บทที่ 10 ภารกิจนี้เพื่อเธอ...
"โอ๋...ร็อคขอโทษ นะ นะ...อย่าร้องสิ...วดีคนเก่ง ร็อคเอาของขวัญมาให้ นะ หยุดร้องก่อน ดูซิ ชอบมั้ย"
เขาปลอบเหมือนหล่อนเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ราชาวดีร้องไห้สะอึกสะอื้น จนน้ำตาเปียกเสื้อโค้ทของเขาตรงไหล่
"ไม่ต้องเอาของมาล่อ วดีไม่หายโกรธนายแน่ครั้งนี้ เล่นแรงเกินไปแล้ว! อยากจะฆ่าให้ตายคามือเลย! ฮือๆ"
หญิงสาวยังคงพร่ำด่าต่อไป ทุบเขาอีกสองทีก็หยุดทุบ ซบหน้ากับไหล่กว้างร้องไห้ตัวโยน ร็อคกอดและลูบหลังปลอบ ปล่อยให้ร้องไห้จนหนำใจจนกระทั่งหยุดร้องเองในเวลาต่อมา
ราชาวดีเงยหน้าขึ้นมองคนหน้ารกด้วยเครา มือใหญ่รีบคว้ากล่องทิชชูส่งให้ หญิงสาวดึงกระดาษไปเช็ดหน้าและสั่งน้ำมูก
"ฟืดดดดดด...ฟืดดดดดด..." สั่งจนมันไม่ออก ยกหลังมือขึ้นป้ายแก้มเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กน้อย
"ของขวัญอะไร" เสียงปนสะอื้นเอ่ยถามออกมาในที่สุด นั่นทำให้มุมปากได้รูปจุดยิ้มทันที... ยัยงก!
"นี่ไง" เขาเอ่ยพร้อมกับชูปืนขึ้นให้ดู ปืนกระบอกที่เขาใช้จี้หล่อนนั่นแหละ!
"เอาไว้ให้วดีป้องกันตัว"
เสียงห้าวเอ่ย เขาได้หากระบอกเล็กที่เหมาะสำหรับผู้หญิงให้ เป็นปืนถูกกฎหมายและเป็นชื่อของหล่อนเอง ราชาวดียังไม่หายโกรธเขาที่ทำให้ตกใจ หญิงสาวทำหน้างอง้ำ มองปืนแล้วสะบัดหน้าพรืด ไม่ยอมแตะต้อง
"น่า อย่าโกรธนะ...เราขอโทษ แต่นี่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าวดียังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ถ้าหากเกิดเป็นคนร้ายจริงๆ ล่ะ วดีจะทำยังไง นี่ร็อคพยายามทำให้วดีตระหนักและเข้าใจไง ว่าไอ้ที่ผู้ใหญ่เขาพร่ำเตือนพร่ำบอกน่ะ เขาหวังดีและเขาซีเรียส และมันอันตรายจริงๆ"
ร็อคเอ่ยอธิบายและแก้ตัวยาว ราชาวดีเม้มปาก หน้างอง้ำเหมือนเด็กหญิงวดี หลังจากถูกแกล้งก็จะงอนและจะต้องให้เขาง้อแบบนี้เอง
ร็อคโอบแขนไปรอบเอวเล็ก นั่นทำให้ราชาวดีกะพริบตา เพิ่งรู้ตัวว่าได้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขาอย่างเต็มตัว ร่างกายใกล้ชิดกันกว่าครั้งไหนๆ หญิงสาวหน้าแดงเรื่อทันที รีบตะกายลง แต่ร็อคไม่ยอมปล่อย
"เดี๋ยวก่อนสิ ดูปืนก่อนว่าชอบหรือเปล่า ต่อไปนี้ต้องหาเวลาซ้อมนะ ให้ราฟสอนหรืออานิคก็ได้"
ร็อคเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ราชาวดีจึงจำต้องมองปืนอีกครั้งแล้วคว้าไปดู ด้วยความเป็นคนไม่ชอบความรุนแรงทุกชนิด จึงไม่เคยคิดจะฝึกเรื่องปืนผาหน้าไม้เหมือนคนอื่นๆ หญิงสาวแกล้งเอามันจี้ที่หน้าอกของเขา
"ลองมั้ย" ทำเสียงเข้มถาม ร็อคยิ้ม
"เอาสิ ต้องจ่อเหนืออกซ้ายหน่อย ตรงนั้นมันลิ้นปี่ ไม่ตายทันที ต้องยิงที่หัวใจสิ"
เขาชี้แนะราวกับมันเป็นเรื่องแสนธรรมดาเหลือเกิน ราชาวดีถอนหายใจ เขามาอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ได้คาดหมายอีกแล้ว มือใหญ่ข้างหนึ่งลูบหลังแผ่วเบา อีกข้างยกขึ้นใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้ ราชาวดีลดปืนลง กะพริบตาเพื่อไล่น้ำตาหยดสุดท้าย เขาเป็นคนเช็ดให้อย่างอ่อนโยน
"ยังไม่หายโกรธหรอกนะ" เอ่ยบอกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและสีหน้าปั้นปึ่ง ร็อคก้มมาจูบแก้มนวลทีหนึ่ง
"ไม่หายโกรธไม่เป็นไร แต่ตอนนี้โคตรหิวเลย ไปหาอะไรกินกันเถอะ"
เสียงห้าวเอ่ยชวน ราชาวดีค้อนให้เขาที่เขาไม่สนใจว่าหล่อนยังโมโหอยู่ ร็อคเอื้อมมือไปเปิดประตูออก หอมแก้มนวลอีกครั้งก่อนจะยกร่างบางลงจากตักให้ออกไปจากรถ ร่างสูงก้าวตามลงมา ล้วงเอาหมวกแก็ปขึ้นมาสวมทันที ราชาวดีรู้สึกสงบลง แต่หัวใจยังเต้นผิดจังหวะ อาการมือสั่นหายไปแล้วเหลือแต่อาการใจวูบเพราะความช็อก หญิงสาวหยิบกระเป๋าแล็บท็อปกับกระเป๋าสะพายออกมาคล้องไหล่ มือใหญ่คว้ากระเป๋าแล็ปท็อปไปถือให้เอาปืนใส่ไปในนั้น คว้ามือบางไปกุม
"เข้าหลังร้านนะ"
เขาเอ่ยบอก จากนั้นก็ลากมือราชาวดีอ้อมด้านข้างร้านไปยังหลังร้านอย่างคุ้นเคย เพราะแอบเข้าหลังร้านเป็นประจำ เมื่อเข้าไปถึงห้องเก็บของจิปาถะที่ราชาวดียึดเป็นห้องทำงานชั่วคราวเวลาต้องการสมาธิ หญิงสาวก็วางกระเป๋าลงที่โต๊ะ ร็อควางกระเป๋าแล็ปท็อปลงบนโต๊ะให้ จากนั้นก็เดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่อยู่ติดผนัง ราชาวดียกมือขึ้นลูบหน้าอกเพื่อสำรวจว่าหัวใจโอเคหรือยัง หญิงสาวถอนหายใจออกมา อาการตระหนกหายไป แต่อาการช็อกอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อกำจัดมัน
"เดี๋ยวจะให้คนหาของกินให้ นายจะกินในนี้หรือที่โต๊ะอาหาร"
ราชาวดีถาม น้ำเสียงดีขึ้นเล็กน้อยแต่ดวงตายังคงแดงก่ำ ร็อคคว้ามือบางดึงให้มานั่งข้างๆ
"เดี๋ยวโทรหาราฟเอา วดีนั่งพักก่อน ตาแดงมาก ร็อคขอโทษนะ มาร็อคจะจุ๊บๆ ให้"
เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ปากได้รูปจูบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน เหมือนตอนที่เป็นเด็ก ซึ่งวิธีนี้เด็กหญิงวดีก็จะเลิกร้องไห้และยอมหายงอน แต่เวลานี้คนตัวบางกลับน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ทำเอาร็อคตกใจ ชายหนุ่มรีบรวบร่างบางเข้ามากอด
"ขี้แยจริง ไม่เอาน่า ก็ขอโทษแล้วไง"
เสียงห้าวเอ่ย เริ่มรู้สึกร้อนใจและร้อนตัวที่อาจจะแกล้งแรงไปหน่อย แต่ดีกรีมันก็ต้องเพิ่มขึ้นตามอายุนี่นา เขาทำเพราะหวังดี จุดประสงค์ชัดเจน... เพราะรักและหวังดีล้วนๆ จริงๆ
