บทที่ 6 ไอ้นายริศ!

ชายหนุ่มรีบวิ่งตรงไปหา เห็นหล่อนทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเขา ณริศรีบนอนราบไปกับหน้าผา

“ส่งมือมาเปรียว! จะบ้ารึไง ลงไปทำอะไรตรงนั้นห๊ะ งี่เง่าที่สุด!”

เสียงห้าวตะคอกออกมาอย่างลืมตัว ณริศไม่อยากคิดเลยว่าถ้าร่างปริศยาร่วงลงไปยังโขดหินขรุขระในทะเลเบื้องล่างนั้น สภาพมันจะเป็นยังไง

“ได้ยินมั้ยเปรียว บอกให้ส่งมือมา!”

ณริศยังคงตะโกนใส่ปริศยาด้วยความตกใจกับสภาพที่เห็น

ปริศยายังคงไม่พูด หล่อนก้มลงมองเท้าที่กำลังเหยียบแง่งหินก้อนเล็กด้านล่างอยู่ หล่อนได้พยายามที่จะปีนขึ้นแต่พอดีเท้าเกิดเหยียบพลาด ทำให้หล่อนอยู่ในสภาพที่เห็น ข้อเท้าข้างซ้ายมีเลือดออก ปริศยาไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงแผลถลอกหรือข้อเท้าหล่อนจะพลิกด้วย

“จะส่งมั้ยมือน่ะ”

เสียงห้าวตะคอกอยู่เหนือศีรษะ ปริศยาชักสีหน้าบึ้งตึงก่อนจะส่งมือขึ้นไปให้เขาในที่สุด

หล่อนรู้ว่าหล่อนขึ้นได้แน่นอนหากให้เวลาอีกสักหน่อย แต่ปริศยาก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะร่วงลงสู่เบื้องล่าง เผชิญหน้ากับณริศ ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่หล่อนเกลียด แต่ยังไงก็ย่อมจะดีกว่าเผชิญหน้ากับหุบเหวข้างล่างนั้นอย่างแน่นอน

ณริศดึงร่างเพรียวของปริศยาขึ้นมาบนหน้าผา ร่างเพรียวนอนหงายราบไปกับพื้นพร้อมกับแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ทำอีท่าไหนถึงไปห้อยอยู่ตรงนั้นน่ะห๊ะ! ทำอะไรไม่เคยคิด! ถ้าร่วงลงไปข้างล่าง ศพคงจะสวยน่าดู คราวหน้าคราวหลังถ้าอยากตายก็บอก จะสงเคราะห์ให้ ไม่ต้องลำบากขึ้นมาถึงบนนี้หรอก!”

เสียงห้าวดุเอ่ยประชดออกมาด้วยอารมณ์โมโห ปริศยาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หล่อนรู้ดีว่าอาการแบบนี้มันเป็นปฏิกิริยาช็อคตกใจของณริศ

“โทรศัพท์หล่น!”

ปริศยาเอ่ยออกมาสั้นๆ หลังจากเงียบมาตลอด ทั้งคู่ยังคงนอนแผ่ราบอยู่บนหน้าผา

“งี่เง่าที่สุด! เห็นโทรศัพท์สำคัญกว่าชีวิต!”

เสียงเข้มยังคงตะคอกด่าต่อไป

“นี่ท่าจะตั้งหน้าด่ากันแบบนี้ ก็ไปไกลๆ เลยป๊ะ!...”

ปริศยาตะคอกออกมาบ้างอย่างเหลืออด คำก็โง่สองคำก็โง่น่ะฮึ...

“อ้าว ก็มันจริงมั้ยล่ะห๊ะ!...โทรศัพท์เครื่องเท่าไหร่กัน เดี๋ยวจะซื้อให้สักโหลเอาไหม...ต่อไปอย่าบ้าแบบนี้อีก ถ้าไม่ขึ้นมาเห็นนี่...ไม่อยากจะคิดต่อเลย!”

“แล้วใครใช้ให้ตัวขึ้นมาล่ะฮ๊ะ! ไม่เห็นง้อเลย ตะกี้ก็เกือบจะปีนขึ้นมาได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาอ้างบุญคุณ”

“ใครอ้างบุญคุณ! ไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย เพียงแต่ไม่อยากให้คุณอาทั้งสองต้องมานั่งเสียอกเสียใจที่มีลูกสาวโง่ห่วงโทรศัพท์จนร่วงตกหน้าผาตายเท่านั้นเอง!”

“นี่! แล้วตายมั้ยล่ะ ยังอยู่สบายดีนี่ไง หยุดพล่ามได้แล้ว!”

ปริศยาตะคอกกลับ เวลานี้อารมณ์ชักกรุ่นขึ้นมาแล้ว อุตส่าห์ว่าจะไม่ด่าเพราะเห็นเขามาช่วยหล่อน แต่นี่เล่นตะคอกใส่หน้าหล่อนตั้งแต่ขึ้นมาได้ จนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่ยอมหยุด ปริศยาชักมีน้ำโห หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง

“โอ๊ย!”

ปริศยาร้องครางเจ็บออกมาเมื่อขยับข้อเท้าซ้าย หล่อนลืมไปเสียสนิท ณริศรีบถลันลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าคร้ามคมขมวดมุ่น

“เจ็บเหรอ...ตรงไหน”

เสียงห้าวรีบเอ่ยถาม น้ำเสียงตกใจ เขาไม่รู้ว่าหล่อนบาดเจ็บตรงไหน มือใหญ่เอื้อมมาลูบแขนและเนื้อตัวของปริศยา เพื่อสำรวจหาบาดแผล

“เฮ้ย!...บ้าแล้ว เอามือออก...เจ็บที่ข้อเท้า!”

ปริศยาตกใจที่มือเขาลูบไปบนเนื้อตัวไม่เว้นแม้กระทั่งหน้าอก แต่ท่าทางที่พยายามซ่อนความเป็นห่วงและกังวลไว้ใต้ใบหน้าถมึงทึงบึ้งตึงนั้น ทำให้ปริศยาคลายความไม่พอใจลงมานิดหนึ่ง

ณริศรีบขยับไปนั่งที่ปลายเท้า ชายหนุ่มค่อยรูดขากางเกงยีนส์หล่อนขึ้น

“ข้างซ้าย!”

ปริศยากระชากเสียงบอกเมื่อเห็นเขาพยายามดึงขากางเกงผิดข้าง ณริศสัมผัสวัตถุบางอย่างแต่เขาไม่ได้สนใจ ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนมือไปสำรวจข้อเท้าซ้ายตามที่หล่อนตะคอกบอก

“เลือดออก...ท่าทางจะพลิก”

เสียงห้าวเอ่ยออกมา คิ้วหนาขมวดมุ่นไม่ถูกใจกับสิ่งที่เห็น

“เดี๋ยวจะอุ้มไปขึ้นเรือ แบบนี้ต้องรีบให้หมอดู”

ณริศกล่าวพร้อมกับขยับขึ้นมาทำท่าจะอุ้มหญิงสาว

“ไม่ต้องหรอก!...พยุงก็พอ”

ปริศยาทำท่าขยับลุกขึ้นยืน ณริศรีบสอดแขนไปใต้รักแร้ของหญิงสาวช่วยดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืน

“โอ๊ย!”

“อย่าดื้อเปรียว...มาจะอุ้มไปเอง”

“เดินได้! เอ่อ...ขอลองดูก่อน”

เสียงปริศยากระชากบอกอย่างไม่ยอมง่ายๆ ณริศส่ายหน้าระอากับความดื้อดึงไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนั้น

“เอ้า...ก็เดินสิ”

เสียงณริศดุออกมา นึกอยากเห็นคนเก่งเหมือนกันว่าจะไปได้กี่น้ำ

“ก็มาพยุงด้านขวาสิ!”

ปริศยาตะคอกตอบ ณริศขมวดคิ้วมุ่นบ่งบอกอารมณ์ที่เริ่มหมดความอดทน ชายหนุ่มสอดแขนไปโอบตรงเอวของหญิงสาวช่วยพยุงให้เดิน

“นี่เปรียว...ขอร้องล่ะ ถ้าพยุงเดินแบบนี้กว่าจะถึงข้างล่างก็มืดกันพอดี”

ณริศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหมดความอดทน ปริศยาเงียบซึ่งชายหนุ่มถือว่าเป็นอาการยอมจำนน       ณริศรีบย่อตัวแล้วช้อนร่างเพรียวของปริศยาขึ้น หญิงสาวไม่ยอมใช้มือโอบรอบคอเขา ใบหน้างามนิ่งเรียบ ณริศไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางนั้นสักนิดของคนเจ็บ

ชายหนุ่มอุ้มร่างของปริศยามาขึ้นเรือของตัวเอง เขาวางหล่อนลงบนเบาะอย่างนุ่มนวล

“เดี๋ยวจะให้คนมาเอาเรือกลับให้”

เสียงห้าวกล่าวพร้อมกับสตาร์ทเครื่องแล้วขับเลี้ยวมุ่งตรงไปยังรีสอร์ทของตัวเอง

“เฮ้ย...ไปทำไมเกาะโน้น!”

“อย่าเรื่องมากเปรียว เกาะวรพิพัฒน์มีเครื่องมือพร้อม”

“เกาะเราก็มีเหมือนกัน...เลี้ยวกลับเดี๋ยวนี้นายริศ!”

“ไม่!”

“นายริศ บอกว่าไม่ไปที่โน่น...กลับเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง!”

เสียงปริศยาตะโกนใส่ข้างหลังเขา ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของเจ้าสปีดโบ๊ท ณริศกระตุกยิ้ม หึ...ยังกับว่าตอนนี้ยังมีเรื่องไม่พองั้นแหละ... เรื่องเขากับหล่อนนั้นมีเยอะแยะนับไม่หวาดไม่ไหว ถ้าหากจะเพิ่มเรื่องนี้ไปอีกสักเรื่องก็จะเป็นไรไป

“ไอ้นายริศ!”

เสียงตะโกนด้วยความโมโหและฉุนเฉียว ณริศยิ้มกว้างกับท้องทะเลตรงหน้า ถ้าหากหล่อนลงเรียกเขาว่า ไอ้นายริศ เมื่อไหร่นั้น ก็ให้ทำใจไว้รอได้เลย เรื่องใหญ่ให้ได้ปวดขมองกำลังตามมา

<strong>“ไอ้นายริศ</strong><strong>!</strong><strong>”  </strong>

<strong> *****</strong>

<strong>เอ้า เขาจะเริ่มกัดกันละต่อไปนี้...</strong>

<strong> </strong>

<strong> </strong>

บทก่อนหน้า
บทถัดไป