บทที่ 5 ย้อนอดีต

เขาพูด ทำให้ราชาวดีต้องหัวเราะออกมา ร็อคจ้องมองนิ่ง เรียวปากอิ่มเวลาแย้มยิ้มดูสวยหวาน ดวงตาวาวสดใสน่ารัก เขามองได้ไม่เคยเบื่อ ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดถ่ายรูป ราชาวดีทำตาโต

"ไหนว่าไม่มีโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ไงนายร็อค"

หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะนั่นเป็นข้อมูลที่ทุกคนทราบดีว่าคนตรงหน้าติดต่อไม่ได้ นอกจากเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อมาเอง

"ก็มี แต่ใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ และบางทีก็ต้องทำลายทิ้ง เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์"

เสียงห้าวเอ่ยเล่า กดถ่ายรูปราชาวดีอีกหลายรูปแล้วก็ก้มมองดู

"เดี๋ยวก็ต้องลบทิ้งแล้ว"

เขาพูดเสียงขรึมลง โทรศัพท์ที่ไม่ควรมีรูปใครในนั้นเพราะทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยภัยเสี่ยง ถ้าหากฝ่ายศัตรูได้ไปจะเป็นอันตรายมาก

ราชาวดีถอนหายใจแผ่วเบาออกมา รู้สึกหัวใจบีบคั้นด้วยความสงสารคนหน้ารก ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเสี่ยงชีวิตไปอีกนานแค่ไหน แต่คำตอบที่ลอยมาในหัวทันทีก็คือ ก็คงจะอีกนานแสนนาน คนที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระ ทำงานเสี่ยงภัยทุกอย่างเพื่อให้คนอย่างราชาวดีมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข

ร็อคเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่กอดอกจ้องมองเขาแล้วทำท่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชายหนุ่มยักไหล่แล้วยกมุมปากยิ้มนิดหนึ่ง

"สงสารเราเหรอ ถ้าสงสารก็พูดดีๆ เวลาเรามาหา เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ แล้วก็ต้องเลี้ยงหัวใจเราด้วย"

ถือโอกาสเรียกร้อง ราชาวดีเลิกคิ้ว

"เลี้ยงหัวใจ? คืออะไร"

หญิงสาวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจมุกนี้ คิดว่าเป็นมุกใหม่ ร็อคเอื้อมมือมาคว้ามือเล็กไปกุมแล้วยกขึ้นทาบไปที่อกข้างซ้ายของตัวเอง

"หัวใจเหงาๆ ของเรา บางครั้งมันก็คิดถึงคนบางคน ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่าที่จะได้พบกัน ตั้งแต่มานี่ยังไม่บอกเลยว่าคิดถึงร็อคบ้างไหม"

ร็อคเอ่ยถามทำตาปริบปรอยมอง ราชาวดีหน้าแดงเรื่อ รู้ว่าเขาแกล้ง แต่ก็อดหัวใจเต้นแรงไม่ได้ หญิงสาวค้อนให้เขาแล้วก็ดึงมือออก ร็อคยกขึ้นไปจูบก่อนจะยอมปล่อย เล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องหาเศษหาเลยเอาเองแบบนี้แหละ

"คิดถึงเหมือนกัน เวลานายไม่อยู่ ไม่มีใครมาขอข้าวกิน เจ้ามูมูที่บ้านมันก็กินไม่หมดเสียด้วย"

ราชาวดีแสร้งเอ่ย ทำให้คนตัวใหญ่ทำหน้าง้ำทันทีที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเจ้ามูมู หมาแคระตัวสีขาวของเจ้าหล่อน ราชาวดีหัวเราะออกมาอย่างพอใจเมื่อเห็นคนทำหน้าไม่ถูกใจ หญิงสาวปิดโน้ตบุ๊กลง ลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าชวน

"ไปกันเถอะ กินข้าวก่อน กองทัพนายมันต้องเดินด้วยท้องนี่"

หญิงสาวพูดแล้วเดินไปยังประตู ร็อคลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวตามไป พาดแขนไปบนไหล่บาง ดึงประตูเปิดแล้วก้าวออกไปด้วยกัน ที่โต๊ะอาหารส่วนตัวของเจ้าของร้าน มีอาหารวางเรียงอยู่เต็ม หน้าตาน่าทานทุกอย่าง ร็อคปล่อยมือจากไหล่คนตัวเล็กทันที ราชาวดีรู้ดีว่าหากมีของกินวางอยู่ตรงหน้า นายร็อคจะสามารถทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้หมดอย่างไม่เสียเวลาคิด

ร่างสูงก้าวไปนั่งแล้วก็ไม่ต้องให้ใครเชิญ ลงมือจัดการมันอย่างหิวโซ ราชาวดีหย่อนตัวลงนั่งตรงกันข้าม มองคนหิวกินเอากินเอาเหมือนอดอยากมานาน หญิงสาวรินน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เขา

"หือ มาทั้งทีเลี้ยงน้ำส้มเนี่ยนะ เอาไวน์หรือเอาเบียร์ดีกว่าน่า"

คนตะกละเอ่ย ราชาวดีค้อนให้ เรียกบริกรมาสั่งเบียร์

"ห้ามดื่มเยอะนะ ขับรถหรือเปล่า แล้วมายังไง เจอราฟหรือยัง พักที่ไหน ถ้าขัับรถห้ามดื่มนะ"

หญิงสาวพูดยาวเหยียด ร็อคตักอาหารใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่ถูกคนตรงหน้ายกมือห้าม

"อย่าเพิ่งพูดตอนข้าวเต็มปากแบบนั้น เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก!"

"ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ฝ่าดงระเบิดดงกระสุนมานับไม่ถ้วน ถ้าจะมาตายเพราะข้าวติดคอ เราคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วล่ะวดีจ๋า"

ชายหนุ่มพูด ราชาวดีค้อนให้คนปากดี แต่ก็เอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานให้อีก เขากินได้มากจริงๆ คงเป็นเพราะต้องใช้กำลังมากนั่นเอง เห็นว่าต้องฝึกอะไรต่ออะไรหนักหนาสาหัสไปหมด

ราชาวดีนั่งมองจนกระทั่งเขาวางช้อนแล้วลูบพุง ยกเบียร์เย็นขึ้นดื่มอึกๆ

"โอย ค่อยยังชั่ว อิ่มตื้อเลย กินเผื่อวันที่ไม่มีจะกินด้วยน่ะ"

เขาเอ่ยแล้วยักคิ้วแผล็บให้ ต่างคนต่างนั่งเงียบ ร็อคจ้องมองหน้านวลใสครู่หนึ่ง

"ไปละ" เขาเอ่ยแล้วก็ลุกขึ้นยืน หันหลังก้าวไปยังประตูหลังเสียดื้อๆ อย่างนั้น

"เฮ้ย เดี๋ยวสิ อิ่มแล้วก็สะบัดก้นไปแบบนี้เนี่ยนะ"

หญิงสาวตะโกนและรีบเดินตาม ไปทันเขาที่ประตู ต่างยืนเผชิญหน้ากัน

"กิ๊บเรา เอาคืนมา"

ราชาวดีเอ่ย ยื่นมือไปตรงหน้า ไม่ลืมว่าเขายังไม่ได้คืนกิ๊บให้ มือใหญ่จับมือเล็กแล้วยกขึ้นจูบอย่างถือโอกาส

"ขอไว้ดูต่างหน้าอันหนึ่ง" เขาพูด

"เอาไปทุกรอบ จนกิ๊บวดีหมดกล่องแล้วนะ"

หญิงสาวพูด ดึงมือออกจากการเกาะกุม เท้าสะเอวมองหน้ารกๆ นาทีหนึ่งก่อนจะปลดสร้อยที่ห้อยคอออกมา เป็นร็อคเก็ตรูปดอกราชาวดีที่บิดาสั่งทำให้ตอนวันเกิดครบสิบห้าปี

"ของขลังของเรา เอาติดตัวไว้ ให้ยืมเฉยๆ นะ แล้วรอบหน้าก็เอามาคืนด้วย ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดจนกว่าจะเอาของมาคืนเรา เข้าใจไหม"

หญิงสาวทำเสียงเข้ม มองหน้าให้รับปาก ร็อคคว้าสร้อยห้อยร็อคเก็ตใส่กระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา งานทุกงานไม่เคยมีอะไรการันตีว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาอย่างปลอดภัย ร่างสูงคว้าร่างบางมากอดนิ่งอยู่นาทีหนึ่ง

"ตัวก็ได้ของของเราไว้ตั้งนานแล้ว เราฝากไว้ก่อน ถ้ายังไม่ตายจะมาทวงคืน"

เขาพูดเสร็จก็จูบแก้มนวลทีหนึ่ง จากนั้นก็ดึงประตูเปิด ก้าวออกไปทันที ราชาวดีรีบดึงประตูให้เปิดออกอีกครั้ง ชะโงกหน้าไปมองด้านหลังของร้าน ลานโล่งที่มีถังขยะเรียงรายไร้เงาของร่างสูงเสียแล้ว

การพบกันของเขากับราชาวดีที่แทบนับครั้งได้ แต่ถึงกระนั้นราชาวดีจดจำได้ดีเสมอ มันเป็นเวลาและความทรงจำที่มีค่าทุกวินาทีเมื่อได้อยู่กับเขา เพื่อนรักเพื่อนสนิทที่ไม่มีเวลาให้เพื่อน... ร็อค เดลสัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป