บทที่ 1 นายอัศณ์ ณ ไร่รังสิมันต์

"<strong>นายอัศณ์ แย่แล้วครับ!"</strong>

เสียงตะโกนเรียกดังลั่นมาตามถนนดินแดงไต่ขึ้นมาตามเนินในเขตของไร่รังสิมันต์อันกว้างใหญ่ ทำให้ร่างสูงซึ่งกำลังนอนอยู่ใต้รถไถคันสีส้มชะงักมือที่กำลังใช้ประแจหมุนน็อตอยู่

"อะไรของมึงไอ้สาหัส"

เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกน้องในไร่ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ข้างรถไถ แม้เหนื่อยกระหืดกระหอบแต่ก็ไม่ลังเลจะทำท่าค้อนให้เจ้านายที่ชอบเรียกชื่อที่เป็นอดีตไปแล้วของสาหัส ชื่อที่พ่อตั้งให้เพราะกว่าแม่จะคลอดให้ออกมาลืมตาดูโลกได้ แม่อาการสาหัสมากจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด พ่อจึงตั้งชื่อเพื่อเอาไว้เตือนความทรงจำของผู้เป็นลูกให้รู้จักกตัญญูรู้คุณผู้ให้กำเนิด

"หัสดินทร์คร้าบ โธ่ นาย เมื่อไหร่จะจำซะมั่ง"

สาหัสบ่นกระปอดกระแปด ทำท่าลิ้นห้อยหอบแฮ่กๆ โบกมือพัดไปมาเพื่อเรียกลมเย็นๆ ให้ตัวเอง เมื่อตอนเรียนจบมัธยมปลายนั้น สาหัสก็ทนต่อการถูกล้อชื่อเล่นไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงเรียนปรึกษาคุณกวินนา หรือ นายอิง ของคนงานในไร่ นายอิงจึงตั้งให้ใหม่ว่า...หัสดินทร์ ชื่อที่ฟังแล้วค่อยเข้ากับใบหน้าเขาหน่อย แต่คนในไร่ไม่มีใครจำได้เลยสักคน ยังพากันเรียกเขาว่าไอ้สาหัสเหมือนเดิม ทำให้สาหัสแอบหงุดหงิดในบางครั้ง เปลี่ยนชื่อตั้งแต่อายุสิบเก้าจนมาถึงอายุยี่สิบสองปีแล้วก็ยังไม่มีใครเรียกสาหัสว่าหัสดินทร์เลย แต่ยังดีที่ว่าเวลาไปติดต่องานในอำเภอ ชื่อหัสดินทร์ทำให้ไม่มีใครหันมามองเวลาถูกขานเรียก ต้องขอบคุณนายอิงที่เข้าใจหัวอกคนที่มีปมด้อยเรื่องชื่ออย่างสาหัส

​"ไอ้ด่างพร้อยมัน..."

สาหัสเอ่ยต่อพร้อมกับหยุดเพื่อรอให้เจ้านายหันมาสนใจและไถ่ถาม อัศณวินหยุดมือแล้วขยับร่างออกจากใต้ท้องรถ ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง เอาประแจโยนลงไปในกล่องเครื่องมือเสียงดังเพล้ง! จนสาหัสสะดุ้งโหยง

"มันทำไม... ถ้ามึงยังลีลาท่ามากได้แบบนี้ ก็แสดงว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญหรือคอขาดบาดตายอะไรนัก ไปเอาสายยางมา"

เสียงนายเอ่ยราบเรียบพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดกางเกงยีนส์สีมอซอสำหรับใส่ทำงานในไร่ เอาเศษใบไม้ออกจากด้านหลัง นายอัศณ์เวลาอยู่ในไร่กับเวลาอยู่ที่รีสอร์ทนี่สภาพต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว ใครที่มาเจอนายอัศณ์ตอนนี้คงจะลังเลที่จะเข้ามาทัก เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่ใส่อยู่นี้ เดาสีเดิมแทบไม่ออกว่าเป็นสีอะไร สภาพเก่าและคอปะราวกับเป็นคนไม่มีอันจะกิน สาหัสไม่รู้ว่านายจะเขียมไปถึงไหน

"สำคัญครับสำคัญ ไอ้ด่างพร้อยมันโดนรถเฉี่ยวครับนาย!"

สาหัสเอ่ยบอกสาเหตุที่ทำให้เขาต้องกระหืดกระหอบมาบอก จากนั้นก็รีบวิ่งไปดึงสายยางมาให้ผู้เป็นนาย อัศณวินขมวดคิ้ว

"ใครปล่อยมันออกถนน"

เขาเอ่ยถามเสียงเครียด ยื่นมือไปรองน้ำที่ไหลออกจากปลายสายยางเพื่อชำระล้าง จากนั้นก็เช็ดกับผ้าขาวม้าลายน้ำเงินขาวที่คาดตรงเอวอย่างลวกๆ

"เปล่าครับ มันวิ่งเล่นที่ถนนหน้าเรือนใหญ่ คุณหม่อมวิรังรองเธอขับรถพุ่งเข้ามา ไม่ทันเห็นมัน เลยเฉี่ยวเข้าให้"

สาหัสเอ่ยเล่า มองไปยังโรงเก็บรถไถและเครื่องมือการเกษตรหลังใหญ่ที่นายให้สร้างขึ้นเมื่อปีก่อน ตอนที่นายอัศณ์เริ่มร่างโครงการจะพัฒนาพื้นที่ด้านนี้ของไร่รังสิมันต์

นายอัศณ์เป็นคนรอบคอบและคิดอ่านละเอียดลึกซึ้งเหมือนนายกวินผู้เป็นบิดา และไม่กลัวงานหนักเหมือนนายน้ำตาลผู้เป็นมารดา ส่วนนายอิง น้องสาวของนายอัศณ์นั้นก็ขาลุยสุดขั้ว สวย เปรียวและเก่งงานรอบไร่

แต่สาหัสไม่เข้าใจว่าทำไมนายอิงถึงยังไม่ยอมร่วมหอลงโรงกับใครเสียที ทั้งลูกชายผู้ว่าฯ ที่เป็นหนุ่มนักธุรกิจสุดโก้ ผู้กองหนุ่มที่โรงพักสุดเท่ หรือลูกชายคุณนายโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในตัวจังหวัดสุดรวยหรูและอู้ฟู่ เห็นเทียวไล้เทียวขื่อเทียวมาจีบจนหัวกระไดไม่แห้ง แต่จนป่านนี้ก็ไม่เห็นนายอิงสนใจคนไหนเป็นพิเศษ สามสิบเอ็ดฝนเข้าไปแล้วแบบนี้ สาหัสแอบเป็นห่วงนายอิงอยู่ในส่วนลึกเหมือนกัน เพราะเขารักนายทุกคนของไร่รังสิมันต์ นายอิงออกจะสวยและแสนดีมีน้ำใจกับคนงานทุกคนในไร่และชาวบ้านท้องถิ่นแถบนี้ สาหัสมีความหวังแรงกล้าเพื่อนายอิง ว่านายอิงจะต้องลงเอยกับผู้ชายดีๆ สักคนอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนในละครหลังข่าวเข้าสักวัน สาหัสภาวนาเอาใจช่วยนายอิงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกเลยทีเดียว

สาหัสกวาดสายตาไปเห็นโทรศัพท์ของนายวางทิ้งอยู่ที่แคร่ใต้ต้นจามจุรีข้างโรงเรือนนั้น จึงร้องอ้อขึ้นมาในใจ มิน่าล่ะถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ ปล่อยให้สาหัสต้องขี่รถเข้ามาถึงตีนเขาแล้ววิ่งขึ้นเนินมาแบบนี้

ไอ้ด่างพร้อยนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ทางขี้เรื้อนจรจัดที่คุณจัสมินเก็บได้ตอนที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อต้นปีนี้เอง เธอสงสารมันจึงฝากนายเอาไว้ คุณจัสมินเธออยู่ได้เพียงเดือนเดียวก็ต้องบินกลับลาสเวกัส สาหัสทราบว่าเธอเป็นลูกสาวผู้มีอันจะกินที่นั่น ครอบครัวของเธอเป็นตระกูลใหญ่ที่สนิทสนมกับครอบครัวของเจ้านายของเขา คุณจัสมินเธออายุเท่ากันกับสาหัสเสียด้วย และไม่มีความเย่อหยิ่งถือตัวกับใครเลย นิสัยดีเหมือนกับเหล่าเจ้านายแห่งไร่รังสิมันต์ แม่สอนเสมอว่าคนประเภทเดียวกันมักดึงดูดเข้าหากัน สาหัสจึงไม่แปลกใจที่เหล่าคุณๆ ทั้งหลายต่างเป็นคนจำพวกนิสัยน่าคบหาคล้ายกัน

สาหัสเห็นนายอัศณ์ทำคิ้วขมวดมุ่นชนกันทันทีเมื่อได้ยินว่าเจ้าด่างพร้อยถูกรถชน นายอัศณ์รักเจ้าด่างพร้อยไม่แพ้คุณจัสมิน มันชอบวิ่งตามนายไปทุกที่ มันแสนรู้และประจบเก่งเพราะความที่เป็นหมาไร้บ้านและไร้ชาติตระกูล

สาหัสมองสายตามันออกว่า ไอ้ด่างพร้อยมันรู้ตัวว่ามันเป็นหมาตกถังข้าวสาร มันจึงไม่รีรอที่จะทำท่าประจบประแจงจนนายรักยอมเลี้ยงดูปูเสื่อมันอย่างดี จากหมาขี้เรื้อนไร้ขนที่หลังอานของมันเต็มไปดอกดวงดูพร้อยไปทั่วจนคุณจัสมินเรียกมันว่าเจ้าพร้อย เธอพามันไปหาหมอแล้วทำการรักษาจนบัดนี้จากหมาไร้ขนกลายสภาพมาเป็นเป็นหมาขนสีน้ำตาลเข้มมีสุขภาพดีภายในเวลาหกเดือน สาหัสรู้มาว่านายส่งรูปมันให้คุณจัสมินเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกเดือน

บทถัดไป