บทที่ 2 นายอัศณ์ ณ ไร่รังสิมันต์

"ตอนนี้นายอิงพาไปที่โรงหมอแล้วครับ ให้คุณหมอเชย์ดูให้ ผมโทรเข้าเครื่องนาย นายก็ไม่ยอมรับ" สาหัสเอ่ยและบ่นเล็กน้อย ทำให้เจ้านายเงยหน้าขึ้นมาจ้อง สาหัสจึงยิ้มแหยรีบเอามือกุมเป้า

"เปล่าครับ ไม่ได้ว่านายอัศณ์ ผมแค่เล่าให้ฟัง" สาหัสเอ่ยเสียงอ่อย

"สรุปว่าตอนนี้มันปลอดภัยหรือยัง"

อัศณวินเอ่ยถาม ทีแรกได้ฟังก็เป็นห่วงมันอยู่ แต่เพราะรู้จักลีลาของเจ้าสาหัสมันดี ทำชอบแสดงเกินค่าตัว เวลามันพูดต้องเอาห้าหาร เขาจึงไม่ตกใจอะไรแล้วเวลานี้ กวินนา น้องสาวของเขาพาไปหาหมอเชย์ด้วยแล้วแบบนี้จึงรู้สึกหายห่วง

"คุณหม่อมวิรังรองเธอหัวเสียใหญ่ที่รถเธอเป็นรอย"

สาหัสเอ่ยเล่าต่ออีกนิดหนึ่ง หม่อมหลวงวิรังรองคู่หมั้นของนายอัศณ์มาที่นี่ไม่บ่อยนัก แต่เวลามาทีไรก็ทำเอาคนในไร่ปวดหัวปวดขมับกันไม่น้อย โดยเฉพาะสาหัสเอง เพราะนายเป็นพวกนกรู้เวลาคู่หมั้นจะมาก็รีบทำตัวยุ่งหนีหายตัวไม่อยู่ให้เธอพบ และหม่อมหลวงวิรังรองก็เกลียดการถูกเพิกเฉย แต่ก็เกลียดการลุยป่าดงพงไพรด้วย เวลามานายมักให้สาหัสเป็นคนรับหน้า ให้บอกว่านายเข้าป่าบ้าง ขึ้นไปหมู่บ้านบนเขาบ้าง ให้ถามว่าเธอจะตามขึ้นไปไหม นายจะได้ให้สาหัสขับรถไถไปส่ง ดูเอาเถอะ เห็นเงียบขรึมแบบนี้ นายอัศณ์แอบซ่อนความร้ายลึกเอาไว้ไม่น้อยเลย คนที่นายอัศณ์ทำท่าใจดีด้วยนั้นมีไม่กี่คน คุณจัสมินนั่นคนหนึ่งล่ะ แต่เธออยู่ไกลคนละฟากฟ้าแบบนั้น ไม่รู้เมื่อไหร่จะมาเที่ยวอีก

"แกบอกเขาว่ายังไง"

ถามเสียงเรียบ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการมาของคู่หมั้นเลยสักนิด และท่าทางแบบนี้ก็หมายความว่ารู้ล่วงหน้าแล้ว มิน่าละถึงออกจากเรือนใหญ่แต่เช้าตรู่เข้ามาในโซนที่กำลังแผ้วถางเพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มในบริเวณนี้

"นายนะนาย น่าจะบอกกันหน่อยว่าคุณหม่อมจะมา ผมจะได้เตรียมตัวโกหกให้"

มีการต่อว่าเล็กน้อย ปกตินายจะต้องบอกให้อยู่รับหน้าหม่อมคู่หมั้น เมื่อเช้าไม่รู้เลยโดนคุณหม่อมด่ากราดเข้าให้ ฐานที่ปล่อยเจ้าด่างพร้อยวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาให้เธอเฉี่ยวชนเอา ถ้าสาหัสรู้ก็คงจะรีบพาเจ้าด่างพร้อยหนีออกทางหลังบ้านไม่อยู่รอให้ใครด่าเหมือนที่พูดเอาหน้ากับนายไปหรอก

"มึงหายหัวไปตั้งแต่เมื่อคืนกูบอกสากรรจ์เอาไว้ มันไม่บอกมึงรึไง"

ไอ้สากรรจ์ น้องชายวัยยี่สิบปีของสาหัสเอง คนนี้พ่อก็ตั้งชื่อเพื่อไม่ให้ลืมบุญคุณเช่นเดียวกัน

"นายอัศณ์ไว้ใจคนผิดก็เป็นแบบนี้แหละครับ น่าจะโทรหาผมก่อน คุณหม่อมขึ้นเรือนใหญ่ไปกราบท่านๆ อยู่ครับ ผมก็รีบบึ่งแมงกะไซค์มาหานายเพื่อรายงานสถานการณ์ให้ทราบนี่ล่ะครับ"

