บทที่ 2 แต่งงานกับฟิน?...
<strong>“แต่งงานกับฟิน? บ้าแล้ว”</strong>
เสียงโวยวายลั่นดังมาจากหญิงสาวร่างเพรียวระหงในกางเกงยีนส์ซีดกับเสื้อลายสก๊อตพับขึ้นถึงข้อศอก <strong>แคทรีน่า โฮมส์</strong> เดินกลับไปกลับมาในห้องนั่งเล่นอันโอ่โถงของบ้านตระกูลโฮมส์
ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลวาววับด้วยความโมโห จมูกโด่งรั้นบ่งถึงความเชื่อมั่นไม่ยอมคน ริมฝีปากอิ่มบางสีจัดถูกเม้มจนเป็นเส้นตรงเมื่อยามไม่สบอารมณ์เช่นนี้ ผิวเนียนละเอียดที่เคยขาวบัดนี้กลายเป็นสีน้ำผึ้งด้วยทำงานในฟาร์มกลางแจ้งอย่างที่เจ้าตัวรัก ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นหางม้าไปทางด้านหลัง ใบหน้างามงอง้ำบอกบุญไม่รับ
แพทริคกับคามิล่า โฮมส์ นั่งมองอยู่บนโซฟาอย่างใจเย็น
“เดินเสร็จก็บอกพ่อด้วยละกัน จะอ่านข่าวรอ”
เสียงห้าวของแพทริคกล่าวบอก แคทรีน่าหยุดเดินทันควันพร้อมกับทำท่าค้อนหน้าคว่ำให้กับผู้เป็นบิดา
“คุณแม่ขาดูคุณพ่อซิคะ ทำไมเป็นแบบนี้จะมาบังคับแคทได้ยังไง แต่งกับฟินเนี่ยนะ? บ้าที่สุด”
แคทรีน่าหันไปร้องขอความเห็นใจกับคามิล่าผู้เป็นมารดาซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอย่างสงบอยู่ข้างๆ สามี
“ใจเย็นๆ ยายแคท นั่งลงก่อน เพิ่งกลับมาถึงอย่าเพิ่งใช้อารมณ์ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าให้อารมณ์เย็นก่อนดีไหมแม่ว่า”
คามิล่าเอ่ยกับลูกสาวเสียงอ่อน แพทริคยังคงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือพิมพ์ในมือไม่สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดฮึดฮัดของลูกสาวคนรอง
ในบรรดาบุตรสามคน <strong>แคมเมอรอน</strong> คนโตบัดนี้อายุยี่สิบหกปี เวลานี้เป็นนักบริหารธุรกิจหนุ่มไฟแรงและเนื้อหอมช่วยงานบริษัทของตระกูลแฮมเมอร์ตั้น
<strong>แคทรีน่า</strong>บุตรสาวคนที่สองที่กำลังเดินเป็นหนูติดจั่นหน้าตาบึ้งตึงอยู่นี้ หล่อนอายุยี่สิบห้าปีแล้ว หลังจากเรียนจบจากอังกฤษก็หันมาช่วยงานที่ฟาร์มของบิดาเนื่องจากหญิงสาวไม่ชอบทำงานอยู่ในตึกในออฟฟิศ แคทรีน่าถอดแบบพ่อมาค่อนข้างมากในเรื่องนิสัยใจคอที่กร้าวแกร่งและเชื่อมั่น ไม่เกรงกลัวงานหนัก หล่อนชอบงานกลางแจ้งที่ฟาร์ม เวลานี้จึงเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของแพทริคไป
ส่วน <strong>เทเรซ่า</strong> คนสุดท้องนั้นเวลานี้อายุยี่สิบสามปีเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ เนื่องจากเป็นบุตรคนสุดท้องคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ได้คาดหวังบังคับอะไรมากนัก สาวน้อยหน้าหวานและเรียบร้อยจึงหันไปเปิดร้านจัดดอกไม้ตามความชอบและความถนัดจนประสบความสำเร็จอย่างดี และถือโอกาสแยกตัวออกมาใช้ชีวิตอิสระโดยได้ซื้อแฟลตสามห้องนอนอยู่คนเดียวในเมืองซูริค
“ก็ได้ค่ะ แคทเหนื่อยขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วแคทจะขอคุยกับคุณพ่อต่อนะคะ”
“ตามสบาย แต่คำตอบของพ่อก็ยังเหมือนเดิม”
แพทริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดสายตายังคงไล่ไปตามตัวอักษรในหนังสือพิมพ์
“คุณพ่อจะบังคับแคทไม่ได้หรอก แคทโตอายุขนาดนี้ แคทมีสิทธิ์ที่จะเลือกคู่ชีวิตของตัวเองได้ คุณพ่อจะมาบังคับคลุมถุงชนเหมือนสมัยก่อนมันไม่ได้แล้วนะคะ คุณแม่ช่วยพูดกับคุณพ่อทีเถอะค่ะ แคทก็ยืนยันคำเดิมเหมือนกันค่ะคุณพ่อ”
แคทรีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้บ่งบอกนิสัยที่ถอดแบบมาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน ร่างเพรียวหันหลังเดินฉับๆ ขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที คามิลล่าถอดถอนใจ พอกันทั้งพ่อทั้งลูก
“พี่จะไปบังคับอะไรลูกหนักหนาคะพี่แพท มิลว่าปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตของตัวเองและเมื่อถึงเวลาก็แล้วแต่ลูกไม่ดีหรือ”
คามิล่าเอ่ยเบาๆ กับสามี แพทริคลดหนังสือพิมพ์ลง
“เชื่อพี่เถอะมิล ไม่มีใครเหมาะกับยายแคทเท่ากับฟินอีกแล้ว เขายังมีพยศมากอยู่อาจจะโกรธโมโหไปบ้าง แต่พี่มองไม่ผิดหรอก”
แพทริคกล่าวกับภรรยาสุดที่รัก
“พี่กับพี่เรย์ต้องดูให้แน่ใจก่อนนะคะ มิลไม่อยากให้บังคับใจพวกเด็กๆ ไม่ใช่ว่าพ่อเป็นเพื่อนรักกันอยากจะจับลูกคลุมถุงชนก็ทำตามสบายใจ เด็กๆ เขาก็มีชีวิตจิตใจมีความคิดของตัวเอง เผลอๆ อาจจะแอบมีคนรักกันเรียบร้อยแล้วก็ได้ โดยเฉพาะฟิน ออกจะหล่อเฟี้ยวเนื้อหอมเป็นถึงอนาคตนายใหญ่แห่งตระกูลเฟรย์อย่างนั้นด้วย”
คามิล่าพูดเตือนสติสามีออกมาเสียยืดยาว หวนนึกถึงสมัยที่หล่อนเกือบต้องหมั้นหมายแต่งงานกับเรย์ บิดาของฟินเมื่อสมัยตอนเป็นสาว
“พี่กับเรย์ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่พวกเขายังเล็กๆ แล้วมิล พี่ชอบฟิน เขาเป็นคนหนุ่มอนาคตไกลและไม่ใช่เพียงเท่านั้น ไม่มีใครจะปราบยายแคทได้หรอกนอกจากฟิน มิลจำตอนที่พวกเขายังเล็กๆ ไม่ได้หรือ ยายแคทหัวโจกไม่เคยยอมลงให้ใคร เที่ยวแกล้งคนอื่นไปทั่วแต่ฟินคนเดียวที่ไม่เคยยอมให้ยายแคท เลยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด”
แพทริคเอ่ย คามิล่าพยักหน้าเห็นด้วยกับสามีอยู่เหมือนกันในเรื่องฤทธิ์เดชของแคทรีน่าตั้งแต่เล็กจนโตมานี้ เวลาอยู่ที่ฟาร์มหล่อนก็ใหญ่จนคับฟาร์มจนลูกน้องเกรงกลัวกันลนลานไปหมด แคมเมอรอนผู้เป็นพี่ชายเสียอีกที่ยังสุขุมนุ่มลึกและใจเย็นกว่าไม่ห้าวห้วนโผงผางเหมือนแคทรีน่า
“ก็ยายแคทน่ะถอดแบบใครมาล่ะคะ อย่ามาทำเป็นบ่น”
คามิล่าแอบเหน็บแกมหยอกสามี แพทริคยิ้มออกมาพลางส่ายหน้าเบาๆ
