บทที่ 8 อาการนี้คือ...
“อุ้ย โจขอโทษ”
โจซิเฟียรีบเอ่ยออกมาอย่างนึกขึ้นได้ว่าเขารอใช้ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ หล่อนเล่นยึดห้องเขาจนกระทั่งสายแบบนี้ หญิงสาวลืมเรื่องเมื่อคืนไปเกือบหมดแล้วตอนนี้ ตื่นเต้นที่จะได้พบกับวีรตาและเด็กๆ รวมถึงจะนัดแนะพบกับคนอื่นๆ ด้วยในอาทิตย์นี้ จะนัดพบปะสังสรรค์ทำอะไรทานกันสักวันหนึ่งก่อนที่หล่อนจะกลับไปบอสตัน
“ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเอ่ยบอกราบเรียบไม่มองหน้า
“เที่ยวให้สนุกนะ” เขาเอ่ยพร้อมกับเดินก้าวเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูทันที
“อั๊ย นังโจ ยิ่งดูใกล้ยิ่งหล่ออ่ะแก ฉันงี้ใจสั่นระรัว เสียงทุ้มน่าฟังสุดๆ แต่เขาเหมือนจะงอนๆ แกทำท่าหมางเมินชอบกล”
เชอร์ล็อกตั้งข้อสังเกต ทั้งสองพากันเดินออกไปจากห้อง วางแผนกันว่าจะไปทานข้าวข้างล่างแล้วโจซิเฟียจะโทรหาวีรตา
“งอนบ้าอะไรของแก หน้าแบบนี้คือโกรธที่ฉันยึดห้องเขาซะนานไงล่ะ เบนจามินไม่สนใจเก็บอารมณ์เพื่อรักษามารยาทมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อ้อ แล้วแกช่วยเก็บกิริยาอาการให้มากกว่านี้หน่อยนะเชอร์รี่ ฉันขอร้องล่ะ ขออาทิตย์เดียว นะแกนะ”
"ฉันไม่สัญญาหรอกย่ะ แต่จะพยายาม เห็นหน้าแบบนั้นแล้วใครมันจะเก็บอาการเอาไว้ได้ยะ นังพวกนั้นถ้ามาเห็นมันคงจะยิ่งกว่าฉันอีก"
นังพวกนั้น หมายถึงเพื่อนๆ ในแก๊งค์สาวเสียงห้าวของคุณเชอร์รี่นั่นล่ะ
โจซิเฟียส่ายหน้าไม่อยากโต้ตอบ เรื่องความหล่อเหลาของคนที่เพิ่งปิดประตูห้องนอนใส่นั้น หล่อนเห็นใครต่อใครกรี๊ดให้เขาจนชาชินเสียแล้ว หล่อแต่นิสัยแย่นิสัยเลว ไม่เคยอยู่ในสายตาของโจซิเฟียอยู่แล้ว
ในส่วนลึกยังคงครุ่นคิดเสมอว่าฮาเปอร์กับลูกของหล่อนป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างและอยู่ไหนกัน ลูกที่ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใครเป็นพ่อ หญิงสาวเดินไปยังลิฟต์ แต่ก็ต้องชะงักเท้าหยุดกึก
“เฮ้ย ฉันลืมกระเป๋าตังค์”
โจซิเฟียนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เอากระเป๋ามา เพราะทีแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะออกมาเลย แต่เพราะเห็นหน้าคนบางคนก็เลยลืมอะไรต่ออะไรแบบนี้
“อะไรของแกยะ ตื่นก็สาย นี่ก็ลืมของอีก ฉันไปรอแกที่ห้องอาหารก็แล้วกัน รีบๆ ล่ะ”
เชอร์ล็อกเอ่ยเสียงรำคาญเพื่อน
“ขอโทษ แกไปสั่งอาหารรอนะ ฉันไปไม่นานหรอก”
โจซิเฟียเอ่ยพร้อมกับหันหลังวิ่งไปยังห้อง เชอร์ล็อกจึงกดลิฟต์ลงไปรอชั้นล่างของโรงแรม
โจซิเฟียเคาะห้องของเขาสองที รออยู่ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก ร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวบริเวณแผงอกกับลำตัวช่วงบน โจซิเฟียพยายามโฟกัสไปที่ใบหน้านิ่งของเขาแทนตรงกล้ามเนื้อท้องเป็นเป็นลอนซิกแพ็คสวย
“โจลืมกระเป๋า ขอเข้าไปเอาแป๊บนะ” หล่อนรีบเอ่ยบอกพร้อมกับวิ่งเข้าไปในห้องนอน เบนเดินตามเข้าไป
“มีแพลนไปไหนกัน” เขาเอ่ยถามพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเช็ดผมหยักศกสั้นยืนขวางประตูอยู่
“ไปทานข้าว แล้วก็พาเชอร์ล็อกชมเมือง”
หล่อนเอ่ยตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงไม่ถึงกับกระด้าง ในใจรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ยึดห้องเขาเหมือนห้องตัวเอง วันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาทำงานหรือเปล่า ถ้าทำก็หมายความว่าโจซิเฟียทำให้เขาไปทำงานสาย
“คุณทำงานหรือเปล่าวันนี้”
เอ่ยถามออกไปอย่างพยายามลืมความบาดหมางระหว่างกัน อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์มีน้ำใจเสียสละห้องให้
“ผมช่วยเชสดูแลโรงแรมช่วงนี้”
เบนเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองหน้าของหล่อนนิ่งๆ ด้วยสายตาที่โจซิเฟียอ่านไม่ออก
“โจไปละ”
หล่อนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่แล้วเดินมายังประตู เขายืนอยู่ตรงนั้นและไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้ โจซิเฟียไปหยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“เบนจามิน”
“หือ”
“ขอผ่านหน่อย เชอร์ล็อกรออยู่ เขายิ่งเป็นคนโมโหหิวง่ายด้วย เขารอโจทานข้าวอยู่”
หล่อนเอ่ยบอก เพียงเท่านั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ดูเหมือนจะถมึงทึงลงไปอย่างที่โจซิเฟียต้องกระพริบตากับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนั้น
“เหรอ คิดว่ากินกันจนอิ่มแปล้แล้วซะอีกเมื่อคืนนี้”
น้ำเสียงประชดประชันพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ แขนกำยำดึงเอวบางมากอดแนบ โจซิเฟียทำตาโตตกใจ
“เบนจามิน จะทำอะไรฮึ!”
หล่อนเอ่ยถามน้ำเสียงขุ่น เบนกระตุกยิ้ม ดวงตาคมจ้องมองไม่ละจากใบหน้านวลของคนในอ้อมแขน
“คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะโจ”
เขาก้มมากระซิบถามก่อนจะประจบปากไปบนเรียวปากอิ่มทันที
“อื้อ...”
หล่อนดิ้นตามเคย เบนบดปากไปบนปากนุ่มอย่างหนักหน่วง ไม่แน่ใจว่าเป็นอารมณ์ต้องการลงโทษหรืออารมณ์อยากระบาย หรืออารมณ์ไหนกันแน่ เขาจูบหล่อนอย่างไม่ยอมให้หายใจหายคออยู่ครู่หนึ่ง
“จูบของผมพอสู้กับของไอ้หนุ่มนั่นได้ไหม”
เขากระซิบอยู่เหนือริมฝีปาก โจซิเฟียอ้าปากจะโต้ตอบ เบนฉวยจังหวะนั้นสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสวยทันที ลิ้นนุ่มกระหวัดพันกระตุ้นเร้าและโหยหา
โจซิเฟียตัวแข็ง หัวใจโลดเต้นแทบจะทะลุออกมาข้างนอก มือใหญ่ที่โอบตรงเอวดึงสะโพกหล่อนให้เข้าไปแนบกับร่างของเขา หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความกำยำล่ำสันของร่างกายแกร่งราวกับกำลังใช้มือลูบสัมผัส
เบนจูบหล่อนจนรู้ถึงร่างบางที่อ่อนระทวยพิงอกของเขาอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกตัวจึงถอนริมฝีปากออก
“โจ”
เสียงพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง โจซิเฟียหายใจหอบถี่พยายามจับออกซิเจนเข้าปอดเมื่อเขายอมถอนปากขึ้น
“ไอ้คนสารเลว”
คำด่ายอดฮิตที่หล่อนใช้กับเขาประจำดังออกมาพร้อมกับฝ่ามือเรียวสะบัดไปบนแก้มซ้ายของเขา เบนหน้าหันนิดหนึ่ง เขายังคงโอบแขนรอบเอวบางไม่ยอมปล่อย จ้องสบตาโตสีฟ้าของหล่อนอย่างไม่แยแส
“ปล่อย!”
หล่อนตะโกนใส่หน้า ใบหน้างามแดงก่ำอย่างโกรธจัด อาการที่เบนคุ้นเคยเป็นอย่างดี โจซิเฟียยกมือขึ้นทุบอกเขาเมื่อเขายังไม่ยอมปล่อย หล่อนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำอะไรมาด่าเขาดีแล้ว เขายอมให้หล่อนทุบเอาทุบเอา เพียงยืนจ้องมองหล่อนเงียบๆ อยู่อย่างนั้น เหมือนจะดูว่าหล่อนจะมีฤทธิ์ถึงขนาดไหน
“เบนจามิน! คุณต้องการอะไรกันแน่ ทำไมต้องแกล้งกันแบบนี้ โจเกลียดคุณ รู้เอาไว้ด้วย! เกลียดที่สุดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด! ปล่อยเดี๋ยวนี้ พวกกินไม่เลือก หว่านเสน่ห์ คลำไม่มีหางเป็นเอา ไม่เว้นแม้แต่เด็ก!”
หล่อนด่าพรั่งพรูออกมา เบนขมวดคิ้วเข้าหากันกับข้อกล่าวหาที่หล่อนด่าออกมาเป็นชุด
“พูดเรื่องอะไร”
เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่วงแขนไปวางบนเตียง โจซิเฟียรู้สึกตกใจเป็นอันมากกับท่าทางที่แปลกไปของเขา พบกันครั้งนี้เขาไม่ทำท่าหยิ่งยโสไว้ระยะห่างเหมือนเช่นเคย แต่กลับรุกหล่อนอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เขาจะใช้แกล้งหล่อนต่อไป ร่างสูงล้มมาทับทาบ ใบหน้าหล่อคมสันอยู่เหนือใบหน้าของหล่อนอย่าที่ทำให้โจซิเฟียแทบจะลืมหายใจ
