บทที่ 12 เข้าตาบอส

ราชาวดีชะโงกหน้าออกไปดูบริเวณลานหลังร้าน ไร้เงาร่างสูง หญิงสาวถอนหายใจ ผลักประตูปิดแล้วเดินกลับไปยังห้องทำงานชั่วคราว กระเป๋าแล็ปท็อปมีปืนกระบอกเล็กเหน็บอยู่ มือบางหยิบขึ้นมาดู มันมีขนาดกระชับพอดีกับมือของหล่อน ราชาวดียกขึ้นเล็ง เคยเห็นสนามยิงปืนมาแล้วบ่อยๆ ทั้งที่นี่และที่ลาสเวกัส ราชาวดีเป็นเพียงผู้ดูคนอื่นเขาฝึกยิงกัน เพราะทัศนคติเกี่ยวกับปืนและอาวุธต่างๆ ที่ว่า มันเป็นสิ่งทำลายล้างและทำร้ายชีวิต

ต่อไปนี้เห็นจะต้องฝึกอย่างจริงจังเสียที เพราะได้รับปากเอาไว้แล้ว ไม่อยากเป็นภาระของคนอื่น เหตุการณ์ที่ร็อคตั้งใจสั่งสอนราชาวดี ทำให้หล่อนเข้าใจแล้วว่า เมื่อมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นจริงๆ สติเป็นตัวชี้ความเป็นความตาย ณ จุดนั้น ราชาวดีจะต้องฝึกเรื่องนั้นด้วย นั่นทำให้มองเห็นการถูกเลี้ยงดูมาอย่างสมบูรณ์พูนสุข ไม่เคยพบปะกับความยากลำบากหรือต้องฝ่าฟันกับอะไรเลย มันเป็นเหมือนดาบสองคม ทำให้คนเราอ่อนแอในด้านที่ไม่ได้ฝึกฝน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกคนจนที่เกิดและเติบโตมาในสภาวะที่ลำบากยากแค้นเป็นคนแข็งแกร่ง สามารถแก้ปัญหาและรับมือกับปัญหาได้ดีกว่าลูกคนร่ำรวยที่ถูกเลี้ยงดูแบบคุณหนูทั้งหลาย

ก๊อก-ก๊อก

เสียงเคาะประตูแล้วผลักเปิดทำให้หญิงสาวหันขวัญไปมอง ร่างสูงของพี่ชายยืนกอดอกใช้ไหล่พิงกรอบประตูจ้องมองดูอยู่

"วดีจะหัดยิงปืน" หญิงสาวเอ่ยออกมา ราฟาเอลยักไหล่ก่อนจะพยักหน้ารับรู้

"ได้เวลาแล้วสินะ การป้องกันตัวเองเป็นเรื่องไม่ผิด เรายิงปืนเป็นไม่ได้หมายความว่าเราต้องการจะไปเข่นฆ่าหรือทำร้ายใคร แต่เราแค่จะใช้สำหรับปกป้องตัวเองเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น" พี่ชายเอ่ยสั่งสอน เพราะรู้จักความคิดและความเชื่อของผู้เป็นน้องสาวเป็นอย่างดี ราชาวดีพยักหน้า

"เข้าใจแล้ว"

หญิงสาวเอ่ยออกไปเบาๆ เพราะราฟาเอลไม่ทราบว่าราชาวดีได้ถูกสอนบทเรียนที่จะต้องจดจำไปตลอดชีวิตเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง

"ดีมาก วันนี้ไม่สบายก็ไม่ต้องทำอะไรมากนะ เรามันพวกเซนซิทิฟ แต่เมื่อกี้เห็นสต๊าฟบอกว่า แม็กซ์ รอสเซิลโทรมาจองโต๊ะตอนหนึ่งทุ่ม ถามหาวดีด้วย"

ราฟาเอลเปรย ไม่ทราบว่าราชาวดีไปรู้จักดาราหนุ่มที่กำลังฮ็อตในเวลานี้ได้ยังไง

"เหรอคะ วดีเจอเขาเมื่อวานตอนพามูมูไปเดินเล่น" หญิงสาวเอ่ยเล่าอย่างไม่มีอะไรจะปิดบังผู้เป็นพี่

"มิน่าล่ะ"

ราฟาเอลเอ่ยพึมพำ ร็อคจะต้องรู้แน่ๆ ถึงมาปรากฏตัวแบบนี้ แต่ราฟาเอลไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะรู้ว่าไม่สมควร เขาไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใครอยู่แล้ว ลูกผู้ชายด้วยกันดูกันออก แต่ร็อคนั้นย่อมไม่เคยจะพูดอะไรออกมาเพราะด้วยหน้าที่การงานที่ไม่เหมือนคนอื่น ราฟาเอลเข้าใจคนเป็นสายลับดี มันไม่มีอนาคตที่จะไปการันตีและรับปากสัญญากับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น เขารู้สึกชื่นชมและนับถือน้ำใจและหัวใจของคนเหล่านี้เสมอ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเสียสละอย่างแท้จริง เสียสละได้แม้แต่ชีวิตของตัวเอง พร้อมตายได้ทุกเวลาเพื่องานและหน้าที่ ความสุขส่วนตัวไม่ต้องพูดถึง มันไม่มีอยู่แล้ว นอกจากความพอใจในการทำภารกิจแต่ละภารกิจสำเร็จในแต่ละครั้งเท่านั้น

"ทำไมคะ" ราชาวดีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เปล่า วดีจะทำอะไรวันนี้"

ราฟาเอลเอ่ยถาม เพราะรู้สึกเป็นห่วงน้องสาวที่เห็นร้องไห้ ไม่รู้หรอกว่าเพราะสาเหตุจากอะไร แต่ก็ไม่อยากถามเป็นการขุดคุ้ยให้เจ้าตัวไม่สบายใจ เขามีหน้าที่ปกป้องและทำให้เจ้าหล่อนมีความสุข ตามหน้าที่ของพี่ชายที่ดี

"ถ้าพี่ราฟไม่มีอะไรให้ช่วย วดีจะพิมพ์งานในห้องนี้ เวลาหนึ่งทุ่มวดีจะไปช่วยต้อนรับแม็กซ์เองค่ะ" หญิงสาวเอ่ย ราฟาเอลพยักหน้ารับทราบ

"กำลังดังนี่คนนี้ ไม่เคยมานั่งทานที่ร้านเรามาก่อน"

"แต่เห็นว่าสั่งให้คนมาซื้อให้นะคะ" หญิงสาวเอ่ย น้ำเสียงดูดีขึ้น

"สงสัยจะติดใจสาวแถวนี้เข้าให้แล้วล่ะสิ ดูประวัติดีๆ ก่อนละกัน คนมีอาชีพนักแสดง บางทีมักแยกไม่ออกว่าเขากำลังเสแสร้งแสดงต่อหน้าเราอยู่ด้วยหรือเปล่า"

ราฟาเอลเอ่ยเตือนน้องสาวนิดหนึ่ง เผื่อเอาไว้ เพราะดาราหนุ่มคนนี้กำลังดังและรูปหล่อมาก เป็นขวัญใจสาวๆ ทั้งโลก เกรงว่าราชาวดีจะไปตกหลุมเสน่ห์เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

"วดีรู้แล้วน่า แหม เห็นเราเป็นคนใจง่ายไปได้"

หญิงสาวเอ่ยแล้วแสร้งค้อนให้ผู้เป็นพี่ชาย ใบหน้ามีสีเรื่อนิดหนึ่ง เพราะไม่คุ้นชินกับการที่มาพูดเรื่องผู้ชายตรงๆ แม้ว่าอายุอานามจะ 27 ปีแล้ว แต่ราชาวดียังไม่เคยมีแฟน เป็นความแปลกประหลาดมากสำหรับสาวอเมริกัน แต่ราชาวดีไม่ได้คิดว่าจะมองหาผู้ชายมาร่วมชีวิต ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าตัวเองขาดอะไรเลยสักนิดเดียว

"ไม่ใช่อย่างนั้น พี่แค่เตือนในฐานะพี่เท่านั้น"

"เห็นวดีเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้หัวอ่อนหรือใจอ่อนนะคะ พี่ราฟไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ วดีไม่คิดจะเอาผู้ชายมาเป็นภาระให้ปวดหัวหรอก อยู่แบบนี้ก็สุขสบายดีแล้ว" หญิงสาวเอ่ยบอก ราฟาเอลจึงยิ้มออกมา

"เฮ้ย อย่าพูด เพราะพี่เห็นมาเยอะแล้ว ไอ้คนที่พูดแบบนี้นั่นแหละตัวดี เหมือนเพื่อนพี่คนหนึ่ง บอกชาตินี้ไม่เอาสามี พอเดือนเดียวไปเจออีกที แม่งแต่งไปเรียบร้อยแล้ว มันเหมือนเป็นคำสาป ห้ามพูด"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป