บทที่ 9 เด็กฝึกงาน
"อิ่มแล้วค่ะ... ปากเค้าเลอะมั้ย"
ดิรัสยาแกล้งยื่นหน้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม เพราะอยากเห็นดวงตาคู่คมส่งรอยยิ้มวิบวับขบขันมาให้ เขาไม่ตอบแต่หยิบผ้าบนตักหล่อนมาเช็ดเศษขนมปังตรงมุมปากให้ ดิรัสยาทำหลับตาพริ้มให้เขาเช็ดอย่างแกล้งๆ
"ต่อไปถ้าทำปากเลอะเวลาทาน พี่จะหักเงินพ็อกเก็ตมันนี่"
เขาเอ่ยบอกหน้านิ่งเฉย ทำให้ดิรัสยาตาโต นี่เป็นอีกเรื่องที่เขามีอิทธิพลเหนือหล่อน ใครมีอำนาจเงินตราอยู่ในมือ ถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด บิดามารดาให้เงินใช้ แต่ไม่ให้บัตรเครดิต บัตรเครดิตนั้นสำหรับคนที่มีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนเท่านั้น ซึ่งดิรัสยาเสียเครดิตไปเรียบร้อยแล้ว ตามกฎที่บิดากำหนดให้ใช้คืนแต่หล่อนไม่ตรงเวลาถึงสามครั้ง เพราะความงกเงิน มีเงินจ่ายแต่ลีลาท่าเยอะไม่ยอมจ่ายหนี้เสียที คิดว่าบิดาไม่เอาจริง ที่ไหนได้ท่านพูดคำไหนเป็นคำนั้น ตัดสิทธิ์หล่อนฉับทันทีอย่างไม่มีการคิดรอบสอง เหตุผลเพราะดิรัสยาชักช้าในการควักกระเป๋าเมื่อถึงเวลา
ใครจะคิดว่าลูกสาวนักธุรกิจทางการเงินจะถูกจำกัดการใช้เงินอย่างเคร่งครัด เด็กๆ ทุกคนจะถูกสอนให้มีวินัยทางการเงินตั้งแต่รู้ความ ตั้งแต่เด็กจะถูกสอนให้รู้จักเรื่องของการออม หากใครออมได้มากเท่าไหร่ บิดาจะจ่ายเพิ่มให้เป็นสามเท่า ดิรัสยาจึงถือการออมเป็นอาชีพหลักเลยทีเดียว อะไรที่ไม่จำเป็นจะไม่ซื้อ แต่หล่อนก็ถูกคนบางคนสปอยล์อย่างเงียบๆ เหมือนกัน
มันเริ่มจากการที่เด็กหญิงตัวเล็กอ้อนพี่ชายให้ซื้อพวกของจุกจิกเล็กน้อยที่หล่อนไม่ยอมใช้เงินตัวเงินซื้อให้ จะพี่ชายคนไหนอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่คนหน้านิ่งทำท่าดุหล่อนอยู่ได้ตลอดเวลานี่น่ะ นานเข้าเขารำคาญที่หล่อนเป็นเด็กช่างขอและเซ้าซี้ เขาจึงกำหนดเงินพ็อกเก็ตมันนี่ให้เสียเลยเพื่อตัดความรำคาญ พี่ชายหล่อนมีรายได้ของตัวเองนานแล้ว ทั้งจากเงินเดือนที่ทำงานพาร์ตไทม์ให้กับบริษัทตั้งแต่อายุสิบห้าปี และเงินจากการขายภาพเขียนของตัวเอง
"ใครเขาตัดเงินพ็อกเก็ตมันนี่กัน! มีแต่ยิ่งโตจะยิ่งเพิ่มให้ แต่นี่อะไร ตัดของดิวจากนี่ จนเหลือแค่เนี้ย!"
หล่อนทำเสียงโวยวาย ทำท่า จากนี่ ด้วยการอ้าแขนกว้างๆ และ ทำท่าเอานิ้วโป้งแตะปลายนิ้วชี้ในท่าขี้ปะติ๋วประกอบคำว่า แค่เนี้ย!
"ก็ใครให้เราไม่รักษาคำพูดล่ะ รับปากอะไรก็แหกกฎมันทุกข้อ จะโทษใครได้"
ลีย์เอ่ยโต้ตอบพลางขยับตัวลุกขึ้นยืนเป็นการบอกใบ้ว่าหมดเรื่องจะพูดกับหล่อนแล้ว เขาหยิบเสื้อสูทที่พาดบนแขนโซฟามาถือ ดิรัสยารีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งไปคว้ากระเป๋าเอกสารสีดำของเขามาถือให้พลางยิ้มประจบ
"ดิวถือให้ อย่าตัดค่าขนมเค้าเลยนะ ตอนนี้ยิ่งกำลังจ๊นจนอยู่ด้วย"
หล่อนกล่าวขอยิ้มหวานให้ มือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือสอดเข้าไปในแขนแข็งแรงแล้วยิ้มหน้าบาน ลีย์ชำเลืองมองเด็กน้อย เมินหน้าไปซ่อนยิ้ม เขาเคยใจแข็งกับเจ้าหล่อนได้นานแค่ไหนนะ... สองอาทิตย์ดูเหมือนจะนานที่สุดจนต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ระหว่างเขากับหล่อนเลยทีเดียว
ลีย์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถประจำตำแหน่งของผู้บริหาร ดิรัสยาเปิดประตูลงมา ไม่ลืมคว้ากระเป๋าเอกสารของเขาติดมือลงมาด้วย ทั้งสองเดินเข้าตึกไปยังลิฟต์ พนักงานค้อมศีรษะให้และทักทายตามรายทาง โดยเฉพาะกับดิรัสยา ที่ยิ้มและทักทายสต๊าฟอย่างคุ้นเคยเป็นกันเอง
แต่อีกคนนั้นหน้านิ่งเรียบกว่า ไม่ใช่เขาหยิ่งแต่ลูกน้องจะรู้ว่ามันเป็นบุคลิกของลีย์ แม็คเคนซี่ เขาเป็นอย่างนี้เอง ภายใต้ความนิ่งขรึมและสุขุมนั้นมีความเมตตาเอื้ออาทรให้กับคนที่ทำดี แต่เด็ดขาดและไม่ให้โอกาสหากใครทำผิด ดวงตาเข้มสีแซฟไฟร์นั้นทำให้คนถูกจ้องรู้สึกเกรงขาม และเสียวสันหลังวาบหากมีข้อตำหนิที่ซ่อนไว้ จนรู้สึกร้อนตัวต้องสารภาพเผยมันออกมา ไม่มีใครอยากโกหกลีย์หากไม่จำเป็น เพราะถ้าหากเขาจับได้ โทษจะหนักกว่าการรีบสารภาพบอกกล่าวด้วยตัวเองอีกหลายเท่านัก
ชั้นบริหารอยู่เหนือชั้นออฟฟิศขึ้นไปหนึ่งชั้น การแบ่งแยกเป็นสัดส่วนเช่นนี้มีข้อดีคือ พนักงานและสต๊าฟทั่วไปจะได้ไม่รู้สึกเกร็งมากนักว่าเจ้านายตำแหน่งสูงสุดทำงานอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา แต่จะรู้สึกเป็นตัวของตัวเองไม่อึดอัดใจ หากใครมีหน้าที่ประสานกับเบื้องบนก็ขึ้นลิฟต์ไปนำเสนอก็เท่านั้นเอง
แต่กิจวัตรประจำวันของลีย์คือ เวลามาทำงานเขาจะแวะชั้นออฟฟิศนี้ก่อน ไปทักทายหัวหน้าฝ่ายที่อยู่ชั้นนี้ เป็นการบอกพนักงานว่าเขามาทำงานแล้ว จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นของตัวเอง ซึ่งเป็นของระดับผู้จัดการและผู้บริหาร รวมถึงมีห้องประชุมอีกหลายห้อง
เมื่อลิฟต์เปิดออก ดิรัสยากวาดสายตามองไปยังออฟฟิศบริเวณกว้าง พนักงานมีพื้นที่ทำงานของตัวเองเป็นล็อกขนาด 2 x 2 เมตร มีทางเดินผ่ากลาง ออฟฟิศของบุคลากรระดับหัวหน้าฝ่ายแยกเป็นห้องกระจกอยู่ชิดผนัง หลังออฟฟิศมีโซนครัวใหญ่ที่มีบริการเครื่องดื่มชากาแฟ มีตู้เย็นขนาดใหญ่สามตู้เพื่อให้ความสะดวกแก่พนักงาน ในตึกนี้มีฟู้ดเซ็นเตอร์อยู่ชั้นล่าง เรื่องกินนั้นสะดวกสบายอย่างที่ไม่ต้องลำบากขับรถออกไปหาทานข้างนอก ลีย์เองก็ใช้บริการอาหารจากฟู้ดเซ็นเตอร์ของที่นี่เป็นส่วนใหญ่
ดิรัสยาเดินตามร่างสูงที่ก้าวไปยังออฟฟิศของหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อฯ หล่อนชะงักเมื่อเห็นเป้าหมายแล้วสะกิดผู้เป็นพี่ชาย
"เดี๋ยวดิวมานะคะ"
เอ่ยบอกเขาแล้วยื่นกระเป๋าเอกสารให้ ลีย์เลิกคิ้วรับกระเป๋าแล้วมองตามร่างเพรียวระหงที่ก้าวฉับตามลักษณะนิสัยคนทำอะไรเร็ว หล่อนหายไปยังโซนครัวด้านหลัง อาจจะต้องการชงเครื่องดื่มกระมัง ลีย์คิดก่อนจะผลักประตูห้องของหัวหน้าฝ่ายฯเข้าไปเพื่อคุยเรื่องงาน
