บทที่ 2 เจ้าแม่เปรี้ยว...

<strong>วันนี้วันเสาร์เวลาบ่ายสองโมง</strong> ปริศยา ทิตยนานนท์ขับรถยนต์มายังตลาดสดประจำท้องถิ่น หญิงสาวจอดรถฝั่งตรงกันข้ามกับร้านขายอะไหล่ยนต์ของเถ้าแก่จวง ที่เป็นตึกแถวตรงหน้าตลาด ร้านประจำของรีสอร์ทถ้าหากหล่อนต้องการของพวกนี้

ตรงส่วนของตลาดนี้เป็นแผ่นดินใหญ่ ครอบครัวของปริศยามีบ้านพักอยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นเวลาหญิงสาวต้องมาหาซื้อของก็จะต้องขับเรือสปีดโบ๊ทมาขึ้นที่ท่า จากนั้นก็ให้ลูกน้องขับรถมารับอีกที

<strong>“ช่วยด้วย</strong><strong>! </strong><strong>ช่วยด้วย</strong><strong>!</strong>...ไอ้นั่นมันกระชากกระเป๋าชั้น...ช่วยด้วย!”

เสียงร้องตะโกนของป้าวัยกลางคนดังขึ้นตรงริมฟุตบาท ในตลาดสด ที่ผู้คนกำลังจับจ่ายซื้อของกันวุ่นวาย ปริศยากำลังคุยอยู่กับเถ้าแก่จวงเกี่ยวกับสินค้าที่หล่อนอยากได้

ชายสูงโย่งกำลังวิ่งหน้าตั้งในมือมีกระเป๋าสีดำแกว่งไปแกว่งมา มันวิ่งตรงมาทางปริศยาพอดี ด้วยความประมาท ไม่คิดว่าจะมีใครหน้าไหนมาหยุดมันได้ ด้วยในมืออีกข้างหนึ่งของมันนั้นถือมีดปลายแหลมเปรี๊ยะอยู่

ปริศยาอาศัยจังหวะที่มันวิ่งเข้ามาใกล้ ผลักเครื่องตัดหญ้าชนิดสะพายซึ่งห้อยแขวนอยู่ตรงหน้าร้านออกไปอย่างแรง เครื่องยนต์หนักแกว่งติ้วไปชนเข้าที่หน้าอกเจ้าคนร้ายอย่างจัง จนมันเซถลาไปด้านหลังก่อนจะล้มลงไปไม่เป็นท่า

“โอ๊ย! อีนี่...มึงอยากตายหรือไงห๊ะ!..”

เสียงตะคอกดังออกมา ในขณะที่เจ้าคนร้ายรีบลุกขึ้น ใบหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธที่ถูกขวางทาง  ในมือหยาบกร้านของมันควงมีดตรงเข้ามาหาปริศยาอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่าร่างเพรียวหุ่นนักกีฬายูโดบวกเทควันโดอย่างปริศยาหาได้หวาดกลัวไม่ มองจากท่าทางปริศยารู้ทันทีว่ามันเป็นคนต่างถิ่น คงเพิ่งจะย้ายเข้ามา

หญิงสาวยืนตั้งท่ารอมันอยู่พร้อมแล้ว ดังนั้นเมื่อไอ้คนร้ายร่างสูง ขยับจ้วงมีดหมายแทงให้โดนหล่อน ปริศยาเบี่ยงหลบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับเอื้อมมือไปกระชากแขนที่ถือมีดของมันดึงเข้ามาหา แล้วยกเข่ากระแทกเข้าไปที่หน้าท้องของมันเสียงดัง ปึ๊ก! แน่นๆ

มันตัวงอลงทันทีด้วยความเจ็บปวด ปริศยาไม่รอให้มันได้ตั้งตัว หญิงสาวรีบยกเข่าแหลมกระทุ้งเสียบให้มันอีกดอกหนึ่งที่เป้ากางเกงเสียงดัง ปึ๊ก!จนร่างมันสะเทือน

หึ...หล่อนชอบนัก มวยตลาดแบบนี้นี่ ไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก จัดการเอาตรงไอ้ที่สำคัญๆ แบบเน้นๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีกฎตายตัวอยู่แล้ว ปริศยากระตุกยิ้ม ร่างไอ้คนร้ายตัวงอมือกุมเป้าลงไปนอนกลิ้งนอนเกลือกทุรนทุรายอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด

ปริศยาก้มลงเก็บกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่พร้อมกับมีดของมันมาถือไว้ หล่อนเห็นป้าเจ้าของกระเป๋ายืนสั่น มองดูอยู่ห่างๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว และบรรดาไทยมุงขนาดย่อมที่บังเอิญอยู่แถวนั้นพอดี ไอ้เปี๊ยกลูกน้องคนสนิทกำลังวิ่งตรงมาอย่างกระหืดกระหอบเมื่อเห็นนายของมันกำลังมีเรื่อง

“โทรหาสารวัตรธานนท์ทีไอ้เปี๊ยก บอกว่ามีคนร้ายกระชากกระเป๋าในตลาดสด”

ปริศยาสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเรื่องปกติธรรมดากระนั้นแหละ หญิงสาวเดินเอากระเป๋าไปยื่นให้คุณป้าที่ยืนตัวสั่นอยู่

“กระเป๋าค่ะป้า”

ปริศยาเอ่ยกับหญิงวัยกลางคน เธอยื่นมือมารับมันไปพร้อมกับน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ

“ป้าขอบใจหนูเหลือเกินจ้ะ ทั้งเนื้อทั้งตัว ป้าก็เหลือเงินอยู่แค่นี้แหละ...นี่คิดว่าจะไม่มีเงินซื้อข้าวสารกลับบ้านเสียแล้ว...ขอบใจมากจริงๆ”

เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ปริศยายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า คราวหลังคุณป้าต้องระวังตัวนะคะ คนสมัยนี้ไว้ใจใครไม่ค่อยได้”

หญิงสาวเอ่ยกับคุณป้าผู้โชคร้าย จากนั้นก็หันไปกระชากร่างไอ้คนร้ายและใช้เชือกที่ร้านเถ้าแก่มัดมันไว้

“เถ้าแก่...อย่าลืมของที่คุยกันนะ อาทิตย์หน้าจะให้คนเข้ามาเอา”

ปริศยาตะโกนไปคุยกับเถ้าแก่อย่างคุ้นเคยกัน

“ล่ายๆ...ลื้ออย่าทิ้งไอ้ห่านี่ไว้หน้าร้านอั๊วนะอาเปรียว”

เถ้าแก่จวง จีนแท้ๆ เอ่ยออกมา พร้อมกับยืนเท้าสะเอวดูไอ้คนร้ายที่ถูกมัดอยู่กับพื้น

“เดี๋ยวสารวัตรธานนท์ก็มาแล้วเถ้าแก่...เฮ้ย...แยกย้ายกันไปได้แล้ว ยืนมุงดูอะไรนักหนาวะ...

แม่งมุงอย่างเดียว ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเลย สังคมมันถึงเจริญแบบนี้ไง”

เสียงปริศยาตะโกนด่าพวกผู้ชายที่ยืนดูอยู่

แถวนี้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ต่างรู้จัก “นายเปรียว” หรือลับหลัง "เจ้าแม่เปรี้ยว" เจ้าของรีสอร์ทใหญ่บนเกาะส่วนตัวกลางทะเลดี โดยปกติแล้ว พวกเขามักจะได้ยินเธอพูดห้วนห้าวเป็นมะนาวไม่มีน้ำและด่าไฟแลบ แต่ก็หลายครั้งเหมือนกันที่แอบเห็นเธอพูดจาไพเราะแม้แต่กับคนขอทานข้างถนน สมกับความเป็นผู้ดีมีการศึกษาตามที่พวกเขาได้ยินมา

แต่ที่แน่ๆ พวกเขารู้แต่ว่า หากไม่อยากเดือดร้อนหรือลำบากก็อย่าทำอะไรไม่ดีต่อหน้าเจ้าแม่เปรี้ยว มันคนใดที่ทำระยำตำบอนและใจต่ำในถิ่นนี้ หากได้ยินถึงหูปริศยาเมื่อไหร่ รับรองเป็นโดนดีแน่ และที่สำคัญหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมก็ถึงกับต้องย้ายถิ่นกันเลยดีเดียว เพราะนายเปรียวนั้นไม่ใช่รวยอย่างเดียว แต่ยังมีคอนเน็คชั่นอยู่ทั่วเมือง

<strong>ปริศยา ทิตยนานนท์</strong> หรือ นายเปรียวของลูกน้องที่เกาะ หรือ เจ้าแม่เปรี้ยว ฉายาลับหลังที่ชาวบ้านแอบเรียก หญิงสาวหน้าตาสวยเก๋ ใบหน้าเรียว ดวงตาดำโตที่ทั้งดุเอาเรื่อง จมูกโด่งรั้นบ่งนิสัยไม่ยอมคน ริมฝีปากบางที่ลูกน้องมักพากันกลัวจนสยองหัวหด ด้วยเกรงวาจาอันเผ็ดร้อนและโผงผางจี้ใจดำจะถูกบริกรรมออกมา

ผมยาวดำขลับนั้นมักถูกมัดเป็นหางม้าง่ายๆ สวมทับด้วยหมวกแก๊ปอีกที ร่างเพรียวสูงหุ่นนักกีฬากระฉับกระเฉงดูมีสุขภาพดีนั้น มักใส่ยีนส์เสื้อยืดและร้องเท้าผ้าใบ ทางท่าเหมือนเด็กกะโปโลมากกว่าหญิงสาว วัย 26 ปี ที่จบปริญญาโทจากอเมริกา

คุณพ่อคุณแม่ของปริศยานั้นร่ำรวยจากธุรกิจที่ดินและโรงแรม คุณพ่อคุณแม่จึงได้สร้างรีสอร์ทระดับห้าดาวอยู่บนเกาะส่วนตัว ที่มีไว้ให้บริการสำหรับพวกผู้ลากมากดีและคนไฮโซมีฐานะทั้งหลาย

ปริศยานั้นหลังจากเรียนจบด้านการบริหารการเงินจากอเมริกาเมื่อสามปีก่อน ก็เข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อคุณแม่ทันที เพราะหล่อนชอบเกาะแห่งนี้ มากกว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ

ปริศยาเป็นบุตรสาวคนโต หล่อนมีน้องสาวอีกสองคน คือ  ปรารวี อายุ 24 ปี หลังจากจบปริญญาโทเมื่อปีที่แล้วก็มาช่วยครอบครัวรับผิดชอบโรงแรมในกรุงเทพฯ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป