บทที่ 2 ย้อนอดีต

"ไม่ต้องมาก็ได้นี่! ใครเขาอยากเห็นหน้านายกัน! หน้ารกๆ สกปรกรุงรังแบบนั้นน่ะ"

ราชาวดีตะโกนใส่เขา ร็อคส่ายหน้าระอา ขยับเพียงก้าวเดียวก็มาถึงตัวราชาวดีอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้สองมือกุมใบหน้าเรียวเล็กแล้วเอาหน้าตัวเองกลิ้งเกลือกไปบนแก้มนวลด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ ถูแก้มที่เต็มไปด้วยเคราหนาไปกับแก้มนุ่มผิวบางใส

"ว้าย! ปล่อยเรา ไอ้นายร็อค! ปล่อยนะ!"

ราชาวดีร้องโวยวายรู้สึกถึงหนวดเคราที่ครูดไปบนแก้มของหล่อนทำให้ผิวนวลเป็นรอยแดงทันตาเห็น ร็อคถูๆ จนสะใจพอแล้วจึงยอมเอาหน้าออกห่าง จับใบหน้าเรียวหันซ้ายหันขวา ก้มไปดมแก้มแรงๆ ทีหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดหากลิ่นแล้วก็แกล้งทำท่าเหม็น

"อื้อหือ เหม็นมากเลย หัวก็เหม็น แก้มก็เหม็น"

ร็อคแกล้งพูดแล้วก้มไปดมแก้มแดงอีกครั้ง ก่อนจะผลักร่างบางเบาๆ เป็นการส่งท้าย ราชาวดีหน้าแดงก่ำจนไปถึงใบหู ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะโดนคนเกเรแกล้งอย่างไม่ออมมือ

"บ้าที่สุด! ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าวน่ะ! วดีไม่หาให้กินหรอก หาเอาเองก็แล้วกัน เกลียดที่สุดเลยนายร็อค คนผีทะเล!"

ราชาวดีบ่นเสียงดังไม่นำพาว่าใครจะได้ยิน บิดานั้นชินเสียแล้วกับการเห็นราชาวดีกับร็อคทะเลาะกัน

"อ้าว มันเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านนะ หาข้าวให้เราเร็ว หิวโคตรๆ ตอนนี้ ให้เวลาห้านาที ก่อนที่เราจะอยากกินวดีขึ้นมาแทน"

เขาเอ่ยทำท่ายกมือจะบีบคอ ราชาวดีหันมาคว้ากะหล่ำปลีที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ทุบไปบนหน้าผากเขาทีหนึ่ง

"โอ๊ย! เด็กบ้า" เขาร้องเจ็บยกมือขึ้นลูบหน้าผาก

"สม! นิสัยเลวจริงๆ"

ราชาวดีด่าเขาต่อ แต่ก็ยอมเปิดตู้เย็นเพื่อหาของกินให้เขา ร็อคจุดยิ้มสะใจที่หล่อนต้องยอมเขาในที่สุด เพราะอานิคนั่งอยู่ข้างนอก ถ้าหากเขาทำท่าว่ายังไม่ได้กินอะไร อานิคก็จะต้องลุกมาหาให้ ซึ่งราชาวดีเป็นคนที่รักบิดามาก จะไม่ยอมให้บิดาเหนื่อยถ้าช่วยอะไรได้หล่อนจะรีบช่วยทันที ถือเป็นลูกกตัญญูที่ควรแจกเกียรติบัตรให้ทุกปี ชายหนุ่มมองดูผมยุ่งที่ถูกเขาแกล้งยี ขายาวก้าวไปยืนซ้อนข้างหลัง ยกมือขึ้นดึงยางรัดผมออกแล้วรวบมัดให้ใหม่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกคนตัวบางหันหน้ามาด่าให้อีก

"กินแซนด์วิชนะ มีอยู่ถาดหนึ่ง เอาไส้อะไร"

"เอามาทั้งถาดเลย บอกแล้วไงว่าหิว!"

คนหน้ารกเอ่ยบอก ราชาวดีจึงยกออกมาทั้งหมด เอาไปวางที่โต๊ะอาหาร ร็อคหยิบน้ำดื่มขวดหนึ่งถือติดมือไปนั่งลง

"สกปรก...ล้างมือก่อนซิ"

คนแก่สะอาดด่าชี้นิ้วไปที่ซิงก์ ร็อคจึงลุกขึ้นไปล้างมือ

"ระวังเถอะสักวันจะตายเพราะเชื้อโรค"

มีการบ่นตามหลังเขาอีก

"คนที่สะอาดเกินไปก็ระวังไว้เถอะ ร่างกายไม่มีแอนตี้บอดี้ภูมิคุ้มกันเลยแบบนี้ ตายง่ายกว่าคนอย่างเราอีกนะ จะบอกให้"

ร็อคเอ่ย เอามือเช็ดกับกางเกงยีนส์อย่างลวกๆ ทำให้อีกคนเบ้ปากรังเกียจ

"เอ้า รังเกียจกันเข้าไป สักวันเถอะ..." เขาพูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้น

"สักวันเถอะอะไร..."

ราชาวดีเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ ปกติเขาจะไม่พูดกั๊กไว้แบบนั้น มีอะไรก็จะสาดใส่กันจนหมดไส้หมดพุงให้เหนื่อยกันไปข้างหนึ่งเลย เมื่อตอนเล็กราชาวดีเรียบร้อยและแพ้เขาตลอดทั้งทางวาจาและทางการต่อสู้ จนเมื่อโตมาก็คิดว่าหล่อนจะแพ้เขาทุกทางไม่ได้ ในเมื่อสู้แรงไม่ได้ก็ต้องสู้ด้วยคำพูดเอา

"สักวันถ้าเราตายไป เราจะเป็นผีมาหลอกวดีเป็นคนแรก"

เขาเอ่ย นั่นทำให้คนสะอาดต้องนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะทุกคนทราบดีว่างานของเขานั้นเป็นอันตรายเสี่ยงต่อชีวิตทุกนาทีในยามที่เขาทำงาน

"ดี! เราจะได้เตรียมเครื่องซักผ้าเอาไว้จับวิญญาณสกปรกของนายปั่นให้สะอาดก่อนจะส่งต่อไปให้ยมบาล เผื่อนายจะได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกับคนอื่นเขา"

"นี่ขึ้นสวรรค์ประจำ ไม่ต้องห่วง"

เขาโต้ตอบทันที พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาท ยักคิ้วให้แผล็บหนึ่ง ราชาวดีหน้าแดง เข้าใจวาจาเลี้ยวลดสองง่ามสามง่ามของเขาดี พวกผู้ชายจะคิดอะไรได้ไกลกว่าเรื่องใต้สะดือ ถ้าได้รวมกันเมื่อไหร่ละ ก็ ได้รู้ความลับหมดแหละว่าใครไปมั่วกับใครที่ไหนบ้าง ทุกคนจะถูกพรรคพวกแบไต๋บอกออกมาจนหมด นี่จะรอดูคืนนี้ ตอนที่ทุกคนไปทานข้าวรวมกันที่แมนชั่นแม็คเคนซี่ อยากจะรู้ว่านายร็อคมั่วไปถึงไหนแล้ว

"คนลามกจกเปรต!"

ร็อคเงยหน้าขึ้นจากจานแซนด์วิชมองคนที่แก้มแดงปลั่งทำหน้าบึ้งตึง นั่งกอดตุ๊กตาไม้ที่บิดาของเขาฝากมาให้เจ้าหล่อน

"อ้าว พูดงี้เดี๋ยวสวยสิแม่คุณ ตั้งแต่เราเข้ามานี่ยังไม่เคยได้ยินคำพูดดีๆ จากวดีเลยนะ อะไรนักหนากับเรา เกลียดก็เก็บๆ เอาไว้มั่งก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไร คนเหนื่อยมาก็อยากเห็นคนยิ้มให้มากกว่าคนทำหน้าเป็นตูดใส่ พฤติกรรมเหมือนเด็กสิบขวบไม่มีอะไรปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง โคตรเซ็งเลยเว้ย"

ร็อคเอ่ยแล้วยัดแซนด์วิชครึ่งอันเข้าไปในปากจนหมด เคี้ยวสามทีแล้วกลืนอึ่ก! ราชาวดีอ้าปากหวอมองดู ภาวนาว่าให้มันติดคอให้ตายๆ ไปซะ!

"เสียใจด้วยที่คำภาวนาไม่ได้ผล!"

รู้ทันอีก! ราชาวดีค้อนให้คนที่ยกขวดน้ำขึ้นดื่มจนหมดไปครึ่งขวด ให้หลังมือเช็ดปากแผล็บเป็นอันเสร็จพิธี มีการตบพุงโชว์อีกต่างหาก

"อิ่มละ" กล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปขยี้ผมราชาวดีแล้วตบหัวเบาๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป