บทที่ 3 ย้อนอดีต

"ขอบใจมากวดีที่รัก"

เขาพูดเสร็จก็ก้มหน้าไปหา เอาแก้มที่เต็มไปด้วยเคราถูกับแก้มของราชาวดี ครืดๆ

"รักนะ จุ๊บๆ"

แกล้งเสร็จก็เดินลอยชายออกไปอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจคำด่าเป็นชุดที่คนตัวบางพ่นใส่ตามหลัง


ปลายปีเดียวกันนั้น เขาและเธอก็พบกันที่ไร่รังสิมันต์ในช่วงงานแต่งงานของอัศณวินกับจัสมิน

ระหว่างที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำลังอยู่บนเวทีและให้สัมภาษณ์อย่างสนุกสนาน ณ ที่โรงครัวของไร่ก็มีการทำอาหารเสิร์ฟแขกอย่างขมีขมันเช่นกัน

"เฮ้ย วดี หิวข้าวโคตรๆ หาอะไรให้กินหน่อย"

เสียงห้าวดังขึ้นข้างหลังทำให้ราชาวดีสะดุ้ง หันไปมองก็ตกใจที่เห็นใบหน้ารกของคนบางคนโผล่เข้ามาในโรงครัว ราชาวดีกำลังสนุกกับพวกหญิงชาวบ้านที่สอนให้ทำอาหารพื้นเมืองทางเหนือ

ร็อค เดลสันที่ใครๆ คิดว่าคงจะโผล่มาไม่ได้เหมือนกับเรน น้องชายฝาแฝด เรนนั้นอยู่ไหนก็ไม่มีใครทราบหรือ บางคน อาจทราบแต่ก็ไม่อาจจะเปิดเผยจุดเช็กอินของเรนให้ใครรู้ได้

"มาซะดึก มาได้ไง" ราชาวดีเอ่ยถาม หันไปหยิบจานแล้วตักข้าวให้

"ไม่ต้องตักข้าวเยอะ แต่เอากับเยอะๆ" คนหน้ารกรีบบอก

"อ้าว ไหนว่าหิวข้าว"

คนตักหันมาเลิกคิ้วถาม ร็อคมองดูคนหน้านวล ผิวแก้มโดนแดดเมืองไทยแค่ไม่กี่วัน ร็อคสามารถมองเห็นว่ามันแดงเรื่อใต้แสงไฟสว่าง

"ฮั่นแน่ พูดจากวนแบบนี้ก็เป็น คิดถึงเราเปล่า นี่คิดถึงวดีมากเลยนะ ไปอยู่รูหนูรูจิ้งหรีดที่ไหนก็คิดถึง ขอขาไก่สองอัน ไม่เอาตีน ขี้เกียจแทะ เอาเนื้อเยอะๆ ไม่เอาอะไรน่ะสีแดงๆ ผักชีเอาออกด้วย"

คนหิวสั่งเอาสั่งเอา พูดปะเหลาะเพราะหิวนั่นแหละไม่ใช่อะไรหรอก ราชาวดีตักกับข้าวเป็นแกงเผ็ดไก่ราดไปบนข้าวสวยจนพูนจานส่งให้ เขาหันซ้ายหันขวา มองเห็นแคร่ไม้ไผ่ตรงมุมครัวก็ก้าวยาวๆ เข้าไปนั่งแหมะลงตรงนั้น จัดการตักข้าวใส่ปากอย่างไม่เงยมองหน้าใครอีก ราชาวดีส่ายหน้า เดินไปหยิบขวดน้ำดื่มขวดเล็กเอาไปยื่นให้

"นั่งลงสิ เล่าให้ฟังหน่อย"

เขาเงยหน้ามาพูด เคี้ยวอาหารเต็มปาก ราชาวดีมองอย่างตำหนิ หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ไม่รู้ว่าเขาได้เข้าพบกับเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่หรือยัง แต่เดาเอาจากนิสัยว่า ร็อค เดลสันมีสายตาโฟกัสส่งเรดาร์หาแหล่งอาหารก่อนอย่างอื่นเสมอ

"เล่าอะไร"

ราชาวดีเอ่ยถามงงๆ เพราะก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องไหน

"ได้ยินมาว่ามีคนจะมาขอหมั้นวดี จริงเปล่า"

เขาเอ่ยถาม ราชาวดีทำหน้างงตึ้กต่อไป เพราะเท่าที่ทราบยังไม่มีใครมาขอเป็นแฟนเลย นับประสาอะไรกับการขอหมั้น ราชาวดีอายุเท่ากันไอ้คนที่พูดขณะอาหารเต็มปาก เขาทำงานมานานแล้ว หน้าแก่กว่าอายุไปมาก

"พูดบ้าๆ อะไร ใครพูด? ไม่เห็นมีใครมาขอหมั้นเรา แฟนยังไม่มีเลยสักคน จะมีคนมาหมั้นได้ยังไง"

คนหน้าใสเอ่ยมายาว คนถามพยักหน้าหงึกๆ

"อ๋อ โอเค ตกลงว่ายังไม่มีแฟนนะ...เค"

คนหิวเอ่ยสรุปง่ายๆ ราชาวดีพยักหน้าว่าใช่ยังไม่มี เพราะไม่ได้สนใจ

ร็อคจุดยิ้มขำที่ทำให้ใครบางคนหลงกลได้

"แสดงว่าการข่าวคนนี้ของเรามันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ กลับไปนี่ต้องลงโทษให้เข็ด นั่นเขาผัดอะไรกัน เส้นสีช็อกโกเล็ตน่ะ"

"ผัดซีอิ๊ว"

"ขอจาน เน้นหมูนะ ไม่เน้นผัก"

"ยังตะกละเหมือนเดิมนะนายร็อค ไอ้ที่ถือในจานนั่นจะกินหมดหรือเปล่า" ราชาวดีเอ่ยถามให้แน่ใจ

"หมดสิ เรารู้ความสามารถของตัวเองดี ไปตักมาให้จาน เร็วๆ"

สั่งแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินอย่างจริงจัง ราชาวดีลุกขึ้นไปหยิบจานแล้วขอให้แม่ครัวตักใส่จานให้

"เอ้า กินให้หมดนะ" ราชาวดีเดินเอามายื่นให้ตรงหน้า

"เห็นหรือเปล่าว่ามือไม่ว่าง ปากก็ไม่ว่าง นั่งลงถือไว้ให้ก่อน"

ร็อคเอ่ย คนตัวบางนั่งลง ราชาวดีได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟลอยมาปะทะจมูก จึงทำท่าฟุดฟิด

"หอมล่ะสิ เพิ่งถอยมาใหม่"

เขาเอ่ย วางจานข้าวลงแล้วดึงตัวราชาวดีมากอด กดหน้าให้ซุกซอกคอของเขา

"ชอบไหมกลิ่นนี้ มันลดราคาตั้ง 75% ไม่รู้ว่าเพราะใกล้หมดอายุหรือยังไง"

พูดแล้วก็โอบแขนไปรอบไหล่บาง ราชาวดีรีบผลักออกเพราะเกรงว่าชาวบ้านจะมอง พวกคนไทยท้องถิ่นไม่ชินกับการเห็นคนโอบกอดกันในที่สาธารณะแบบนี้

"อย่ากอด ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจอเมริกัน"

"เหรอ ใครแคร์ อยากกอดไง นี่พูดจริงนะที่ว่าคิดถึงน่ะ"

คนหน้ารกเอ่ย

"โอเค กินจานนี้ซะจะได้หายคิดถึง"

ราชาวดีกล่าวเพราะถ้าพูดคิดถึงไม่ยอมจบเสียทีก็แสดงว่ายังไม่อิ่มถึงครึ่งท้อง

"แท้งกิ้ว ขอน้ำส้มคั้นอร่อยๆ หน่อยดิ นี่มันไร่ส้มนะ เอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟอยู่ได้"

ได้ทีก็สั่งเอาสั่งเอา มือใหญ่รับจานผัดซีอิ๊วไปกินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาวดีนั่งมองเพลิน เขากินอะไรก็อร่อยไปเสียหมดจริงๆ เจอกันทีไร นายร็อคมันไม่เคยพ้นเรื่องตะกละกิน


เมื่อปีที่แล้ว เขาและเธออายุ 26 ปี ใกล้ถึงงานแต่งงานของจอร์แดนกับอินทิรัศม์ ณ เมืองแอลเอ

ร้านอาหาร Hot NC Plus สาขาแอลเอ อันเลื่องชื่อของเชฟนิค คอสต้า ซึ่งเวลานี้มีราฟาเอล คอสต้าเป็นเชฟชื่อกระฉ่อนต่อจากผู้เป็นบิดา และมีราชาวดี คอสต้า เป็นผู้จัดการทั่วไป เวลานี้ร้านอาหาร Hot NC Plus มีอยู่หลายสาขาตามเมืองใหญ่ ผู้ดูแลเป็นเชฟที่ได้รับการฝึกอย่างหนักและเข้มงวดทุกขั้นตอนจากเชฟนิค

บทก่อนหน้า
บทถัดไป