้ในใจจะมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด
หลังจากนั้นไม่นานก็มีผ้าหนาๆ มาคลุมร่างเธอไว้จนถึงคอ โดยที่ท่อนล่างยังเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าซักชิ้นเดียว เธอพยายามนอนนิ่งให้เหมือนคนหลับมากที่สุด และอดทนรอให้อีกฝ่ายเดินออกจากห้องไปถึงได้ยอมลืมตาขึ้นมา
“อะไรวะ”
ชมพู่มองห้องที่ถูกปิดไฟกลางห้อง เปิดไว้แค่ไฟหัวเตียงด้วยความงุนงง เธอคิดว่ามันจะชำแหละร่างกายเธอไปแล้วเสียอีก หรือเลวร้ายที่สุดก็อาจจะข่มเหงเธอ แต่กลายเป็นว่ามันดูแลเธอดีเหมือนเป็นญาติตัวเอง ตอนที่เช็ดตัวเธอก็สัมผัสได้ว่ามืออีกฝ่ายไม่ยอมแตะลงบนตัวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
หรือว่าเขาจะไม่ใช่คนเลว?
ชมพู่เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เธอค่อยๆ ย่องลงจากเตียงและเดินไปที่ประตู แอบแง้มประตูออกเล็กน้อยเพื่อมองคนที่อยู่ด้านนอก อีกฝ่ายยืนหันหลังและกำลังดื่มน้ำอยู่ เสื้อที่ใส่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนกางเกงเป็นกางเกงสแลคสีดำ รูปร่างสูงใหญ่เหมือนฝรั่ง ผิวบางส่วนขาวจัดแต่บางส่วนก็คล้ำเหมือนโดนแดดมานาน
“อ๊ะ!”
เธอรีบปิดประตูด้วยความตกใจทันทีที่อีกฝ่ายหันกลับมา ไม่ทันได้มองหน้าว่าคือใคร ก่อนจะรีบตรงไปที่โต๊ะหนังสือเพื่อดูหนังสือเล่มนั้นให้กระจ่าง เธอเพิ่งสังเกตว่าโน๊ตบุ๊คที่วางไว้หายไป เขาคงหยิบออกไปด้วย
“อ้าว นี่มันหนังสือแพทย์นี่” ชมพู่เปิดหนังสือในมืออีกครั้งเพื่อความมั่นใจ หนังสือแพทย์จริงๆ ด้วย เป็นหนังสือที่อธิบายรายละเอียดร่างกายของมนุษย์และอวัยวะต่างๆ “เป็นหมออย่างนั้นเหรอ มิน่า...”
มือบางวางหนังสือเล่มหนาไว้ที่เดิม รู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนเลว แถมยังเป็นถึงหมออีกด้วย เธอกระโดดขึ้นเตียงและมุดตัวเข้าผ้าห่มอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อกี้ที่ลุกไปมันรู้สึกเย็นด้านล่างแปลกๆ ก็เธอไม่ได้ใส่อะไรเลยนี่นา...
“ถ้าเป็นหมอ ก็คงไม่ใช่คนเลว” ชมพู่สรุปกับตัวเอง แอบขอโทษคุณหมอในใจที่เผลอคิดว่าเขาเป็นคนชั่ว ก็ใครจะไปรู้เล่า
มือบางยกขึ้นปิดปากหาว พอได้ผ้าอุ่นๆ ห่มในอากาศเย็นๆ แบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นจนอยากหลับ ในเมื่อไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว เธอก็ขอหลับเอาแรงก่อนก็แล้วกัน ไว้ตอนเช้าค่อยขอบคุณคุณหมอแล้วค่อยออกเดินทางต่อไปที่แม่ฮ่องสอน จุดหมายปลายทางที่เธอตั้งใจจะไป
เพียงไม่นานดวงตากลมโตก็ปิดลง ชมพู่หลับสนิทอย่างรวดเร็วเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่เผชิญมาทั้งวัน เธอหลับลึกจนไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนั้นเพียงไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามา...
