บทที่ 7 อาการนี้คือ...
เบนกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล็อบบี้แล้วเดินออกไปยังหน้าโรงแรม พนักงานทักทายเขาอย่างคุ้นเคย บอดีการ์ดหน้าหล่อเหมือนนายแบบของสเตฟาน แม็คเคนซี่ บอสใหญ่แห่งแกรนด์เอ็มซีมักชอบออกมาเดินเล่นยามดึกแถวหน้าโรงแรม หรือไม่ก็สวนหลังโรงแรม
ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ออกมาเขี่ยดูไปเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย ร่างสูงเดินไปนั่งตรงม้านั่งที่มุมหนึ่งของหน้าตึกซึ่งมีไว้สำหรับให้นั่งพักผ่อน
เวลาตีสี่แล้ว ใครมันจะยังตื่นอยู่เหมือนเขาบ้างนะ ไอ้พวกเผือกทั้งหลาย ตัดเจมส์ออกไปคนหนึ่งเพราะตั้งแต่แต่งงานมีลูกหนึ่งคน มันก็เป็นพ่อบ้านเต็มตัวเข้าสมาคมตามเจ้านายใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว
“ไอ้ไท มึงทำอะไรอยู่”
ตัดสินใจลองกดโทรไปหาไทสัน มันเสือกรับสายด้วย เบนจึงยิ้มดีใจออกมา
“ตีสี่ มึงว่ากูควรทำอะไร”
เสียงงัวเงียของไทสันเอ่ยถามกวนๆ มาตามสาย
“กูนอนไม่หลับ”
“นั่นมันปัญหาของมึง ไม่ใช่ปัญหาของกู”
เสียงตอบกลับมาเร็วทันใจ เบนส่ายหน้า
“ขอบใจที่มึงเป็นห่วงกู”
ชายหนุ่มประชดเพื่อนกลับ
“มึงมีธุระอะไร นายสั่งไปลุยหรือว่ายังไง นี่มันตีสี่นะไอ้เบน ถ้าไม่มีอะไรกูจะนอน”
ไทสันเอ่ยถามเสียงห้วนตัดบท
“โจมา”
“โอเค”
ไทสันตอบรับรู้เพียงสั้นๆ เบนเลิกคิ้วแปลกใจ
“แค่เนี้ย?” ชายหนุ่มถาม
“แล้วมึงจะเอาแค่ไหน”
ไทสันถามเสียงฉงนมาตามสาย
“เขามากับแฟน”
เบนเอ่ยเล่าอีกหน่อย คิดว่าไทสันจะต้องอึ้งเพราะมันสนใจโจซิเฟียอยู่
“โอเค”
“แค่เนี้ย?”
เบนเอ่ยถามออกไปอีกครั้งอย่างเซอร์ไพรส์กับความเฉยเมยกับข่าวของไทสัน ได้ยินเสียงถอนหายใจระอาดังมาเข้าหู
“ขอประทานโทษเถอะไอ้เบน มึงมีธุระแค่นี้ใช่ไหม ตอนเช้ากูว่าง กูจะไปหาถ้ามึงต้องการจะปรึกษาปัญหาหัวใจ แต่ตอนนี้กูขอนอนก่อน แค่นี้นะ”
ไทสันกล่าวเสร็จก็ทำท่าจะวางสาย
“เฮ้ย เดี๋ยวสิ มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ที่เขามีแฟนน่ะไอ้ไท ท่าทางเขาจริงจังด้วยนะ”
เบนรีบเอ่ยเล่าต่อ ความจริงชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่ามันคือสิ่งกวนใจเขาและเป็นอาการอัดอั้นตันใจของเขาเองที่อยากระบายให้ใครสักคนได้ฟัง
ทางปลายสายนิ่งไปครู่หนึ่ง เบนไม่แน่ใจว่าเพราะมันเพิ่งตระหนักว่าเขากำลังบอกข่าวร้ายแก่มันหรือว่ามันสับปะหงกหลับต่อกันแน่
“รู้สึก? มึงจะให้กูรู้สึกอะไร”
เสียงรำคาญเอ่ยถามมาอย่างที่ทำให้เบนรู้สึกขัดใจและไม่ได้ดั่งใจในความช้าของไทสัน
“แม่งเอ๊ย...ไอ้ไท จะรู้สึกยังไง ก็รู้สึกหงุดหงิด รู้สึกอารมณ์เสีย รู้สึกเหมือนผิดหวัง รู้สึกกระวนกระวายใจ รู้สึกอยากเตะอะไรสักอย่างให้มันสะใจเล่น และรู้สึกเห็นไอ้หน้าขาวผมทองแล้วอยากตะบันหน้า อะไรประมาณนี้ไงวะ”
เบนเอ่ยตอบเพื่อน ไทสันนิ่งไป
“รู้สึกเหมือนมึงกำลังรู้สึกอยู่ ว่างั้นเถอะ?”
“ฮื่อ...ใช่” เสียงรับในลำคอ
“พระเจ้าได้โปรดอวยพรไอ้เบนด้วย อาเมน”
ไทสันกล่าวเสร็จก็กดปิดโทรศัพท์ทันที ทำเอาเบนอ้าปากหวอถือโทรศัพท์ค้าง
“ไอ้ฟี่”
กดไปหาเมอร์ฟีบ้าง ได้ข่าวว่ามันกำลังจะบินไปฮอลิเดย์ที่เมืองไทยในอีกไม่ช้านี้
“ใครเป็นอะไรไอ้เบน”
เสียงถามมาทันที ก็ตีสี่ถ้าใครไม่ตายหรือสาหัสหรือมีอะไรเร่งด่วน คนเขาจะโทรหากันไหม
“ไม่มี”
เสียงตอบกลับสั้นๆ อย่างไม่เสียเวลาคิดสักนิดเดียว
“อ้าว แล้วเสือกโทรมาทำไมวะ กูโคตรเหนื่อยโคตรง่วงเลยตอนนี้”
เสียงด่ามาตามสเต็ป
“โจมา”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”
“ไม่เกี่ยว แต่กูนอนไม่หลับ”
“ยิ่งไม่เกี่ยวกับกู”
เมอร์ฟีเอ่ยต่อ น้ำเสียงเริ่มจะหมดความอดทนเพราะความเหนื่อยทั้งวันกับเจ้านายที่พาเขาขุดรื้อแปลงดอกไอริสเก่าและเอาของใหม่ลง
“กูนอนไม่หลับ เขานอนห้องกู”
“เออดีแล้วนี่ มึงก็จัดการเสียทีสิ”
“จัดการบ้าอะไรของมึง เขามากับแฟน กำลังสวีทกันอยู่ในห้องนอนกูนั่นล่ะ”
น้ำเสียงเอ่ยเล่าที่เหมือนคนอกหักทำให้เมอร์ฟีต้องตั้งใจฟังมากขึ้น
“ฉิบหาย ทำไมอยู่ในห้องมึง”
“ห้องไอ้เจมส์คีย์การ์ดเสียกำลังรออันใหม่อยู่”
“อะไรของมึงวะไอ้เบน มึงกลับไปนอนก่อนเถอะกูว่า เปิดห้องใหม่นอนซะ อกหักยังไงก็ต้องนอนเอาแรงก่อนไม่ใช่มานั่งตากน้ำค้างเป็นพระเอกมิวสิควิดีโออยู่คนเดียวตอนตีสี่แบบนี้”
“พูดบ้าอะไรของมึง ใครอกหักไอ้เวรฟี่ โอเคกูไม่กวนละ มึงนอนเถอะ”
เบนกล่าวเสร็จก็กดปิดโทรศัพท์ ชายหนุ่มนั่งหลับตาถอนหายใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ผู้คนยังมีเดินขวักไขว่ไปมาในเวลานี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของลาสเวกัส นักเที่ยวนักดื่มกอดคอกันเดินกลับที่พัก หนุ่มสาวบางคู่ก็อาศัยบรรยากาศของเมืองฮอลิเดย์และแสงไฟสลัวยามค่อนรุ่งดึงกันหายเข้าไปตามซอกตึก
ชีวิตคนเรานี้ต้องการอะไรกันแน่นะ แน่นอนว่าคำตอบก็คือความสุข มันเป็นคำจำกัดความที่มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ทำทุกวิถีทางตั้งแต่เกิดจนตายให้ไอ้เจ้าความสุขนี้มันเกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองให้มากที่สุด
แล้วเขาล่ะ เขาต้องการอะไร เบนจามิน สกินเบิร์ต เขามีความสุขหรือยังกับชีวิต คำตอบที่เข้ามาในหัวทันทีก็คือ โคตรสุขเลย ชีวิตที่เป็นอิสระเสรี มีเจ้านายที่เป็นเสมือนครอบครัวของเขา ครอบครัวที่เขาไม่เคยมีเป็นของตนเอง แต่สเตฟาน แม็คเคนซี่ให้เขาทุกอย่าง เรียกว่าให้ชีวิตใหม่แก่เด็กกำพร้าไร้อนาคตคนหนึ่งจนกระทั่งมาเป็นเขาคนนี้ คนที่มีครบพร้อมบริบูรณ์ทุกอย่างในความรู้สึกของเขา
อายุสามสิบสี่ปีเข้ามานี้ เขารู้สึกว่าตนเองจะคิดอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อนมากขึ้น ชีวิตที่ผ่านมามีครบทุกรสชาติ ทั้งสนุกสุดเหวี่ยงกับผู้หญิงจากทุกวงการ ลุ้นระทึกเสี่ยงตายกับงานบอดี้การ์ด ตะลุยดงเท้าฝ่ากระสุนกับเจ้านายและผองเพื่อน เติบโตอยู่ในครอบครัวที่เห็นเขาเป็นเสมือนสมาชิกคนหนึ่ง จะมีอะไรสุขไปกว่านี้อีกล่ะ เรื่องงานและเงินไม่ต้องพูดถึง มีมากมายเหลือเฟือและบริจาคให้มูลนิธิเด็กกำพร้าทุกปี
แล้วทำไมเขาถึงนอนไม่หลับ มานั่งตากน้ำค้างถอนหายใจเฮือกๆ อยู่แบบนี้
“หยุดไร้สาระได้แล้วไอ้เบน”
เสียงพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นเดินเข้าโรงแรมขึ้นลิฟต์กลับไปยังห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปเสียงทุกอย่างเงียบลงแล้ว เบนล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวเดิมแล้วพยายามข่มตาให้หลับ ไม่คิดถึงว่าใครกำลังทำอะไรกับใครในห้องนอนของเขา
รุ่งขึ้นเวลาเก้าโมง โจซิเฟียตื่นขึ้นมาก็พบว่าเชอร์ล็อกตื่นเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์พร้อมตะลุยเมือง
เมื่อเปิดประตูออกมาพบเชอร์ล็อกกำลังยืนคุยกับเบนอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ร่างสูงสมาร์ตของเบนยังคงอยู่ในชุดเมื่อคืน ผมของเขายุ่งนิดหนึ่ง