"เอาพวกอาหารแห้งและน้ำดื่มมาไว้ที่กระท่อมนี่ ฉันจะไม่กลับไปข้างนอกอีกหลายวัน"

เสียงเคร่งขรึมสั่งแล้วก็โหนตัวขึ้นไปนั่งบนรถไถ สตาร์ทเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งเคลื่อนออกไปสู่พื้นที่โล่งเตียนเบื้องหน้า สาหัสมองดูกระท่อมหลังคามุงจากหลังเล็กข้างโรงเก็บรถไถแล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างไม่เข้าใจคนรวยเอาเสียเลย ว่านายอัศณ์จะมานอนคุดคู้ให้ไม่สบายสังขารไปทำไมกัน ในเมื่อมีบ้านให้เลือกนอนไม่รู้กี่หลังต่อกี่หลังน่ะ

เรือนใหญ่ที่มีลักษณะโอ่อ่าเหมือนคุ้มเจ้า สร้างจากไม้สักทองทั้งหลังของนายกวินกับนายน้ำตาล  บ้านพักรับรองแขกของไร่รังสิมันต์ที่มีหลายหลัง หรือเรือนมะลิวัลย์ที่เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ของนายอัศณ์เองซึ่งอยู่ในรีสอร์ทอีกด้านหนึ่งของไร่ ตรงที่เป็นโซนสำหรับนักท่องเที่ยว ไหนจะบ้านรีสอร์ทหลังเล็กกะทัดรัดที่มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ทำไมไม่ยักกะอยู่ ชอบมาซุกตัวอยู่ที่หลังไร่ที่แม้แต่สาหัสเองยังไม่อยากจะมาอยู่ถ้าหากเลือกได้

แต่นี่ถ้านายมานอนแบบนี้ สาหัสก็เห็นจะต้องมานอนเฝ้าด้วย เพราะไม่อยากเป็นลูกน้องอกตัญญู เผื่อนายจะเรียกใช้ นายอัศณ์มีลูกน้องเป็นร้อยคนในไร่แห่งนี้ แต่ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามยามที่ต้องการเป็นส่วนตัว มีแต่สาหัสนี่แหละที่หน้าด้านกว่าคนอื่นหน่อย ก็นายอุปการะเลี้ยงดูสาหัสมาตั้งแต่เรียนประถมจนจบมัธยมปลาย จะให้เรียนต่ออีกถ้าสาหัสชอบ แต่สาหัสรีบปฏิเสธเพราะเกลียดการท่องหนังสืออย่างที่สุด

การทำงานที่ไร่แห่งนี้นั้น ไม่เห็นต้องใช้กฎทฤษฎีทางฟิสิกส์หรือกฏคณิตศาสตร์ขั้นสูงแต่อย่างใด ตาเฒ่าจู๋ที่อายุกว่าร้อยปีก็ไม่เห็นเคยเรียน เคมี ฟิสิกส์ ชีวะมาก่อน แต่เห็นตาเฒ่าผสมนั่นผสมนี่จนออกมาเด็ดสาระตี่ทุกขวดแบบนั้น แล้วเหตุไฉนไยสาหัสจะต้องไปเสียเวลาเรียนอะไรที่ไม่จำเป็นถึงสี่ปี สู้ออกมาทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อนายที่เขาเคารพรักจะดีกว่า

"มึงยืนทอดอารมณ์เสร็จก็กลับไปที่ไร่ส้ม บอกสากลให้เข้าเมืองไปเอาเครื่องมือที่สั่งซื้อไว้มาด้วย"

นายตะโกนสั่งเสียงดังมาจากรถไถทำให้สาหัสสะดุ้งแล้วรีบคำนับรับคำโดยเร็ว จากนั้นก็หันหลังวิ่งลงเนินไปยังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของตัวเอง...  อัศณวินส่ายหน้าเมื่อได้ยินเสียงไอ้ลูกน้องคนสนิทจอมล้นสตาร์ทเครื่องรถซาเล้งคู่ชีพของมันแล้วบิดเสียงดังแปร๋นๆ ออกไปจากบริเวณตีนเนิน ชายหนุ่มมองดูกระท่อมน้อยที่เขาชอบนั่งเล่นรับลม...ลืมบอกเจ้าสาหัสให้พาไอ้ด่างพร้อยมาด้วย เขาคิดว่ามันน่าจะหายเร็วถ้าได้มานอนที่นี่... กระท่อมน้อยมุงจากที่จัสมินชอบพามันมาวิ่งเล่นอยู่บ่อยๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป