บทที่ 6 ผู้พิทักษ์

​ดิรัสยาอาบน้ำสระผมเสร็จก็ลงมายังห้องทานข้าว เวลาเกือบสองทุ่ม จัสมินทานพร้อมกับซารีน่าไปเรียบร้อยแล้วตอนหกโมง ซึ่งเวลาทานข้าวปกติของคนในคฤหาสน์แม็คเคนซี่

เวลานี้อาแซมกับอาโซเฟีย ผู้หลักผู้ใหญ่ประจำบ้าน ไปพักอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์บนตึกของโรงพยาบาล เพราะเป็นช่วงที่มีงานยุ่ง อีกอย่างท่านทั้งสองบ่นว่าชักเหนื่อยแล้วกับการเดินทาง ถึงแม้จะมีคนขับรถคอยขับรับส่งจากคฤหาสน์ไปโรงพยาบาลก็ตาม แต่หลายโอกาสที่ต้องเลิกงานไม่เป็นเวลา นายแพทย์ผู้เก่งกาจจึงตัดสินใจนอนที่อพาร์ตเม้นต์บนนั้นเสียเลย นั่นก็ทำให้ภรรยาผู้น่ารักอย่างอาโซเฟียต้องพักด้วย ตึกออฟฟิศของครอบครัวแบรดดี้ก็อยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลนั่นเอง จึงสะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านทั้งสองเห็นว่าที่บ้านมีลีย์อยู่ทั้งคน เขาสามารถดูแลน้องๆ ทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี ซารีน่า น้องสาววัยสิบเจ็ดปี ห่างจากดิรัสยากับจัสมินอยู่สองปีนั้น เวลานี้ไฮกูลปีสุดท้ายแล้ว เด็กๆ ทุกคนในตระกูลแม็คเคนซี่ ตระกูลคอสต้า และทุกครอบครัวในกลุ่มแก๊งของบิดานั้นเป็นเด็กหัวไบรท์กันทุกคน พากันสอบเทียบข้ามขั้นกันมาเรื่อยๆ จนจบก่อนเกณฑ์กันเป็นแถว

ดิรัสยาวิ่งลงบันไดตึกพร้อมกับฮัมเพลงโปรดไปด้วย เมื่อเข้าไปในห้องทานข้าว ร่างสูงนั่งรออยู่ที่โซฟาริมหน้าต่างในมือมีแท็บเล็ตสำหรับอ่านข่าวสารทางการเงิน เขาเก่งเรื่องการลงทุนสมกับที่ถูกเทรนโดยคุณปู่มิคาเอล ความจริงลูกหลานบ้านแม็คเคนซี่เก่งเรื่องการเงินทุกคน เพราะมันเป็นธุรกิจหลักของครอบครัว ดิรัสยาเดินไปหาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ ยื่นหน้าไปดูว่าเขาอ่านอะไรอยู่

"อ้าว นั่งดูรูปสาวอยู่เหรอ ดิวคิดว่าอ่านอะไรที่เป็นประโยชน์เสียอีก" สาวน้อยทำเสียงบ่นปนผิดหวังให้พี่ชาย ทำให้ใบหน้านิ่งขรึมเงยขึ้นมามอง

"รูปสาว? ตาถั่วนะเรา ข่าวสัมมนาตลาดหลักทรัพย์ อ่านรัสเชียนไม่ออกหรือไง"

เขาเอ่ยตอบ ดิรัสยาเก่งเรื่องภาษาเป็นพิเศษ นอกจากภาษาอังกฤษ ไทย ฝรั่งเศสและอิตาเลียนแล้ว หล่อนยังคล่องภาษารัสเซียด้วย เพราะสมัยเด็กๆ ตอนที่ได้ไปเยี่ยมอาแฟรงค์กับอาเกรซที่มอสโคนั้น ดิรัสยาพบคนหล่อในสวนสนุกถึงกับเพ้ออยากเรียนภาษารัสเซียเลยทีเดียว และคนอย่างดิรัสยาเมื่อตั้งใจแล้วก็จะต้องทำให้ได้

อีกอย่างแรงบันดาลใจในการเรียนของหล่อนก็คือคนที่นั่งข้างๆ นี่เอง เขามีเลือดรัสเชียนในตัวตั้งครึ่งหนึ่ง ลีย์คล่องทั้งอังกฤษ รัสเชียน ไทยและฝรั่งเศส แต่ไม่สนใจอิตาเลียน นั่นทำให้ดิรัสยาแอบดีใจเพราะว่ามันเป็นภาษาที่หล่อนใช้นินทาเขาต่อหน้าได้สบาย โดยที่เขาไม่รู้เลย ส่วนจัสมินนั้นเก่งภาษาอิตาลีเป็นพิเศษ ครอบครัวคอสต้าคล่องกันทุกคนด้วยบรรพบุรุษต้นตระกูลเป็นชาวอิตาลีนั่นเอง

ดิรัสยากวาดสายตาไปบนหน้าจอแท็บเล็ต เห็นว่าเหนือรูปของสาวสวยนักธุรกิจที่ใส่ชุดราตรีสีแดงเพลิง ผมสีแดงเหมือนชุดนั้นมีคำบรรยายอยู่ว่าเป็นงานกาลาดินเนอร์หลังจากสัมมนาทางการเงินที่กรุงมอสโคว ผู้หญิงทุกวันนี้สุดยอดกันจริงๆ ทั้งสวยทั้งเก่ง ดิรัสยาชี้ไปที่รูป

"คนนี้แจ่มมากนะพี่ชาย สวยมีสมอง แต่ อ๊ะ อย่าคิดเชียวนะ ถึงจะแจ่มเริดสะแมนแตนยังไง ก็ไม่เหมาะกับพี่อยู่ดี"

หล่อนเอ่ยเสร็จสรรพ ลีย์เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นคำถาม ยายเด็กนี่พูดเป็นต่อยหอย เขาไม่ต้องทำอะไรหรอกหากเจ้าหล่อนอยู่ด้วย นี่กำลังอ่านผลการประชุมและแนวโน้มตลาดการลงทุนอยู่ หล่อนก็มาส่งเสียงเจื้อยแจ้วจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นฟัง ก็ถ้าไม่ฟังหล่อนก็จะงอนให้เขาอีก สรุปว่ากับเด็กคนนี้ ลีย์เสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องนั่นแหละ

"ไม่เหมาะ?"

เขาถามสั้น ด้วยความอยากจะรู้ว่าในหัวซนๆ ของเจ้าหล่อนนั้นคิดว่าคนยังไงถึงจะเหมาะสมกับเขา

"ช่าย...ม่ายเหมาะเลยจริงๆ คุณพี่ฟังดิวไว้ให้ดีนะ ผู้หญิงแบบ... หน้าสวยเฉียบขาด ตาเจ้าชู้ รู้ตัวว่าสวย รวยโคตรๆ แบบนี้ ไม่โสดและไม่สดหรอกนะจ๊ะ จะบอกให้"

หล่อนเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ทำเอาลีย์ต้องเบือนหน้าเพื่อซ่อนความขบขัน แค่มองรูปเพียงรูปเดียว หล่อนตัดสินคนเสียละเอียด ถูกไม่ถูกไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หล่อนเชื่อคำพูดของตัวเองมาก นั่นก็หมายความว่า หล่อนจะต้องบังคัับให้เขาเชื่อด้วย

"เก่งนี่ แอนนา สวาคอฟ แต่งงานกับเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ในรัสเซีย"

เขาเอ่ยแล้วกดปุ่มปิดหน้าจอ ขยับตัวลุกขึ้น ร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสีเทา หน้าตาสะอาด ผมสระใหม่ยังคงไม่แห้งดี ดิรัสยายิ้มแฉ่งกับการคาดเดาของตัวเอง เมื่อเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ หล่อนก็เดินไปนั่งข้างๆ

อาหารถูกเสิร์ฟโดยคนรับใช้ที่ทำหน้าที่ประจำ ทั้งสองตักทานไปเรื่อยๆ โดยมีเสียงแจ่มใสของดิรัสยาคุยคลุ้งเรื่องชีวิตวันนี้ของหล่อน

"เล่าเรื่องนายโดมอะไรนั่นให้ฟังหน่อย"

จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา ดิรัสยาเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ แล้วทำท่าครุ่นคิด...เจ้าโดมน่ะเหรอ... มันใส่แว่นตาหน้าเกลี้ยงๆ เนิร์ดนิดๆ บ้านมันรวยแต่มันเรียนไม่เก่ง เนิร์ดแบบไม่เก่งอ่ะนะ แต่มันเก่งเรื่องหาข้อมูลและจิปาถะ อืม...มันแอบชอบจัสมินด้วย แต่จัสมินไม่สนใจมันเลย เพราะจัสมินไม่ชอบเด็ก...คริ คริ

ลีย์มองหน้าคนที่เคี้ยวข้าวไปยิ้มไป ท่าทางกำลังมีความสุขกับการได้คิดถึงแฟนเจ้าหล่อน

"เขาก็...น่ารักดี"

ดิรัสยาเอ่ยบอกความจริง เพราะโดยรวมแล้วเจ้าโดมมันเป็นเพื่อนที่นิสัยดีของหล่อนกับจัสมิน ชนิดพึ่งพาได้ทุกงานหากขอร้อง

"แล้วไง" เขาเอ่ยถามต่อๆ เพราะยังรู้สึกว่าคำตอบมันไม่กระจ่างชัด ดิรัสยาเลิกคิ้วเลียนแบบเขาเป๊ะ

"แล้วไง?" หล่อนก๊อปปี้คำถามของเขาทำให้ลีย์ถอนใจ รวบช้อนและยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

"นี่ถ้ามีวิชายอกย้อน เราคงจะเอาคะแนนท็อปไปกินแน่"

เขาเอ่ยประชด ยกผ้าขึ้นเช็ดปาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป