บทที่ 1 ระหว่างเรา

อากาศเย็นสบายและแสงแดดสดใสของช่วงซัมเมอร์ ทำให้ลาสเวกัสเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมมหานครบาป หรือ Sin City ทั้งที่มาชมความสวยงามอลังการด้านสถาปัตยกรรมอันทันสมัยของเมือง ชมความศิวิไลซ์ทุกด้านและที่สำคัญเหนือเหตุผลข้ออื่นใดนั้นก็คือมาเพื่อเสี่ยงโชคในกาสิโนด้วยหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะหอบเงินกลับบ้าน

เบนจามิน สกินเบิร์ต หรือเบน ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีกำลังเดินสูดอากาศยามดึกที่ควรเงียบสงัดแต่กลับคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินสวนสนามกันตรงหน้าโรงแรมแกรนด์เอ็มซี ของตระกูลแม็คเคนซี่ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกหลากเชื้อชาติ

ร่างสูงสมาร์ตสวมกางเกงยีนส์สีซีดกับเสื้อยืดสีขาว รองเท้าหนังสีดำ ใบหน้าคมสันได้เหลี่ยมสวยดึงดูดสายตาของสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาไม่ขาดระยะ ชายหนุ่มใช้หัวแม่มือเกี่ยวหูกางเกงทั้งสองข้าง คิ้วหนาสีน้ำตาลเข้มขมวดในบางครั้ง ดวงตาสีสนิมเหล็กประกายทองมองไปยังลานด้านหน้าโรงแรมราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่

เบนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาอีกครั้ง ขณะนี้เวลาตีหนึ่งครึ่งเข้าไปแล้ว เมื่อตอนเย็นนี้เจมส์ ฮาร์ตสัน เพื่อนสนิทที่เป็นบอดีการ์ดของสเตฟาน แม็คเคนซี่คู่กันกับเขาได้โทรมาบอกว่า โจซิเฟีย น้องสาววัยยี่สิบเก้าปีของมันกำลังจะเดินทางมาค้างที่ห้องชุดที่สเตฟานยกให้เจมส์สมัยเมื่อยังโสด ห้องชุดที่อยู่ติดกันกับของเขานั่นแหละ เบนถอนหายใจอย่างหนักในอารมณ์เมื่อนึกถึงคนที่กำลังเดินทางมา

กี่ปีแล้วนะที่เขามีโอกาสได้รู้จักกับหล่อน ตั้งแต่หล่อนอายุสิบหกปีและเขาเองอายุยี่สิบเอ็ดปีโน่นล่ะ คริสต์มาสปีนั้นเขาตามเจมส์ไปบ้านนอกเมืองลาสเวกัสของบิดามารดาของเพื่อน

เด็กสาววัยสิบหกปีตัดผมซอยสั้นที่หล่อนทำท่าเสยลวกๆ เวลามันหล่นมาปรกหน้าผาก ใบหน้าใสดวงตาโตเป็นประกายเจิดจำรัสเหมือนแซฟไฟร์สีน้ำเงินชั้นดี เขาไม่แน่ใจว่าทำไมเห็นดวงตาคู่นั้นของหล่อนทีไรจึงนึกถึงแซฟไฟร์ขึ้นมาทุกครั้ง เขาชอบสะสมหินสีต่างๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน แต่เวลาหล่อนมองเขาทีไรทำไมมันจึงกลายเป็นสีเขียวปัดไปเสียทุกครั้งก็ไม่รู้ เบนจุดยิ้มออกมาตรงมุมปาก

เวลานั้นมารดาของเจมส์และโจซิเฟียได้ทำอาหารมื้อพิเศษต้อนรับเพื่อนๆ ของลูกชายและลูกสาว เมื่อเบนและเจมส์ไปถึง โจซิเฟียโอบไหล่เพื่อนสาวออกมาจากห้องนอน

*“อ้าว ยายโจ มานี่เลย มารู้จักเพื่อนพี่”

เจมส์กวักมือเรียกหล่อน โจซิเฟียตวัดสายตามามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว เบนยืนเอามือล้วงกระเป๋าอย่างผ่อนคลาย หล่อนดึงเพื่อนมายืนตรงหน้า

เฮ้ย เบน นี่ยายโจ โจซิเฟีย น้องฉันแล้วนั่น ฮาเปอร์” เจมส์เอ่ยแนะนำ เบนมองดูหน้าใสที่จ้องมองเขาตรงๆ ไม่หลบสายตา

อุ๊ย สวัสดีค่ะพี่เจมส์ พี่เบน ดีใจที่ได้รู้จักค่ะ”

เสียงฮาเปอร์เอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าให้เบนจับเช็กแฮนด์ เบนก็ยื่นมือไปจับอย่างสุภาพตามมารยาท เด็กสาววัยสิบหกปีที่ส่งสายตาชื่นชมเปิดเผยมาให้ตั้งแต่แรกพบ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเพราะหล่อนยังเด็กอยู่มาก เขาไม่เคยคิดพรากผู้เยาว์อยู่แล้ว

สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

เบนเอ่ยตอบกลับไป เด็กสาวยิ้มหวานปนอายให้เขา เห็นอีกคนทำท่าแอบเบ้หน้าและย่นจมูก เบนไม่ได้ใส่ใจอะไร เขามาเยี่ยมบิดามารดาของเจมส์ นั่นคือจุดประสงค์หลัก ไม่ได้มากระชับมิตรกับคนที่ไม่ยอมเป็นมิตรกับเขา

เมื่อทุกคนทานข้าวเสร็จ อยู่คุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นจนกระทั่งได้เวลาพักผ่อน เบนพักห้องรับรองแขกที่อยู่ถัดจากห้องของโจซิเฟียได้ยินหล่อนหัวเราะคิกคักกับฮาเปอร์ ตกดึกเขาหิวน้ำจึงออกจากห้องเดินลงมายังห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม

พี่เบนนอนไม่หลับเหรอคะ”

เสียงหวานของฮาเปอร์เอ่ยถามจากประตูครัว เบนหันไปมอง เด็กสาวสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีชมพูแขนพองน่ารัก เบนมองนาฬิกาที่แขวนบนผนังเห็นเป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว

ผมอยากดื่มน้ำ ทำไมคุณยังไม่นอนละครับ”

เขาถามออกไป

ฮาเปอร์ก็หิวน้ำเหมือนกันค่ะ”

หล่อนตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ มาหยุดยืนตรงหน้าในระยะประชิดจนเบนต้องขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว

พี่เบนหล่อจังเลยค่ะ ฮาเปอร์เห็นแล้วรู้ว่าพี่เบนเป็นคนที่ใช่ ที่ฮาเปอร์รอคอยมานาน พี่เบนมีแฟนหรือยังคะ”

เด็กสาวหน้าหวานแต่วาจาที่กล่าวออกมานั้นทำเอาเบนอ้าปากค้างกับความเปิดเผยตรงไปตรงมาของหล่อน

“*เอ่อ ยังครับ”

เขาจำได้ว่าตอบออกไปแบบนั้น เด็กสาวเอื้อมมือมาวางบนอกของเขาแล้วเขย่งขึ้นจูบแก้ม เบนสะดุ้งและก่อนที่จะทันได้ขยับออก โจซิเฟียก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าโกรธจัด

*“*คุณทำอะไรเบนจามิน”

หล่อนเอ่ยถามเสียงเย็นชาพร้อมกับก้าวมาดึงแขนฮาเปอร์ไปยืนข้างหลังทำท่าปกป้องเพื่อนจากเขา เบนเลิกคิ้วก่อนจะยกแก้วน้ำให้หล่อนดูเป็นเชิงบอกว่าเขาลงมาดื่มน้ำ

บทถัดไป