บทที่ 4 ประวัติศาสตร์ของเรา

โจซิเฟียลากกระเป๋าไปวางตรงข้างตู้เสื้อผ้า แล้วล้มตัวลงนอนขวางเตียงทันที หญิงสาวหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ไม่ได้สนใจเชอร์ล็อกที่ปิดประตูเสร็จก็ยกมือขึ้นกุมอกด้านซ้ายของตัวเอง

“อ๊าย...กรี๊ดดดดดดด ฉันอยากกรี๊ดอ๊ะ ยัยโจ อั๊ย กรี๊ดดดด... คนอะไรโคตรหล่อ โคตรเท่เตะตาฉันดังป้าบสนั่นเลยแก งือๆ”

เสียงกระวี้ดกระว้ายกระตู้วู้ดังมาจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมสีทองบลอนด์ที่นาทีก่อนหน้ายังเก็กมาดแมนเคร่งขรึมเต็มร้อย โจซิเฟียหรี่ตาขึ้นมองเพื่อนสนิทในวงการ เชอร์ล็อก หรือชื่อในวงการว่า เชอร์รี่ หรือในวงเพื่อนฝูงเรียกว่า นังเชอร์ ช่างแต่งหน้าส่วนตัวของแทมมิร่าและเมคอัปอาร์ติสแถวหน้าของวงการมายา ร่างสูงโปร่งกที่เดินตัวตรง บัดนี้กลับเดินบิดสะโพกนวยนาดมาหย่อนตัวนอนเคียงข้าง ลุ๊กซ์ภายนอกเหมือนนายแบบหนุ่มหล่อผมสีทองแต่ข้างในนั้นแต๋วสุดๆ

“ไหนหล่อนบอกว่าเขาดูไม่ได้เลยไงฮะนังโจ หน็อย หวงก้างเอาไว้ให้ตัวเองก็ว่ามาสิยะ นี่เสียดายฉันไม่น่ารับปากเล่นละครกับหล่อนเลยจริงๆ อ๊าย... ฉันรักเค้า นังโจ ฉันรักเค้า ฮือๆ”

เสียงโอดครวญ พร่ำเพ้อยังคงดังออกมาจากนังเชอร์

“หุบปากได้มั้ยนังเชอร์ เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก แกอย่าแต๋วแตกให้เขารู้เชียวนะ ไม่อย่างนั้นทริปฟรีรอบนี้ แกจะต้องจ่ายคืนฉันทั้งหมด และจะไม่มีเงินพ็อกเก็ตมันนี่ตอนไปกาสิโนกัน เข้าใจมั้ย!”

โจซิเฟียทำเสียงเข้มทบทวนข้อตกลงกับเพื่อน เชอร์ล็อกหันมาค้อนให้หญิงสาว

“หล่อขนาดนี้ หล่อนจะเล่นตัวไปทำไมยะ อายุหล่อนจะขึ้นเลขสามแล้วแบบนี้ จะแกล้งเขาไปทำไมกันยัยโจ แทมมี่เล่าให้ฉันฟังว่า หล่อนกับเขามีซัมติงสเปเชียลกันมาหลายปีดีดักแล้วนี่”

เชอร์ล็อกเอ่ยออกมาทำตาเคลิ้มฝันต่อไปเมื่อนึกถึงหน้าหล่ออลังการของบอดีการ์ดนามเบนจามิน

“นังบ้า ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้ ใครใช้ให้พูดถึงตัวเลขฮึ! หยาบคายที่สุด! แล้วแกเอาอะไรมาพูด เล่นตงเล่นตัวอะไรกัน แล้วใครไปแกล้งใคร ฉันกับเขาไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน เป็นศัตรูหมายเลขต้นๆ ของฉัน แกลืมไปแล้วรึไง!”

โจซิเฟียใส่เพื่อนเสียยาวเหยียด เชอร์ล็อกหันมาสะบัดหน้าใส่เป็นการตอบกลับ

“เออๆ แล้วแต่หล่อนเถอะย่ะ แต่อย่ามาร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดก็แล้วกันถ้าตอนหลังฉันได้เขาเป็นผัวน่ะ”

เชอร์ล็อกทำเสียงสูงพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืน

“แล้วไม่สนเขาทำไมต้องแต่งเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวว่าหล่อนกับฉันเป็นแฟนกันด้วยก็ไม่รู้ กะอีแค่จะมาเที่ยวลาสเวกัสแค่เนี้ย”

เชอร์ล็อกบ่นเสียงสูงต่อแล้วเดินไปหยิบกระเป๋ามาเปิดและรื้อเสื้อผ้าที่จะใช้ออกมา

โจซิเฟียแกล้งทำหลับตาไม่ได้ยิน เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ได้พักเบรก ซีซั่นที่สองของซีรีส์ที่แทมมิร่าเป็นนางเอกเพิ่งปิดกล้องไป หล่อนรู้สึกเหนื่อยจากงานถ่ายทำที่ยาวหลายเดือนต่อเนื่อง อยากพักเบรกเสียหน่อย ชวนแทมมิร่า แต่แทมมิร่านัดกับทอม บาเรส พระเอกที่แสดงคู่กับหล่อนในซีรีส์สุดป็อบปูล่านี้ไปฮาวายด้วยกัน

โจซิเฟียจึงถือโอกาสบินมาลาสเวกัสเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ อยากมาเยี่ยมเพื่อนๆ ที่เมืองนี้ นานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้พบกัน ตั้งแต่งานแต่งของแซมกับโซเฟียโน่นล่ะ

โจซิเฟียต้องการมาพักที่ห้องชุดของเจมส์เพราะสะดวกและใกล้กับวีรตาและครอบครัว อีฟเวอรีน อมิยาและไอร่าก็อยู่ไม่ไกลกัน เรียกได้ว่าโรงแรมแกรนด์เอ็มซีเป็นเซนเตอร์พอยต์เลยก็ว่าได้

แต่โจซิเฟียไม่ลืมว่ามีใครคนหนึ่งเป็นเจ้าที่อยู่ที่นี่ เจ้าที่แรงเสียด้วย หล่อนจึงต้องป้องกันตัวเอาไว้ก่อนเพราะไม่เคยไว้ใจเขา คนเกลียดขี้หน้ากัน เวลาเจอกันเขาเป็นต้องแกล้งจูบหล่อนทุกทีที่มีโอกาส โจซิเฟียรู้ดีว่าเขาแกล้งจริงๆ แกล้งร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน หล่อนเกลียดขี้หน้าเขานัก ขนาดเขาคิดว่าหล่อนเป็นทอมเขาก็ยังไม่วายมายุ่งด้วย สารเลวจริงๆ

โจซิเฟียนึกย้อนไปถึงเมื่อหลายปีก่อน ฮาเปอร์เพื่อนสนิทสมัยไฮสกูลของหล่อนหลงเขาหัวปักหัวปำ เรียกว่าอาการคลั่งรัก พร่ำเพ้อละเมอหาแต่พี่เบนของเจ้าหล่อนจนไม่เป็นอันทำอะไร เขาเองก็คอยส่งอะไรต่ออะไรให้เจ้าหล่อนอย่างผู้ชายที่ชอบหว่านเสน่ห์ ฮาเปอร์เอาของที่เบนให้มาอวดเพื่อนๆ ในกลุ่มอยู่เสมอ

โจซิเฟียเกลียดนักที่เขาเป็นคนเจ้าชู้ไม่เลือกที่เช่นนี้ เด็กสาวอายุสิบหกเขายังหลอกได้ลงคอ โจซิเฟียเตือนฮาเปอร์แล้วแต่เพื่อนไม่เชื่อ โจซิเฟียจึงไม่สนใจเรื่องของเบนกับฮาเปอร์อีกเลยหลังจากนั้น

เมื่ออายุสิบแปด ถึงเวลาเข้ามหาวิทยาลัย โจซิเฟียกับฮาเปอร์สอบเข้าได้คนละที่แต่ก็พักอยู่อพาร์ตเม้นต์เดียวกัน หลังจากได้รับการ์ดวันเกิดได้ไม่นาน ฮาเปอร์ก็ร้องไห้ฟูมฟายกับโจซิเฟียเล่าว่าเบนบอกเลิกหลังจากกลับมาจากฉลองวันเกิดกันสองต่อสองที่ฮาเปอร์ก็ไม่ได้บอกโจซิเฟียว่าที่ไหน

ต่อมาวันงานเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น โจซิเฟียได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนอีกคนว่า ฮาเปอร์อยู่โรงพยาบาล เพื่อนหล่อนได้พยายามทำแท้งเพราะตั้งท้องได้สามเดือน แต่หมอช่วยเอาไว้ได้ทันทั้งแม่และลูก ฮาเปอร์ลาออกจากมหาวิทยาลัยและไม่ติดต่อกับโจซิเฟียอีกเลย หายไปจากชีวิตของหล่อนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เอ้า มัวแต่นอนถอนหายใจเฮือกๆ จะอาบน้ำหรือเปล่าล่ะยะ ฉันจะอาบก่อนละนะ ง่วงสุดขั้วแบบนี้ถ้าฉันสลบคาห้องน้ำหล่อนก็ช่วยลากออกมาด้วยก็แล้วกัน”

เชอร์ล็อกกล่าวเสร็จก็ถอดชุดสวมเสื้อคลุมสีชมพูจี๊ดจ๊าดเดินเข้าไปในห้องน้ำ

โจซเฟียขยับตัวลุกขึ้นอย่างเมื่อยล้า เพิ่งมีโอกาสได้มองสำรวจไปรอบห้องนอนของเขา โทนสีเทาน้ำเงินแซมทอง ชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินริ้วขาว เฟอร์นิเจอร์โทนน้ำเงิน...สรุปว่าเขาชอบสีน้ำเงิน

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะอยากสอดรู้สอดเห็น โจซิเฟียเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าบิลท์อินตลอดผนังออกดู ภายในส่วนใหญ่เป็นชุดสูท เสื้อเชิ้ตเสื้อยืดหลากสี กางเกงสแล็คสีดำ กางเกงยีนส์มีหลายสิบตัวแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ เสื้อสีขาวกับน้ำเงินมีมากที่สุด ตู้รองเท้าแยกต่างหาก หญิงสาวเดินไปดึงลิ้นชักทุกลิ้นชักในตู้ แอบสงสัยว่าตลอดเวลาหลายปีมานี้เห็นฮาเปอร์ส่งจดหมายมาให้เขาเยอะแยะไปหมด เขาจะยังเก็บมันเอาไว้อยู่หรือเปล่า

ชั้นบนสุดมีกล่องไม้วางตรงมุมด้านใน โจซิเฟียหาเก้าอี้มายืนแล้วหยิบมันลงมาดู ขอยอมเสียมารยาทอย่างอดใจไม่ไหวหน่อยเถอะ

ภายในนั้นมีเอกสารที่โจซิเฟียมองดูแล้วไม่ใช่จดหมายจึงเก็บมันเข้าที่ตามเดิม มีอัลบั้มภาพเก่ามากอยู่ในนั้น หญิงสาวเปิดออกดู เป็นรูปเด็กชายที่ทำให้โจซิเฟียชะงักนิ่งมอง เบนจามินตอนเด็กหรือนี่ ร่างผอมบาง อายุน่าจะประมาณสิบขวบไม่เกินนั้น ใบหน้าจ้องกล้องเขม็งไม่มีรอยยิ้ม ท่าทางดุและไม่มีความกลัวในดวงตาของเด็กชายในรูปภาพ โจซิเฟียได้ยินเจมส์เล่านิดหน่อยว่าเบนจามินโตมากับบ้านเด็กกำพร้าหรืออะไรประมาณนั้น หัวใจกระตุกกับสายตาทรงพลังคู่นั้น

พลันหญิงสาวก็เห็นสมุดปกสีน้ำเงิน...ไดอารี่เหรอ? เขาเขียนไดอารี่เป็นด้วยหรือ? โจซิเฟียนั่งไปบนเก้าอี้ไม่ได้รู้สึกผิดกับการละลาบละล้วงของส่วนตัวของเขาในครั้งนี้แม้แต่น้อย ถือว่าเทียบไม่ได้เลยกับการที่เขาละลาบละล้วงล่วงเกินเนื้อตัวของหล่อนถึงสามครั้งน่ะ หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป