บทที่ 10 บ้านของมะลิ...
"ฮ่า... ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวเคยได้ยินไหมมะลิ ตอนที่พี่พาเจ้าพร้อยกลับมาจากคลินิก คุณหม่อมรุงรังแกก็เดินออกมาจากเรือนพอดี เจ้าพร้อยมันจำศัตรูได้แม่นมากเลยกระโดดงับมือเข้าให้ พี่เลยต้องพาคุณเธอไปให้หมอเชย์ทำแผลฉีดยาให้ ร้องเสียงแปร๋น แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แต่ก็คงจะทำให้คุณเธอจำเจ้าพร้อยไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ"
กวินนาเล่าอย่างสนุก ทำให้จัสมินยิ้มออกมา พี่อิงนั้นเป็นคนตรงและจริงใจ ชอบหรือไม่ชอบอะไรก็จะพูดออกมาให้ได้รู้ ท่าทางพี่อิงไม่ปลื้มคู่หมั้นของพี่อัศณ์นักฟังจากชื่อเล่นที่พี่อิงใช้เรียก จัสมินยังไม่เคยเผชิญหน้ากับหม่อมหลวงวิรังรองของพี่อัศณ์เลยสักครั้ง ได้ยินแต่ชื่อ ฟังจากคำบอกเล่าแล้วก็พอจะเดาได้ว่าคุณหม่อมคนนี้เป็นหญิงสาวไฮโซรักสบายและไม่พิศมัยงานไร่งานสวน
แต่ก็นั่นแหละนะ ความรักไม่เข้าใครออกใคร เขาจะต้องมีอะไรบ้างที่ทำให้พี่อัศณ์รักและถึงขนาดหมั้นหมายด้วยแบบนี้ จัสมินคิดมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกแปลบปลาบในหัวใจส่วนลึก แต่ก็รีบสลัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ได้ทำใจไว้นานแล้วว่าจัสมินจะรักและปรารถนาดีต่อพี่อัศณ์และทุกคนอย่างบริสุทธิ์ใจ ปรารถนาอยากเห็นเขามีความสุขกับสิ่งที่เขาได้เลือกแล้ว จัสมินจะเป็นน้องสาวที่ดีของเขาเช่นนี้ตลอดไป
"ก็ดีแล้วค่ะ สรุปว่าคู่หมั้นพี่อัศณ์จะมาอยู่นานมั้ยคะ"
จัสมินเอ่ยถาม เพราะถ้าหากวิรังรองอยู่อีกนาน จัสมินอาจจะเปลี่ยนใจ อีกสองอาทิตย์พี่อัศณ์จะเริ่มปลูกส้ม อาจจะเดินทางตอนใกล้เวลาโน่นเลย
"เท่าที่ได้ยินมาเห็นว่าอยู่สักอาทิตย์นะ พี่ก็ไม่รู้ว่าเขามาทำไม พี่อัศณ์เข้าไปที่ไร่ที่จะปลูกส้ม กินนอนอยู่ที่นั่นตั้งแต่คู่หมั้นมา ยายรุงรังนี่ก็แทนที่จะเข้าไปหา แต่ก็ไม่เห็นเข้าไป รักกันยังไงพี่ก็ไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ ยายหม่อมนี่ก็ไฮโซรักสะอาดทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เหยียบขี้ทุกชนิดไม่ฝ่อว่างั้นเถอะ พี่อัศณ์ก็คลุกดินคลุกฝุ่นจนหัวแดงหน้าดำแบบนั้น พี่ละสุดแสนจะงงว่ามาบรรจบพบกันจนหมั้นหมายได้ไง"
กวินนาเอ่ยยาวเหยียด พี่ชายไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ตอนนั้นตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ท่านปู่ของวิรังรองมาที่ไร่แล้วก็พาวิรังรองมาด้วย กวินนาพอจะเดาออกว่าผู้ใหญ่ต้องการให้พี่ชายจับคู่กับวิรังรอง แล้วปีที่แล้วงานหมั้นภายในเฉพาะญาติก็เกิดขึ้น พี่ชายไม่เคยพูดถึงว่าทำไมจู่ๆ ถึงหมั้นสายฟ้าแลบแบบนั้น กวินนาไม่เคยเห็นพี่ชายสนใจวิรังรองมากไปกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ก่อนหมั้นนั้นยังดูเป็นมิตรและพูดคุยกันตามปกติของคนรู้จักกัน แต่หลังจากหมั้นแล้ว พี่ชายกลับนิ่งเงียบเย็นชาไม่ยอมพบและพูดคุยกับวิรังรองเลยหากไม่จำเป็นจริงๆ
กวินนาไม่ได้ถามเขา เพราะรู้ดีว่าถ้าหากเขาอยากพูดอยากเล่าให้ฟังเขาจะพูดเอง แต่ถ้าไม่ต้องการบอกแล้วละก็ ต่อให้เอาอะไรมาง้างปากพี่อัศณ์ก็ไม่พูดออกมาหรอก สำหรับกวินนาแล้ว มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า... คนเรานั้นถ้าหากคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน เหตุการณ์ทุกอย่าง คนทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเรา... มันไม่ใช่ความบังเอิญแต่เข้ามาเพราะเคยเกี่ยวเนื่องกันมาทั้งสิ้น
คนบางคนเบื้องบนอาจส่งเข้ามาในชีวิตเราเพื่อให้เราได้เรียนรู้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง บางคนเข้ามาเพื่อเป็นบททดสอบทางจิตใจแก่เราว่าเราเข้มแข็งพอหรือยัง หรือบางคนเข้ามาเพื่อเป็นบทเรียน ชีวิตให้เราได้ตกผลึกฝึกฝนด้านจิตวิญญาณจนกลายเป็นบุคคลที่เราควรเป็น
ดังนั้นเรื่องของพี่ชายกับวิรังรอง กวินนาจึงปล่อยให้เขาจัดการกันเอง แต่ถ้าหากเขาต้องการให้กวินนาช่วยเหลืออะไร หล่อนก็จะไม่รีรอเลยเช่นกัน
"จัสไม่ทราบเหมือนกันค่ะพี่อิง แต่เขาต้องรักกันสิคะถึงหมั้น เอ่อ ที่จัสโทรมา จะบอกว่าจัสจะบินไปเมืองไทย ไปพักร้อนสักสองอาทิตย์ เห็นพี่อัศณ์ว่าจะลงพันธุ์ส้มที่ไร่ จัสอยากจะไปช่วยปลูกด้วย"
จัสมินเอ่ยบอกจุดประสงค์ที่โทรไป กวินนาทำหน้าดีใจทันที
"เหรอจ๊ะ ดีใจจัง เจ้าพร้อย ได้ยินหรือเปล่าแก แม่แกเขาจะมาหาแน่ะ แล้วจัสจะมาเมื่อไหร่ มาเร็วๆ สิ พี่กำลังจะต้องการคนช่วยพอดี หน้าฝนงานก็ชุกเหมือนฝนเลย ดูเอกสารพี่สิ กองพะเนินเทินทึกอยู่นั่นน่ะ ถ้ามะลิมาจะได้ช่วยพี่ได้"
พี่อิงพูดแล้วส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ จัสมินหัวเราะ รู้ดีว่าพี่อิงชอบงานลุยสวนมากกว่านั่งออฟฟิศ ส่วนจัสมินนั้นคล่องพวกนี้เพราะทำให้คุณพ่อมานานแล้วตั้งแต่ยังเรียนอยู่ จัสมินบอกไม่ได้ว่าตัวเองนั้นจริงๆ แล้วถนัดอะไร เพราะทำได้ทุกอย่าง และถ้าถามว่าชอบอะไรเป็นพิเศษก็ตอบไม่ถูกอีกเหมือนกัน เพราะไม่ได้เกลียดงานไหนงานหนึ่งอีกนั่นแหละ งานหนักก็เอา งานเบาก็สู้ว่างั้นเถอะ
"อาทิตย์หน้าดีมั้ยคะ เดี๋ยวจัสจะจองตั๋วเลย ไปถึงวันศุกร์หน้า"
จัสมินเอ่ย กะคร่าวๆ ว่าหนึ่งสัปดาห์พอดี คู่หมั้นของพี่อัศณ์น่าจะไม่อยู่แล้ว ถึงแม้จะคิดว่าตัวเองทำใจได้แล้ว แต่กับคนบางคนนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่เห็นต้องรู้จักกันไม่ใช่หรือ จัสมินคิด
"ดีจ้ะ พี่จะได้เก็บงานเอาไว้รอ มาถึงมะลิจะได้ไม่เหงา"
กวินนาเอ่ยทำให้สองสาวหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน จากนั้นจัสมินก็กล่าวลาและวางสาย เจ้าพร้อยร้องหงิงๆ และเห่าส่งท้ายให้ด้วย
