บทที่ 9 คนอกหัก...
“พูดเรื่องอะไร”
เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่วงแขนไปวางบนเตียง โจซิเฟียรู้สึกตกใจเป็นอันมากกับท่าทางที่แปลกไปของเขา พบกันครั้งนี้เขาไม่ทำท่าหยิ่งยโสไว้ระยะห่างเหมือนเช่นเคย แต่กลับรุกหล่อนอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เขาจะใช้แกล้งหล่อนต่อไป ร่างสูงล้มมาทับทาบ ใบหน้าหล่อคมสันอยู่เหนือใบหน้าของหล่อนอย่าที่ทำให้โจซิเฟียแทบจะลืมหายใจ
“เบนจามิน สกินเบิร์ต!”
หล่อนเรียกชื่อเต็มยศพร้อมกับพยายามผลักร่างเขาออก แต่ชายหนุ่มแกล้งกดลงไปหนักกว่าเดิม รู้สึกสะใจที่หล่อนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและตกใจ เขาชอบเวลาเห็นหล่อนหมดหนทางต่อกรกับเขาเช่นนี้
“ว่าไงโจซิเฟีย ฮาร์ตสัน คุณมีอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจอยากจะเคลียร์กับผมก็ว่ามา ผมจะให้โอกาสคุณอย่างเต็มที่เลยตอนนี้ ผมเบื่อจะเป็นเหยื่อฝ่ามือของคุณเต็มทีแล้ว”
“ห๊ะ! อะไรนะ! เหยื่ออย่างนั้นเรอะ!”
หล่อนตะคอกถามเสียงสูงราวกับไม่เชื่อหูของตัวเอง เขาว่าเขาเป็นเหยื่องั้นเหรอ! เขาคงลืมไปแล้วว่าทำไมหล่อนถึงตบเขาในแต่ละครั้ง ไอ้คนสารเลว!
“เบนจามินพูดไม่รู้เรื่องรึไงฮะ! โจจะบอกเจมส์นะถ้าคุณยังแกล้งกันอยู่แบบนี้ โจไม่ทนคุณอีกต่อไปแล้ว ทนมานานพอแล้ว พอกันที เกลียด เกลียด เกลียด ไอ้คนโกหกปลิ้นปล้อนหลอกเด็ก!”
หล่อนตะคอกใส่หน้าเขาและทุกตุ๊บๆ เบนเพียงแต่มองนิ่งๆ ปล่อยให้หล่อนดิ้นจนเหนื่อยและหยุดไปเอง
“พูดเรื่องอะไรของคุณฮึโจ หลอกเด็กอะไร ผมไม่เข้าใจ”
เขาเอ่ยถามเสียงจริงจังอยากรู้ โจซิเฟียหยุดทุบและเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาโกรธจัดกว่าทุกครั้งที่เบนเคยเห็น
กริ๊ง-กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะก่อนที่หล่อนจะทันได้พูดอะไรออกไป
“ปล่อย!”
หล่อนส่งเสียงขุ่นขวางออกไปพร้อมกับผลัก เบนถอนหายใจก่อนจะยอมลุกขึ้นแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้า วันนี้ตั้งใจว่าจะขึ้นไปหาเจ้านายตามปกติ ไปทักทายเด็กๆ และกินกาแฟ จากนั้นตารางก็คือการไปช่วยเชส ผู้รับผิดชอบโรงแรมแห่งนี้ดูแลเรื่องต่างๆ เพราะช่วงนี้เจ้านายไม่ได้ออกไปบู๊ที่ไหน เบนจึงอาสาช่วยงานที่นี่ ส่วนเจมส์นั้นรับงานเดินสารระหว่างบริษัทกับเพนต์เฮาส์ เป็นม้าเร็วให้เจ้านายหากจำเป็น
โจซิเฟียรีบลุกไปเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ
“โจกำลังจะลงไปแล้วค่ะเชอร์ล็อก”
หล่อนกรอกเสียงลงไปพร้อมกับเร่งฝีเท้าออกจากห้องไม่แม้แต่จะชายตามองร่างสูงที่ยืนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังผูกเน็กไทอยู่ เบนมองตามร่างบางจนได้ยินเสียงประตูข้างนอกปิดเสียงดังปังใหญ่ ชายหนุ่มถอนใจก่อนจะยักไหล่ทำท่าเสมือนไม่แคร์...
โจซิเฟียกดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างตรงไปยังห้องอาหารของโรงแรม เชอร์ล็อกกวักมือเรียกจากโต๊ะริมผนังทำจากกระจกมองทะลุเห็นด้านหน้าของโรงแรม ช่วงนี้คนมาเที่ยวลาสเวกัสมากมายราวกับมดปลวกเลยทีเดียว หญิงสาวหย่อนตัวลงนั่ง
“เป็นอะไรยะ หน้าเหมือนตูด ปากบวมแดง ตาเขียวปัดแบบนั้นฮึยัยโจ”
เชอร์ล็อกทักทันทีพร้อมกับยกกาแฟขึ้นจิบสังเกตใบหน้ามึนตึงของโจซิเฟีย หญิงสาวหญิงสาวยกการินกาแฟใส่ถ้วยเซรามิกให้ตัวเอง
“ไม่มีอะไรหรอก” ตอบออกมาเพียงเท่านั้นก็ยกกาแฟดำขึ้นดื่ม
“ไม่ต้องมาโกหกฉันยัยโจ แกกับเบนจามินมันผิดสังเกตขนาดนั้น อะไรกันนักหนาวะ แกจะสามสิบแล้วนะ เขาเองก็เท่าไหร่ฮึ หล่อเริดระเบิดระเบ้อชวนเก็บเอาไปฝันแบบนั้นจะอยู่เป็นโสดรอแกอีกสักกี่ปีกัน จะทำอะไรก็รีบทำซะ”
เชอร์ล็อกพูดยืดยาวด้วยความรู้สึกที่มองบางสิ่งบางอย่างออก ประกอบกับความชำนาญในเรื่องปะติดปะต่อเรื่องราวที่แอบได้ยินแทมมิร่าเล่ามาบ้าง
“หุบปากเลยนังเชอร์ พ็อกเก็ตมันนี่แกจะไม่เห็นแม้แต่แดงเดียวถ้าขืนยังพูดจาส่งเดชอีก ฉันเกลียดขี้หน้าเขา เขาไม่ใช่เทพบุตรเหมือนที่แกเห็นหรอก” โจซิเฟียเอ่ยเสียงขุ่น เชอร์ล็อกส่ายหน้าระอา
“เออๆ ฉันไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางระหว่างแกกับเขาหรอก แต่แกแน่ใจเหรอ ว่าไอ้ที่แกเข้าใจมาทั้งหมดนั่นน่ะ มันถูกต้อง?”
เชอร์ล็อกอยู่ในวงการมายามานาน อ่านเกมและอ่านพล็อตหนังมาจนปรุ เรื่องราวของโจซิเฟียเขาเองก็ไม่รู้อะไรมาก เพราะไม่ใช่เพื่อนสมัยมัธยม แต่เพิ่งรู้จักกันเมื่อโจซิเฟียมาทำงานบันเทิงนี่เอง โจซิเฟียถอนใจ พยายามสงบอารมณ์ไม่อยากทำให้เชอร์ล็อกต้องเสียบรรยากาศกับช่วงพักผ่อนฮอลิเดย์
“แกอย่าใส่ใจเรื่องของฉันเลยเชอร์รี่ มันไร้สาระน่ะ เอาเป็นว่าเราลืมมันไปดีกว่า กินข้าวเสร็จฉันจะพาแกไปรู้จักกับวีรตาและคณะ วีรตาเป็นภรรยาของสเตฟาน แม็คเคนซี่ เจ้าของโรงแรมนี้เหมือนที่แกรู้”
“อ๊าย ฉันดีใจ ในที่สุดก็จะได้รู้จักสเตฟานตัวจริง ไหนจะเบอร์นาโด ฉันเป็นแฟนคลับพวกเขา” เชอร์ล็อกส่งเสียงระริกระรี้ทันที
“แกอย่าแต๋วแตกให้เขาเห็นก็แล้วกัน ที่ไหนมีสเตฟาน ที่นั่นมักมีเบนและเจมส์อยู่ด้วย แต่ช่วงนี้เจมส์ได้ลาพักยาวเพราะอี๊ฟไม่ค่อยสบาย เจมส์ต้องดูทั้งลูกทั้งเมีย เราต้องไปเยี่ยมที่บ้านสักวันก่อนกลับบอสตันนะ”
โจซิเฟียเอ่ยบอกกับเพื่อน เชอร์ล็อกพยักหน้ารับทราบตารางเที่ยวด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น
“ทริปนี้มันคุ้มสุดคุ้มจริงๆ โว้ยนังเชอร์ จะได้พบกับทีมหนุ่มหล่อทั้งเซ็ต ฉันจะพยายามหุบปากไม่กรี๊ดเพื่อแกละกันนะยัยโจ” เชอร์ล็อกพูด จากนั้นบริกรก็เสิร์ฟอาหารที่เชอร์ล็อกสั่งเอาไว้
โจซิเฟียกำลังตักอาหารเข้าปากเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงในสูทเท่ของเบน นึกขึ้นได้ว่าเขาบอกว่าเขาช่วยงานเชสดูแลโรงแรมในช่วงนี้ คงเพราะเป็นไฮซีซั่นนั่นเอง ร่างสูงยืนอยู่ตรงประตูห้องอาหารกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่โต๊ะของหล่อน โจซิเฟียรีบส่งช้อนที่ตักอาหารไปจ่อปากเชอร์ล็อกแล้วแสร้งยิ้มหวาน
