บทที่ 4 สถานะผู้ปกป้อง...
ลีย์มองดูนาฬิกา เวลาหกโมงเย็นแล้ว เมื่อตอนกลางวันพอดีเขาไปธุระแถวมหาวิทยาลัยที่จบมา เพื่อนสมัยเรียนคือโอลิเวีย โดโนวานจึงชวนเขาไปทานข้าวเที่ยง ลีย์นึกถึงยายเด็กซุ่มซ่ามเจ้าของดวงตาโตดวงหน้าสดใสตามวัย เจ้าหล่อนอยู่บ้านเป็นอย่างไร อยู่มหาวิทยาลัยก็ทำตัวไม่แตกต่างกัน ยังคงชอบทำอะไรเร็ว ทะเล่อทะล่าและไม่ดูตาม้าตาเรือเหมือนเคย นึกขึ้นได้ว่าเย็นนี้เขามีเรื่องจะอบรมเจ้าหล่อนเสียหน่อย
ลีย์รวบแฟ้มเอกสารที่ตรวจและเซ็นเสร็จแล้ววางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบแลัวลุกขึ้นยืน อากาศข้างนอกมีฝนตก ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่ว
กริ๊ง-กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ลีย์รีบหยิบมันขึ้นมา เห็นชื่อของคนที่เขานึกถึงโชว์หราอยู่ ชายหนุ่มกดรับทันที
"ว่าไง" เขาส่งเสียงไปตามสาย
"พี่ลีย์ ดิวติดฝน มารับหน่อย"
เสียงเล็กคุ้นชินหูเอ่ยมาตามสาย ลีย์เลิกคิ้วแปลกใจ ดิรัสยาได้รับอนุญาตจากบิดาให้ขับรถไปเรียนได้ เพราะสาวน้อยสอบได้ใบขับขี่และพิสูจน์ให้ทางครอบครัวเห็นแล้วว่าขับรถระมัดระวังดี
"รถเราล่ะ"
เขาถาม รถเก๋ง BMW สีดำใหม่เอี่ยมเปิดประทุนที่เจ้าหล่อนได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากบิดามารดา เจ้าตัวรักมันมาก ลีย์สังเกตว่าดิรัสยาเป็นผู้หญิงที่รักรถ รักและหวงมากด้วย ไม่ยอมให้ใครขับ ส่วนจัสมินก็มีรถเบนซ์ของตัวเอง ดูเหมือนเด็กสองคนนี้จะตกลงกันว่าวันไหนจะใช้รถของใคร
"ดิวไม่ได้ขับมา เมื่อเช้าให้คนขับรถมาส่ง ดิวมีประชุมที่คณะเพิ่งเลิกนี่แหละ แต่ถ้าพี่มาไม่ได้ดิวจะไปแท็กซี่" หล่อนตอบ
"เดี๋ยวพี่จะไปรับเอง รออยู่นั่นแหละ ห้ามออกมาตากฝน เข้าใจไหม" เขาสั่งเสร็จก็วางสายไป
ดิรัสยาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ไม่ได้บอกเขาว่าหล่อนเดินออกมาจากตึกได้ครึ่งทาง เกือบจะถึงหน้าประตูรั้วตอนที่ฝนมันเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา โชคดีที่ดูแอปพยากรณ์อากาศเมื่อคืนนี้ บอกว่าฝนจะตก ดิรัสยาเพิ่งล้างรถจนสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเหมือนใหม่ จึงไม่อยากขับมันออกมาเปื้อนโคลน เมื่อเช้าจึงให้คนขับรถมาส่งแทน ขากลับก็คิดว่าจะโทรให้มารับอีก แต่ลองโทรไปหาพี่ชายดูก่อนเผื่อเขาจะเลิกงานพอดี
ดิรัสยายกมือลูบผมที่เปียกลู่ติดศีรษะ เสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีน้ำตาลกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง รองเท้าบู๊ทสั้นเพียงข้อเท้า ดิรัสยายืนรออยู่ที่ใต้อาคารใกล้กับประตูทางออก รออยู่ครึ่งชั่วโมง รถเก๋งของลีย์ก็เลี้ยวเข้ามา ดิรัสยารีบวิ่งออกไปจากตัวอาคาร เขาเห็นก็รีบหยุดรถ ร่างสูงเปิดประตูลงมา ก้าวยาวมาหาพร้อมกับร่มในมือ เขากางให้ ดิรัสยารีบโอบแขนไปรอบเอวสอบทันทีเพราะร่มมันคันไม่ได้ใหญ่อะไรสำหรับคนสองคน เขาทำตัวแข็งนิดหนึ่ง ดิรัสยาเงยหน้าขึ้นยิ้มแฉ่งให้
"บอกว่าห้ามออกมาจากตัวตึกทำไมไม่เชื่อ" เสียงเข้มเอ่ยดุทันที เขาดึงประตูด้านผู้โดยสารออกให้ก้าวขึ้นไปนั่ง
"ดิวเดินมาได้ครึ่งทางจู่ๆ มันก็ตกลงมาไม่ทันวิ่งเข้าในตัวตึก"
หญิงสาวเอ่ยบอกเหตุผล ลีย์เอื้อมมือไปเบาะหลังหยิบผ้าเช็ดตัวที่เตรียมไว้มาส่งให้ เพราะเดาจากนิสัยของเจ้าหล่อนไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าอาจจะจำเป็นต้องใช้มัน
"เช็ดผมเช็ดตัวซะ ถอดแจ็คเก็ตออกแล้วใส่สูทพี่แทน"
เขาสั่งต่อ สูทของเขาแขวนตรงเบาะบนศีรษะของดิรัสยา หญิงสาวรีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก เสื้อยืดสีขาวเปียกด้วย นั่นเป็นเพราะดิรัสยาไม่ได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังในทีแรก หล่อนเพียงแต่หอบมันไว้ในมือ พอฝนตกก็รีบวิ่งฝ่าฝนเข้าไปในอาคารแล้วถึงนึกขึ้นได้ก็รีบสวมมันทับไปบนเสื้อยืด
"อุย...เสื้อตัวในก็เปียกด้วย" หล่อนเอ่ยพึมพำ ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้าและผม
ลีย์ชำเลืองมองร่างเล็กที่ถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาว มันเปียกแนบไปกับตัว เนื้อผ้าค่อนข้างบางทำให้เห็นทรวงอกรำไร
"ถอดออกด้วย เดี๋ยวจะไม่สบาย"
เขาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ยังคงไม่เคลื่อนรถออก ดิรัสยาจึงเอาผ้าเช็ดตัวคลุ่มร่างแล้วทำตัวขยุกขยิกเพื่อดึงเสื้อออกทีละแขนแล้วดึงออกทางศีรษะ เห็นคนขับเบือนหน้าออกไปนอกรถไม่มอง หญิงสาวรีบเช็ดตัวอย่างลวกแล้วคว้าเสื้อสูทของเขามาสวมดึงผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมต่อ
"เสร็จแล้วค่ะ"
เสียงแจ่มใสเอ่ยบอก ลีย์หันมามอง ร่างบางยิ่งดูบางเข้าไปอีกเมื่อสวมเสื้อสูทตัวโคร่งของเขา ใบหน้านวลใสยิ้มแก้มปลั่ง ทำตาวิบวาวเหมือนเด็กน้อยช่างประจบ ลีย์ขับเคลื่อนรถออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย
"กินข้าวกลางวันอร่อยไหม"
เสียงทุ้มเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ ดิรัสยาปรือตาขึ้น กำลังจะเผลอหลับแล้วเชียว เขาขับรถนุ่มนวลตามลักษณะของเขา บวกกับอากาศฝนตกพรำน่านอนเป็นที่สุด
"อืม...อร่อยค่ะ พี่ชายล่ะกินข้าวกับคนสวยคงจะอร่อยพิลึก...ใช่เปล่า"
