บทที่ 4 ย้อนอดีต
ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอันยอดเยี่ยมหรือจะเป็นการบริการที่สุดพรีเมียมไฮเอ็นด์
ราชาวดีกำลังอยู่หลังร้านในส่วนที่เป็นห้องเก็บของจิปาถะ เพราะบางครั้งที่ออฟฟิศก็ยังไม่สงบพอสำหรับราชาวดี หญิงสาวจึงมักจะคว้าโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานที่ห้องนี้ ราชาวดีเป็นผู้รวบรวมสูตรอาหารทั้งหมดของบิดาเขียนเป็นหนังสือมาหลายเล่มแล้ว และก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หญิงสาวรักการเขียนเกี่ยวกับอาหาร ในขณะที่ราฟาเอลรักการลงมือปรุง ถือเป็นการจัดสรรปันส่วน แบ่งหน้าที่กันได้อย่างลงตัวระหว่างสองพี่น้อง
ขณะกำลังนั่งปั่นต้นฉบับที่ได้จดเป็นลายมือเอาไว้ตอนคุยกับคุณพ่อ ประตูห้องเก็บของก็เปิดออก ราชาวดีหันขวับไปมอง ร่างสูงสวมหมวกแก็ป ใบหน้ารกไปด้วยเครา สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าคอนเวิร์สที่มอซอเต็มที ตรงเข้ามารวบร่างราชาวดีไปกอดและหอมแก้ม
"กรี๊ดดด!" หญิงสาวร้องกรี๊ดพร้อมกับเงื้อมปากกาในมือเตรียมจะแทงลูกกะตาของคนร้าย
"เฮ้ย เราเอง ปัดโธ่ วดี นี่จำกันไม่ได้จริงๆ เหรอ"
เสียงห้าวเอ่ยออกมาพร้อมกับจับมือที่ถือปากกาของราชาวดีเอาไว้แน่น ราชาวดีกะพริบตารัวๆ จำน้ำเสียงห้าวที่คุ้นชินหูนั้นได้
"นายร็อค!"
หญิงสาวอุทานเรียกชื่อเสียงดัง จ้องมองใบหน้ารกอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะข่าวล่าสุดที่ได้ยินคือร็อคอยู่ใต้ดินแถวเอเชีย!
ร็อคถือโอกาสที่คนตรงหน้ากำลังตะลึงและงุนงง ฉกหน้าลงมาหอมแก้มอีกครั้ง นั่นทำให้ฝ่ามืออีกข้างที่เป็นอิสระซัดเพียะไปบนไหล่ของเขาอย่างเต็มแรง
"ไอ้นายร็อค! อย่ามาทำรุ่มร่ามฉวยโอกาสกับเรานะ มาได้ยังไง ไหนว่าอยู่อีกซีกโลกหนึ่งโน่น หน้าตาทำไมเป็นแบบนี้ เราคิดว่าเป็นพวกโจรจากสลัมแถวอินเดียเสียอีก! ปล่อย!"
เสียงด่าและถามยาวเหยียดพร้อมกับดึงมือออกจากการเกาะกุม
"เอาทีละคำถามดีไหมแม่คุณ แต่ตอนนี้เราโคตรหิวเลย มีไรกินมั่ง"
ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งมุมโต๊ะ ก้มมาอ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าคนตัวเล็กกำลังพิมพ์อะไรอยู่
"ทำอะไร สูตรรักสูตรลับเหรอ เล่มก่อนเราลองทำตามสูตรของวดี ออกมาเค็มปี๋เลย กินเกลือยังจะดีกว่าอีก"
เสียงห้าวเอ่ย เอื้อมมือมาขยี้ผมราชาวดี หญิงสาวค้อนให้กับคำพูดเกินจริงของเขา ปัดมือใหญ่ออกจากผมแล้วจ้องมองใบหน้ารก เขามาจริงๆ... มาอย่างไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งนั่นแหละ
"เดี๋ยวจะโทรไปสั่งคนให้เตรียมข้าวให้ ทำไมมาเงียบๆ มีอะไรหรือเปล่า"
ราชาวดีเอ่ยถามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยจำความได้ ก่อนที่เขากับเรน ผู้เป็นฝาแฝดจะถูกส่งตัวไปเข้าหน่วยฝึกใต้ดิน เจริญรอยตามผู้เป็นบิดา
ร็อคถอนหายใจ เอื้อมมือมาดึงกิ๊บสีทองที่ติดผมสลวยออกมาพิจารณา หญิงสาวใช้มันติดผมเพื่อไม่ให้หล่นมาปรกหน้าตอนพิมพ์งาน
"กิ๊บที่เราซื้อให้นี่นา คิดถึงเรามากล่ะสิ"
คนไม่ยอมตอบคำถามพูดไปอีกเรื่อง ราชาวดีดึงกิ๊บจากมือเขา แต่คนตัวโตก็ชูมันขึ้นสุดแขนอย่างแกล้งๆ เหมือนที่ชอบทำเวลาเจอกัน ราชาวดีถอนใจ ไม่เอื้อมตามเพราะรู้ว่าเดี๋ยวเขาก็คืนให้ โตมากับการถูกเขาแกล้งทุกครั้งเวลาเจอกัน ทำให้รู้จักเล่ห์เหลี่ยมและรู้ทุกมุกของคนตรงหน้า
"ใครคิดถึงนาย ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าในโลกนี้ยังมีคนชื่อร็อค เดลสันอยู่"
ราชาวดีแกล้งกล่าว ยกหูโทรศัพท์ภายในแล้วสั่งอาหารจากห้องครัว
"อะไรที่เหลือๆ เอามาเสิร์ฟหน่อย จัดที่โต๊ะทานข้าวนะจ๊ะ"
หญิงสาวสั่งไปตามสาย ทำเอาคนหิวถึงกับเลิกคิ้ว
"หือ เห็นเราเป็นรถขยะรึไง ต้องให้กินของเหลือซากทุกทีไป เอาไอ้ที่ดีๆ มาเสิร์ฟสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณ"
เขาทำเสียงประชดแกมบ่น แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะรู้ว่าของเหลือของร้านนี้มันก็ยังเป็นอาหารรสเลิศอยู่ดี ดีกว่าที่เขากินมาตลอดหลายปีเวลามุดใต้ดินเสียอีก
ราชาวดีวางสาย กอดอกเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองใบหน้าที่ไม่ยอมโกนเครา สภาพครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา
"ทำไมหน้ารกเหมือนป่าอเมซอนขนาดนี้ฮึ มีดโกนมันขึ้นราคารึไง หรือว่าขี้เกียจตัวเป็นขนเหมือนเคย"
หญิงสาวแสร้งเอ่ยเหน็บ ร็อคเอียงคอมองคนที่วิจารณ์รูปลักษณ์ของเขาอยู่ ราชาวดีในวันนี้ วัยยี่สิบปหกปี เป็นสาวสวยสะพรั่ง ใบหน้านวลใสเปล่งปลั่งเต็มไปด้วยเลือดฝาด แก้มสีเรื่ออยู่เป็นนิจถูกเคราของเขาครูดเอาเมื่อครู่ ทำให้ดูสีแดงก่ำกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาโตยาวรี มีแพขนตาดกหนาอย่างไม่ต้องพึ่งขนตาปลอมและมาสคารา ผมสีน้ำตาลหนาดกและปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง กลิ่นหอมกรุ่นอ่อนจางลอยมาปะทะจมูกยามร่างบางเคลื่อนไหว
"ทุกข้อรวมกัน"
คนตัวสูงตอบง่ายๆ อย่างไม่แก้ตัว ราชาวดีค้อนให้คนขวางโลกทีหนึ่ง ร็อคจ้องมองใบหน้านวลนิ่งๆ
"คิดถึงวดีจัง"
เขาเอ่ยออกมา หญิงสาวหน้าเป็นสีเรื่อ เขาชอบพูดคำนี้ประจำ แต่ราชาวดีคิดว่าระดับความคิดถึงของนายร็อคมันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระดับความหิวของกระเพาะเป็นหลัก
"เดี๋ยวคนก็ยกมาให้แล้ว อดทนหน่อย" หญิงสาวเอ่ยทำหน้ารู้ทัน ร็อคโคลงศีรษะ
"โธ่ เห็นเราเป็นคนเห็นแก่กินไปได้ นี่พูดจริงๆ คิดถึง ครั้งนี้ไม่ได้เห็นกันนานมาก แต่จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ เรานอนในรู มีหนูเป็นเพื่อน ไม่ได้โชคดีเหมือนวดี ที่นอนบนเตียงนุ่มมีตุ๊กตุ่นให้กอดอุ่นๆ"
