บทที่ 11 คนอกหัก...

“ผมไม่ได้ยุ่งอะไรกับเขาอยู่แล้วนี่ครับ”

ตอบเสียงอ้อมแอ้มนิดหนึ่ง แต่เขาเชื่อเช่นนั้นจริงๆ ว่าไม่ได้ยุ่งอะไรกับหล่อน ต่างคนต่างอยู่มาถึงสิบกว่าปีอย่างที่เห็น สเตฟานยกมือโบกว่อน

“พอๆ มึงไม่ต้องปฏิเสธให้เสียเวลาทำมาหากินกู เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะจัดปาร์ตี้รวมพลเพื่อต้อนรับเขาที่เพนต์เฮาส์ เชิญแฟนเขามาด้วย เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

สเตฟานกล่าวสรุป เรื่องการวางแผนต้องยกให้เจ้านายของเขา ภายในห้านาที เจ้านายคิดแผนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

“เขาคงไม่อยากปาร์ตี้มั้งครับ คงอยากจะใช้เวลากับแฟนมากกว่า” เบนเอ่ยโต้แย้งนิดหนึ่ง สเตฟานโบกมือต่อ

“มึงไม่ต้องค้านกู เอาเป็นว่ากูจะให้เมียกูจัดการเอง ว่าแต่มึงเถอะ แน่ใจนะว่าโอเค? หน้ามึงมันเหมือนหมาหงอยขนาดนี้ เฮ้อ เวรกรรมมันมีจริง กูเชื่อแล้ว”

เจ้านายเอ่ยเหมือนเป็นห่วงแต่ฟังอีกทีก็เหมือนกระหน่ำซ้ำเติมชอบกล เบนยกมือขึ้นลูบหน้า คงเพราะไม่ได้นอนอย่างเต็มอิ่มนั่นเอง เขาถึงรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ในเช้านี้

“ผมแค่เบลอๆ นิดหน่อยครับเพราะแทบไม่ได้นอนเมื่อคืนนี้”

เขาเอ่ยบอกเหตุผล เห็นสเตฟานกระตุกมุมปากยิ้มเยาะ

“แล้วแต่มึงจะหาข้ออ้างแล้วกัน เชิญตามสบายเถอะไอ้เบน”

“ตกลงเจ้านายจะไปตอนไหนครับ”

เบนเปลี่ยนเรื่องให้ไกลจากตัวเอง ไม่อยากคิดอะไรเกี่ยวกับคนที่กำลังจู๋จี๋ป้อนข้าวป้อนน้ำสวีทหวานกับแฟนหนุ่มของเจ้าหล่อนอยู่ เสียงครางกระเส่าเมื่อคืนยังคงตามหลอนประสาทเขาอยู่ไม่รู้หาย

“เดี๋ยวนี้แหละ ขอโทรหาเมียกูแป๊บหนึ่ง”

เจ้านายกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาเมียรัก

“ไวน์จ๋า พี่จะออกไปข้างนอก เอ่อ พอดีมีนัดกับลูกค้าครับ ไอ้เบนจะพาเจฟี่กับดีนไปหาโจซิเฟีย พี่เสร็จธุระก็กลับ ไปไม่นานหรอกจ้ะ” กล่าวรายงานเชิงขออนุญาต

“ไปหาลูกค้าแน่นะคะฟาน”

เสียงเมียที่กำลังท้องเจ็ดเดือนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เบนยืนมองเจ้านายด้วยความขำ ยังไม่เคยเข็ดเรื่องออกไปซ่าลับหลังเมียนะเจ้านาย แต่ทำไมรอบนี้ไม่ให้เขาไปด้วยก็ไม่ทราบ

“เอ่อ ก็ลูกค้าสิครับ และก็พอดีไอ้เบอร์ดี้กับไอ้รอยด์มันก็นัดจิบกาแฟกันแถวใกล้บริษัทน่ะจ้ะ”

เสียงเกรงใจเอ่ยบอกเมียรัก

“ถ้านัดรอยด์กับเบอร์นาโดก็ไม่เป็นไรนี่คะ เชิญฟานตามสบาย เดี๋ยวโจกับเพื่อนเขากำลังขึ้นมาหาไวน์พอดี”

“โจกับเพื่อนเหรอ? เพื่อนหรือแฟน? เพื่อนชื่ออะไร” สเตฟานรีบถามและทำท่ากางหูผึ่งรอฟังคำตอบทันควัน

“อ๋อ เพื่อนเขาค่ะ ชื่อเชอร์ล็อก เพื่อนในวงการน่ะค่ะ เป็นช่างแต่งหน้าให้แทมมี่ไงคะ เห็นว่าไม่เคยมาเวกัส โจเลยจะพาเที่ยว”

สเตฟานดีดนิ้วดังเปาะ! อย่างพอใจ ไหมละ! เขาเคยเดาอะไรผิดเสียที่ไหน!

“รับทราบครับที่รัก เลิฟ ยูนะครับ”

พูดเสียงหวานกับเมียเสร็จก็วางสาย เบนยืนมองอย่างรอคอยเพราะเห็นหน้าเจ้านายก็รู้ว่ามีข่าว

“กูบอกมึงแล้วไอ้เบน...มึงโดนหลอกเต็มๆ งั่งเอ๊ย”

เจ้านายอวยพรให้ก่อนจะหัวเราะถูกใจที่ตัวเองเดาเรื่องได้ทะลุปรุโปร่ง

“ยังไงครับ”

“กูไม่บอกมึงดีกว่า เอาเป็นว่ากูให้เวลามึงพิสูจน์ความฉลาดฐานะเป็นบอดีการ์ดมือหนึ่งของกู วันนี้ถ้ามึงยังไม่รู้คำตอบและรู้ความจริง กูจะตัดเงินเดือนมึง”

สเตฟานกล่าวพร้อมกับดึงเสื้อหนังขึ้นมาสวมแล้วเดินไปยังประตู

"ผมก็ไม่ได้อยากรู้อะไรนี่ครับ ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว วันนี้ได้คีย์การ์ดห้องไอ้เจมส์ผมก็จะให้เขา แค่นี้ก็จบ" เบนเอ่ยน้ำเสียงเรียบเช่นเคย แต่สเตฟานทำเสียงรำคาญในลำคอ

“พอเลยมึง กูเห็นคำว่า คนอกหัก ติดเต็มหน้าผากมึงเลยตอนนี้ มึงหุบปากแล้วก็ใช้เวลาที่เขามาอยู่ที่นี่ให้มันมีความคืบหน้า หยุดหลอกตัวเองเสียที มึงสามสิบสี่แล้ว กูขอร้องล่ะไอ้เบน"

สเตฟานพูดน้ำเสียงไม่ได้ล้อเล่น เบนจึงยืนเงียบสงบปาก เขาไม่อยากโต้ตอบเจ้านายเพราะไม่ชนะอยู่ดี พูดไปสองไพรเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง วีรตา เมียเจ้านายเคยบอกเอาไว้

ถ้าบอสเชื่อว่าตัวเองคิดถูกแล้วละก็ ไม่ต้องไปเสียเวลาเถียง ไม่ชนะหรอก เรื่องระหว่างเขากับโจซิเฟีย ใครจะมารู้ดีเท่าตัวเขาเอง เบนเชื่อเช่นนั้น คำว่า คนอกหัก นั้นอาจจะเกิดกับใครต่อใครบนโลกนี้ แต่ไม่ใช่กับเบนจามิน สกินเบิร์ตแน่

"มึงขึ้นไปข้างบน ดูเด็กๆ หน่อย เจฟิโอถามหามึงแต่เช้า ไปสัญญาอะไรกับเด็กมันเอาไว้”

เจ้านายเอ่ยเสร็จก็ไม่รอฟังคำตอบ เปิดประตูก้าวออกไปทันที เบนเดินตามไปถึงลิฟต์ ชายหนุ่มเห็นเจ้านายยกมือโบกให้ก่อนประตูลิฟต์จะปิด

เบนจึงกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด เวลานี้หัวใจมันรู้สึกเหี่ยวเฉาแปลกๆ ไม่กระตือรือร้นเอาเสียเลย คงเพราะไม่ได้หลับได้นอนอย่างที่เขาบอกเจ้านายไปนั่นแหละ ดีเหมือนกันไปเล่นกับเจฟิโอและดิเอโก้ หวังว่าความสดใสแห่งวัยเยาว์ของเด็กๆ จะช่วยทำให้วันนี้ของเขาดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป