บทที่ 8 ลูกสาวคนดัง

วันต่อมา ตารางงานเวลาเช้าคือการอยู่ที่สตูดิโอที่บ้านคอสต้า เพื่อดูแลการถ่ายทำไลฟ์สดของเชฟนิค เวลาแปดโมงครึ่งราชาวดีไปปรากฏกายที่ห้องสตูดิโอ ทีมงานมาเรียบร้อยแล้ว ต่างทักทายหญิงสาวอย่างแจ่มใส ฉากก็ประกอบด้วย มุมที่เป็นเคาน์เตอร์ครัว วันนี้เชฟนิคจะทำอาหารอิตาเลียน ทีมงานได้เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ไว้อย่างครบถ้วน

ร่างสูงใหญ่ของนิโคลัส คอสต้า เดินโอบไหล่ภรรยาสุดที่รักเข้ามาในห้องสตูดิโอ

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อคุณแม่"

ราชาวดีทักทายและเข้าไปหอมแก้มบิดามารดา เพราะตั้งแต่ตื่นมาก็เพิ่งเจอกันนี่เอง ราชาวดีดื่มเพียงกาแฟหนึ่งแก้ว อาหารก็จะอาศัยหลังการถ่ายทำเสร็จก็จะกินของที่บิดาทำนี่แหละ ไม่ต้องยุ่งยากอะไร

"เมื่อคืนกลับกี่ทุ่มกี่ยามลูกแม่" มารดาผู้น่ารักนุ่มนวลตลอดกาลของราชาวดีเอ่ยถาม หญิงสาวถือโอกาสเดินเข้าไปแทรกกลาง กอดเอวท่านทั้งสองเอาศีรษะซบไหล่บิดา การเป็นลูกรักทำให้คุณพ่อไม่ดุที่บังอาจมาแยกท่านจากคุณแม่แบบนี้ ซึ่งปกติท่านจะไม่ยอมแยกจากกันเด็ดขาด คุณพ่อติดคุณแม่เป็นตังเมเลยทีเดียว ไปไหนจะต้องหนีบไปด้วยไม่ยอมให้คุณแม่ห่างกาย

"ก็ตีหนึ่ง ค่ะแม่" หญิงสาวตอบ ปกติถ้าคืนไหนกลับบ้านราฟาเอลจะต้องไล่ให้กลับตอนไม่เกินห้าทุ่ม ร้านอาหารเปิดสิบโมงเช้าและปิดเที่ยงคืน ราฟาเอลนอนที่ร้าน ซึ่งมีห้องนอนส่วนตัวอยู่ ราชาวดีเองก็มี บางคืนจึงนอนค้างที่ร้านถ้าหากขี้เกียจขับรถกลับ แต่หญิงสาวชอบมานอนที่บ้านมากกว่า เพราะความรู้สึกที่มันเป็นบ้าน มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ แต่การขับรถกลับก็ไม่ได้ไกลระยะ แค่ขับรถ 15-20 นาทีเอง

"พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าดึกมากห้ามขับรถกลับ" เสียงบิดาดุออกมา หญิงสาวยิ้มเจื่อน ยื่นหน้าไปหอมแก้ม

"ก็วดีมัวแต่พิมพ์งานเพลินไปหน่อยค่ะ แต่จะนอนที่ร้านก็คิดถึงสุดหล่อกับสุดสวย อีกอย่างวันนี้ก็มีตารางถ่ายทำด้วย ขับตอนดึกยิ่งดีค่ะพ่อ เพราะแทบไม่มีรถวิ่ง" ราชาวดีเอ่ย

"มันอันตราย พ่อสั่งเลยนะว่าต่อไปนี้ห้ามกลับมาบ้านเกินสี่ทุ่มครึ่ง เดี๋ยวจะให้คนขับรถให้ด้วย จะไม่ให้ขับรถเองตอนกลางคืนแล้วล่ะต่อไปนี้" บิดาตั้งกฏที่ไม่เคยมีมาก่อนทำเอาราชาวดีตาโต

"ไม่เอาค่ะ วดีชอบทำอะไรเอง ไม่ชอบเป็นคุณหนูมีคนขับรถให้ ตอนเล็กๆ คุณพ่อคุณแม่ยังให้วดีกับพี่ราฟขึ้นรถบัสไปเรียนเองเลยนี่คะ แล้วไหงตอนโตจะทำให้วดีเป็นคุณหนูล่ะคะพ่อ" หญิงสาวเถียงแต่น้ำเสียงไม่ได้ซีเรียส

"ช่วงนี้มันไม่ค่อยปลอดภัยไงลูก จำคำเตือนของลุงๆ อาๆ ที่ลาสเวกัสไม่ได้เหรอ เราตกลงกันแล้วว่าจะระวังตัว"

มารดาเอ่ยเตือนความจำ ราชาวดียิ้มแหยให้ และยื่นหน้าไปหอมแก้มประจบทั้งบิดาและมารดา จำได้ว่าคืนรวมพลก่อนงานแต่งของโรมกับทาริต้านั้น ได้มีการพูดถึงเรื่องงานระดับลึกซึ่งเกี่ยวข้องกับร็อค เรนและอธิศ ลุงรอยด์เป็นผู้เก็บข้อมูลและชี้แจงความเข้าใจให้แก่คนในแก๊ง รวมถึงให้ Code ในช่วงนี้ว่าต้องระวังตัวกันทุกคน

"จำได้ค่ะ แต่ไม่มีใครรู้จักวดีนี่คะ และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวดีสักหน่อย" หญิงสาวเอ่ยเถียงเบาๆ

"เราไม่ต้องมาเถียง การป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไข พ่อไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"

เสียงห้าวของนิคกล่าว เขายังจำได้ถึงเหตุการณ์ตอนที่จีน่าถูกลักพาตัวไป มันแทบทำให้เขาแดดิ้นสิ้นใจแค่ไหนกับการนึกภาพถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเธอ จีน่าเอื้อมมือไปลูบหลังคนที่อยู่อีกฟากของลูกสาว รู้ว่าเรื่องนี้ทำให้นิคสะเทือนขวัญมาก นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่เขาไม่เคยยอมให้เธอไปไหนคนเดียวหรืออยู่ห่างกายเขาอีกเลย

ราชาวดีได้ฟังเรื่องเล่าที่มารดาเคยถูกลักพาตัวแล้ว หญิงสาวซบหน้าไปกับไหล่ของท่าน รู้ว่าบิดาเซนซิทิฟมากกับเรื่องความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวและในแก๊ง นั่นทำให้ราชาวดีนึกไปถึงคนที่กำลังทำงานอยู่ท่ามกลางอันตรายจริงๆ ป่านนี้เขาอยู่ที่ไหนนะ ไม่เคยเลยที่เขาจะติดต่อมาหา นอกจากจู่ๆ ก็ปรากฏตัว แต่ปีละครั้งเท่านั้น

ปีนี้ดีหน่อย ที่ราชาวดีได้เห็นเขามากกว่าหนึ่งครั้ง คือตอนงานแต่งของดีนกับพาลิซ่าในเดือนมกราคมและงานแต่งของโรมกับทาริต้าในเดือนมีนาคม หญิงสาวคิดว่าคงจะอีกนานแน่กว่าจะได้เห็นเขาอีก คนที่รู้เรื่องราวและพิกัดของเขาน่าจะมีคนเดียวคือลุงรอยด์ ราชาวดีสวดมนต์ต่อพระผู้เป็นเจ้าทุกลมหายใจเข้าออก ขอให้ร็อค เรน และพี่อธิศปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

"ขอโทษค่ะพ่อ วดีจะระวังค่ะ เอาเป็นว่าต่อไปนี้จะไม่กลับบ้านดึกเกินสี่ทุ่มครึ่งเหมือนที่พ่อว่า ถ้าดึกจะนอนที่ร้านเอา"

หญิงสาวรีบตกปากรับคำเพื่อให้ผู้บังเกิดเกล้าสบายใจ จากนั้นก็ถึงเวลาเริ่มงานถ่ายทำตามตารางเวลา ฝ่ายแสง สี เสียงและช่างภาพตั้งกล้องตามมุมที่ทำกันเป็นปกติ

บิดาก็เริ่มเปิดรายการอย่างน่าสนใจ นิโคลัส คอสต้า ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งสุภาพบุรุษที่น่ามอง วิดีโอทุกเทปมียอดวิวเป็นล้านทุกคลิป มารดาจะนั่งข้างกล้องตัวหลัก และบิดาก็จะจ้องมองกล้องและคนข้างกล้องพร้อมกับส่งสายตาอบอุ่นให้ พลอยทำให้ภาพที่ออกไปดูเหมือนกับเชฟนิคส่งสายตาอบอุ่นให้กับผู้ชมไปด้วย

ราชาวดีเห็นความรักที่บิดามารดามีต่อกันตลอดเวลาตั้งแต่จำความได้ หล่อนก่อเกิดและเติบโตมาด้วยความรัก ฟูมฟักทะนุถนอมของบุคคลสองคนนี้อย่างสมบูรณ์ ช่างโชคดีเหลือเกิน แถมการเป็นลูกสาวของเชฟนิคและคุณจีน่าก็พลอยทำให้ราชาวดีได้รับความสำคัญและเป็นจุดสนใจตั้งแต่เรียนอนุบาล จึงคุ้นเคยและเคยชินกับการเป็นคนมีชื่อเสียง ทำให้ไม่ได้รู้สึกหวือหวากับความดังของใคร เคยมีชายหนุ่มเข้ามาจีบเหมือนกัน วัย 27 ปีแล้ว มันก็ต้องมีกันบ้าง ซึ่งแต่ละคนก็เป็นพวกมีดีในด้านใดด้านหนึ่งเสมอ เช่น เป็นพวกไฮโซ นักธุรกิจ นายแบบ นักแสดง แต่ราชาวดีไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะมันยังไม่มีใครโดนใจจริงๆ ไม่รู้สึกสปาร์คอะไรกับใครเลย

สปาร์คงั้นเหรอ...? ราชาวดีถอนหายใจ... มันเป็นความรู้สึกยังไงก็ยังไม่รู้เลย จะต้องรอให้มันเกิดก่อนถึงจะรู้ได้

"ตอนท้ายนี้ เราจะมีการแจกหนังสือสูตรเด็ด NC Plus เล่มล่าสุดพร้อมลายเซ็นด้วยนะครับ เดี๋ยวเชิญราชาวดีหน่อย ลูกสาวของผมเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรวบรวมสูตรทุกสูตรของผมอย่างที่ทุกท่านทราบ"

เสียงบิดาทำให้ราชาวดีตื่นจากภวังค์ รีบเดินเข้าไปในฉาก หล่อนได้ออกรายการกับบิดามาหลายครั้งแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นตอนท้ายที่มีกิจกรรมร่วมกับผู้ชมทางบ้าน ราชาวดียกมือโบกทักทายให้กล้องเพื่อส่งไปถึงผู้ชมทางบ้าน

"ฮัลโหล สวัสดีค่ะ วันนี้หนังสือเล่มล่าสุดของเราได้เป็นเบสเซลเลอร์ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้เชฟนิคเลยใจดีจะแจกหลายเล่มเป็นพิเศษนะคะ กฎ กติกาก็ง่ายๆ เองนะคะ เชิญทุกท่านส่งคอมเม้นต์ ความคิดเห็นเกี่ยวกับรายการของเรามาใต้วิดีโอนี้ แล้วเราจะคัดเลือก 10 ท่านค่ะ สิบท่านจะได้รับหนังสือเล่มล่าสุด" เสียงแจ่มใสเอ่ยกับผู้ชม จากนั้นก็เป็นการอ่านคอมเม้นต์กันสนุกๆ จากมือถือ ราชาวดีชอบมากช่วงท้ายแบบนี้ เพราะแฟนคลับของบิดานั้นชอบพิมพ์อะไรที่สนุกๆ มาร่วมเล่นเกมด้วยเสมอ

"คอมเม้นต์ถามว่าคุณราชาวดีมีแฟนหรือยังได้ไหมครับ"

คอมเม้นต์หนึ่งมีใจความว่ามาแบบนี้ ทำให้ราชาวดีหัวเราะ บิดาทำท่าจุดยิ้ม

"ถามแบบนี้ระวังเชฟนิคจะแจกตะหลิวให้แทนแจกหนังสือนะคะคุณ"

แฟนคลับอีกคนพิมพ์ตอบคอมเม้นต์ข้างบน

"อยากรู้ด้วยคนคร้าบ คุณแม่ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของเชฟนิคคร้าบ ส่วนผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณราชาวดีคร้าบผม"

รู้สึกจะมีหนุ่มๆ เข้ามาเม้นต์กันเยอะมาก ซึ่งก็จะเป็นเช่นนี้เวลาที่ราชาวดีมาออกรายการกับบิดาด้วย

"ตอนนี้ยังไม่มีค่า มัวแต่พิมพ์หนังสือ เลยไม่มีเวลาเดตใคร" ราชาวดีตอบคำถามถึงผู้ชมอย่างร่าเริง

"ผมพิมพ์เก่ง สมัครเป็นผู้ช่วยคร้าบ"

คนเดิมรีบพิมพ์ตอบกลับมา

"เดี๋ยวก่อนครับ ผมเป็นคนถามนะครับ"

เริ่มมีการขัดแย้งกันเองในหมู่ผู้ชม ทำให้มีการส่งรูปภาพหัวเราะกันมามาก ราชาวดีเองก็ยิ้มกว้างให้กล้อง

"ว้า เสียดายจังค่ะ เวลาหมดซะแล้ว สำหรับท่านที่สนใจหนังสือ อย่าลืมพิมพ์คอมเม้นต์มาใต้วิดีโอนี้นะคะ ทางเราจะคัดเลือกแล้วจะติดต่อท่านไปที่อินบ็อกซ์ เวลาถึงเที่ยงคืนนี้นะคะทุกคน" ราชาวดีเอ่ยบอกกฎ กติกาและมารยาท

จากนั้นก็ให้บิดาเป็นคนกล่าวปิดรายการเช่นเคย เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ราชาวดีก็กินอาหารอย่างหิวโหย เพราะมันเป็นเวลาเที่ยงวันพอดี

ตอนบ่าย ราชาวดีก็เตรียมตัวออกเดินทางไปที่ร้าน ราฟาเอลเปิดร้าน 10 โมงเช้าตามเวลาปกติ ร้านนี้ลูกค้าจะต้องโทรมาจองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้นจึงจะมีโต๊ะให้ ทุกอย่างจึงเป็นระบบและระเบียบ เพราะทราบล่วงหน้าว่าจะมีลูกค้ากี่คนและมากี่โมง

ราชาวดีเดินหิ้วกระเป๋าแล็บท็อปเดินไปยังโรงรถซึ่งเป็นอาคารทางฝั่งซ้ายมือของตัวบ้าน หญิงสาวกดเปิดล็อกแล้วก็เข้าไปในรถ ทันใดนั้น ประตูด้านผู้โดยสารก็เปิดออก ร่างสูงสวมชุดดำมีเสื้อโค้ทยาวสีดำคลุมอีกชั้น ใบหน้าสวมหน้ากาก และสิ่งที่ทำให้ราชาวดีตกใจแทบช็อกหมดสติก็คือปืนดำเมี่ยมที่ยกขึ้นมาส่องที่อกของหล่อน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป