บทที่ 6 ลูกชายแม่มะลิ

สาหัสเอ่ยรายงานเรื่องที่เป็นสาระให้นายรู้ แถมด้วยการบ่นเรื่องที่บิ๊กไบด์ไม่สามารถคลานขึ้นมาบนเนินนี่ได้

"รถปิ๊กอัปก็มี ทำไมมึงไม่ขับ รู้อยู่แล้วว่าซาเล้งมึงมันปีนขึ้นเนินไม่ได้ก็ยังเสือกขี่มา"

อัศณวินด่าไอ้ลูกน้องจอมล้น ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เอากุญแจรถโฟร์วีลโยนให้ สาหัสรีบยกมือรับแทบไม่ทัน

"ก็มันไม่มันส์น่ะสินาย...ขับรถยนต์หน้ามันไม่โดนลมกระแทกมันไม่ได้ฟีลลลลล..."

กระดกลิ้นเล่นสำนวนฝรั่งที่ได้ยินจากทีวีพร้อมกับยิ้มภูมิใจ

"อยากโดนกระแทกหน้าก็น่าจะบอกกู จะได้สงเคราะห์ให้ ไม่เห็นยากอะไร"

นายมีแก่ใจต่อปาก สาหัสยิ้มแหยแล้วรีบเดินไปยังรถโฟร์วีล กลัวนายจะเอาของแข็งกระแทกหน้าให้เกิดฟีลลิ่งขึ้นมาจริงๆ สาหัสรีบขับลงเนินไปเพื่อถ่ายเทของจากรถซาเล้งขนขึ้นมาบนนี้

อัศณวินล้างมือจนสะอาด ข้างโรงเรือนมีห้องน้ำก่ออิฐฉาบปูนมุงกระเบื้องสีส้ม มีสุขภัณฑ์ครบครันอย่างที่ลูกน้องค่อนขอดว่าห้องน้ำนายน่านอนกว่าเจ้ากระท่อมหลังน้อยนั่นเสียอีก

ตรงแคร่ใต้ต้นจามจุรี อัศณวินนั่งขัดสมาธิ เจ้าสาหัสเอาปิ่นโตมากาง มารดาใส่ข้าวมาสองชั้น กับข้าวมีหมูทอด น้ำพริกแห้ง ไข่เจียวกุ้งสับ และแกงแคไก่ใส่ใบพริกเยอะๆ ตามที่อัศณวินชอบ มีลอยพริกขี้หนูสวนมาด้วย อัศณวินทานเผ็ดได้เก่งตามการเลี้ยงดูของคุณนายน้ำตาลที่เลี้ยงลูกแบบลุยและบ้าระห่ำ

คุณพ่อเสียอีกที่เลี้ยงแบบค่อนข้างทะนุถนอม อัศณวินได้ยินเหล่าลุงป้าน้าอาเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เขายังเล็กนั้น ใครจะอุ้มอัศณวิน บิดาจะต้องไล่ให้ไปล้างมือให้สะอาดเสียก่อน ลุงวีธัศน์มักเอาเรื่องนี้มาล้อเขาเสมอว่าอัศณวินนั้นมีผิวเคลือบทองคำพ่อกวินถึงหวงนัก แต่พอโตมาหน่อยหลังจากที่คุณแม่คลอดกวินนา น้องสาวของเขา คุณพ่อก็เพลาอาการหวงลูกลงตามกาลเวลา

"มึงล่ะ ไม่กินหรือ" อัศณวินถามลูกน้องจอมทะเล้น เห็นมันจัดแจงเลื่อนกับข้าวให้

"ผมเรียบร้อยจากโรงครัวแล้วครับนาย ป้านวลทำแกงโฮะ โคตรอร่อย มีน้ำพริกกะปิกับชะอมชุบไข่ทอดด้วย"

สาหัสเอ่ย ป้านวลเป็นหัวหน้าแม่ครัวที่โรงครัวของไร่รังสิมันต์ โรงครัวที่มีขนาดใหญ่เหมือนโรงอาหารโรงเรียนมัธยม อยู่บริเวณเดียวกันกับอาคารสำนักงานของไร่ที่หากใครมาติดต่อก็ไปที่นั่น เป็นที่ทำงานประจำของนายอิง ส่วนนายอัศณ์นั้นถ้าไม่อยู่ที่ไร่บุกเบิกใหม่แห่งนี้ก็อยู่ที่รีสอร์ท แต่อยู่ในสภาพคุณชายเจ้าของไร่ ไม่ใช่นายอัศณ์ที่แต่งตัวขะมุกขะมอมเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นแบบนี้

ที่โรงครัวนั้น มีทีมแม่ครัวหลักๆ อยู่สิบคน คนงานที่อยู่ประจำนั้นประมาณสองร้อยกว่าคนรวมถึงที่รีสอร์ทด้วย และถ้าถึงฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ก็มีการจ้างคนงานรายวันเพิ่มตามความจำเป็นในแต่ละกรณีไป อัศณวินนั่งทานข้าวอย่างสบายอารมณ์ อากาศชายเขาไม่ร้อนอบอ้าว แต่มีลมพัดโชยตลอดเวลาทำให้ผิวที่ชื้นเหงื่อรู้สึกเย็นสบาย

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นวิรังรอง อัศณวินก็ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น ไม่แคร์ที่จะยกขึ้นมากดรับ

"นายจะแต่งเมื่อไหร่ครับ ทำไมถึงหนีเข้าป่าทุกครั้งที่คุณหม่อมนี่มาหาด้วย"

สาหัสเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ นายวางช้อน เลื่อนปิ่นโตออกห่างตัว ยกขวดน้ำขึ้นดื่มเป็นการบอกว่าอิ่มแล้ว

"ไม่ใช่เรื่องของมึง... เก็บของเสร็จไปไถตรงเนินโน่นที กูจะซ่อมรถไถอีกคัน"

เจ้านายเอ่ยสั่ง พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปยังโรงเก็บรถไถไม่แคร์จะตอบคำถามของสาหัส สาหัสยักไหล่ตามหลังนายเหมือนที่จำมาจากในหนัง

"เดี๋ยวเจมส์สืบเอาเองก็ได้ว้า"

สาหัสทำเสียงสูงตามหลังนายไปเบาๆ แล้วก็รีบเก็บสัมภาระอาหารไปทำความสะอาดและไปทำงานไถที่ต่อให้นาย


<strong>ในมหานครลาสเวกัส</strong>

"โอ๊ย...บ้าฉิบ!"

เสียงสบถดังขึ้นจากร่างสูงของ <strong>โรม คอสต้า</strong> ในห้องฟิตเนสส่วนตัวที่อยู่ชั้นเดียวกับเพนต์เฮาส์เหนือกาสิโนแกรนด์คอสต้า ชายหนุ่มยกมือทำสัญญาณหยุดอย่างหมดอารมณ์ ยายน้องสาวตัวดีเพิ่งส่งหมัดเข้าเต็มหน้าท้อง <strong>จัสมิน คอสต้า</strong> ยิ้มพอใจที่ทำให้พี่ชายตัวงอได้

"เป็นไง นี่ออมมือให้แล้วนะ"

เจ้าตัวทำคุยโม้กับพี่ชาย ร่างเพรียวระหงสวมชุดออกกำลังกายเป็นเสื้อกล้ามกับกางเกงรัดสีดำเข้าชุด ผมยาวสีน้ำตาลมัดรวบตึงไว้กลางศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าเรียวที่พราวไปด้วยเหงื่อ ปลายจมูกโด่งเล็กมีเม็ดเหงื่อผุดพราย เรียวปากอิ่มแย้มยิ้มแจ่มใส พอใจกับการฝึก

ช่วงนี้บิดาสั่งพี่ชายให้ทบทวนศิลปะป้องกันตัวที่จัสมินห่างหายไปนานให้ เคยฝึกอยู่กับดิรัสยา แม็คเคนซี่เพื่อนรักจนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่บอสตันจัสมินก็ไม่ได้ฝึกเท่าไหร่ แต่เมื่อมาทำงานที่กาสิโน คุณพ่อเป็นคนรอบคอบต้องการให้ลูกๆ เข้มแข็งและเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีบอดีการ์ดเดินขวักไขว่เต็มไปหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป