บทที่ 7 ลูกชายแม่มะลิ

แต่การที่คนเราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานการณ์คับขันย่อมเป็นการดีที่สุด ตามคำกล่าวที่ว่า...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

"ชอบเล่นทีเผลอและผิดกติกามารยาทอยู่เรื่อยแบบนี้ พี่จะไม่ฝึกกับเราอีกแล้วนะ" พี่ชายบ่น

"ดีๆ จัสก็ไม่อยากฝึกแล้ว อยากเล่นโยคะมากกว่า ทำให้ใจเย็นกว่ากัน พวกนี้มันทำให้รู้สึกอารมณ์ร้อนและก้าวร้าว" แม่คนนิสัยดีและใจเย็นเอ่ย โรมส่ายหน้า

"มันไม่ได้ทำให้คนใจร้อนหรือใจเย็นหรอก นั่นมันเป็นสันดานของแต่ละคนต่างหากมะลิ แต่การฝึกพวกนี้มันทำให้เราร่างกายแข็งแรงและจิตใจแข็งแกร่ง มันเป็นเรื่องของจิตใจ การที่คนเรารู้ว่าตัวเองเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้นั้นน่ะ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความเชื่อมั่นก็เป็นขุมพลังของทุกอย่างในตัวคนคนนั้น"

พี่ชายเอ่ยสั่งสอนยาวเหยียด จัสมินทำตาโต ไม่คิดว่าพี่ชายเพลย์บอยของตัวเองจะมีทัศนคติแนวคิดลึกซึ้งขนาดนี้ คิดว่าจะเป็นแต่จีบผู้หญิงเล่นไปวันๆ

"จัสก็เชื่อมั่นเต็มร้อยแล้วนี่ โยคะก็ทำให้จิตใจเข้มแข็งได้เหมือนกัน เห็นว่ามันเคลื่อนไหวแบบช้าๆ แบบนั้น มันต้องร่างกายและจิตใจตั้งมั่นมากจริงๆ ถึงจะทำได้ การเคลื่อนไหวช้าทำได้ยากกว่าเร็วนะ มันทรมานกว่า และคนที่ทนได้มันก็ยอดเยี่ยมสุดๆ แล้ว" จัสมินเอ่ยโต้

"พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ฝึกมันทุกอย่างนั่นแหละ อะไรที่เป็นประโยชน์น่ะ เรามีเวลาว่างทั้งวันนี่"

พี่ชายเอ่ย ใช้ผ้าขนหนูเช็ดใบหน้าคมสันไปมา ร่างสูงผึ่งผาย ดูองอาจและเข้มแข็ง จัสมินไม่แปลกใจว่าทำไมโรมถึงใช้ผู้หญิงเปลือง เพราะหน้าแบบนี้หุ่นแบบนี้นั่นเอง จึงมีผู้หญิงดาหน้าเข้ามาให้เลือกมากมาย ผู้หญิงเดินเข้าออกที่กาสิโนแห่งนี้จนแทบไม่ซ้ำหน้า ต่างรอจ่อคิวเป็นตัวเลือกให้เขาอย่างที่พี่ชายไม่ต้องแม้แต่จะกระดิกนิ้วเรียก

ทำไมผู้หญิงเราถึงต้องลดค่าของตัวเองขนาดนี้จัสมินไม่เคยเข้าใจ ผู้ชายคนเดียวก็แย่งกันอยู่นั่นแหละ อย่างโรมนั้น จัสมินรู้ดีว่ารักความโสดอิสระแค่ไหน จัสมินเชื่อว่าพี่ชายไม่คิดอะไรในเรื่องครอบครัวเลย เขาสนุกกับงานและชีวิตอิสระเสรีอย่างสุดเหวี่ยงตามประสาชายหนุ่มที่มีทุกอย่างครบพร้อม ผู้หญิงพากันมาส่งส่วยจนหัวกระไดไม่แห้ง จนพี่ชายไม่มีแก่ใจจะคิดเรื่องอะไรลึกซึ้งที่เรียกว่าเรื่องของหัวใจอย่างแน่นอน เพราะไม่เห็นความจำเป็น

"ใครว่างทั้งวัน? จัสน่ะเหรอ? มีตาหรือเปล่าพี่โรม จัสทำงานงกๆ แทนพี่น่ะ ทุกวันมีเรื่องให้ต้องแก้ปัญหาตลอดไม่ซ้ำกัน พี่โรมคนเดียวไม่ไหวเหรอ...ก็รู้กันดีอยู่"

จัสมินโต้ตอบ โรมจุดยิ้ม พอใจในส่วนลึกกับความไม่ยอมคนและไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครของน้องสาวคนเล็ก เห็นยิ้มหวานต้อนรับลูกค้า แต่ภายใต้ท่าทางหน้าซื่อตาใสยิ้มเหมือนไร้เดียงสานั้น เจ้าหล่อนซ่อนเขี้ยวเล็บและความแหลมคมเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

หลังจากเรียนจบจัสมินก็อาสาบิดาเข้ามาช่วยโรมที่กาสิโนกึ่งโรงแรมแห่งนี้ทันที ความสุขุมใจเย็นดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติที่ทั้งโรมและจัสมินถ่ายทอดมาจากผู้เป็นบิดาอย่างเต็มเปี่ยม ส่วนความฉลาดปราดเปรียวเต็มไปด้วยไหวพริบนั้นได้รับยีนเด่นมาจากมารดาอย่างไม่ต้องสงสัย

จัสมินเป็นคนที่เก็บอารมณ์ได้เก่ง เรียกว่าโปกเกอร์เฟซสมกับอยู่กาสิโน ซึ่งโรมอดขำไม่ได้ที่จัสมินนั้นเป็นเพื่อนรักกับดิรัสยา แม็คเคนซี่ รายนั้นตรงกันข้ามกับน้องสาวของเขา มีอะไรเปิดเผยออกมาหมด เป็นคนที่ชัดเจน คลีนและเคลียร์ไม่ต้องเสียเวลาเดาใจให้ลำบาก

แต่แม่ดอกมะลิน้อยของเขานั้น คนจะต้องใช้สกิลความสามารถเฉพาะตัวและความช่างสังเกตในขั้นสูงเท่านั้นจึงจะสามารถอ่านใจและเดาความคิดของเจ้าหล่อนออก บิดาภูมิใจในตัวลูกสาวของตัวเองเป็นอย่างยิ่งในกรณีนี้

บางครั้งจัสมินต้องนั่งทำหน้าที่ดีลเลอร์แทนพนักงานที่ขาด ใบหน้าโปกเกอร์เฟซของเจ้าหล่อนใช้ได้ดีในกรณีนี้ ผู้เล่นหลายรายหลงกลใบหน้าซื่อใสไร้มลพิษของเจ้าหล่อนจนหมดเงินหน้าตัก ชายหนุ่มบางรายทราบว่าจัสมินเป็นลูกสาวของเบอร์นาโด คอสต้าก็เข้ามาเล่นเพื่อหวังจีบ แต่แม่ดอกมะลิน้อยยังไม่ตกหลุมพรางหลงคารมและหลงเสน่ห์ของไอ้หนุ่มคนไหนทั้งสิ้น โรมก้าวเดินไปทางประตู

"คืนนี้สแตนด์บายแทนพี่หน่อยนะ มีธุระต้องสะสาง"

พี่ชายเอ่ย จัสมินยักไหล่ เคยชินเสียแล้วกับการที่พี่ชายพูดประโยคนี้

"ตามสบายจ้าคาสโนวา" เจ้าตัวเอ่ยแล้วขยับเท้าเตะกระสอบทรายดัง ป้าบ!


จัสมินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาทานข้าวที่ออฟฟิศ

ตรื๊ดดด.... เสียงข้อความเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มาดู เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากใครก็รีบเปิดอ่าน

ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นรูปของเจ้าด่างพร้อยนอนบนที่นอนของมันที่จัสมินซื้อให้ ขาของมันมีผ้าพันอยู่ มีข้อความบรรยายว่า...

ลูกชายมะลิโดนรถเฉี่ยว หมอเชย์ทำแผลให้แล้ว แค่กะเผลก ขาไม่หัก ไม่ต้องห่วง

จัสมินอ่านและดูภาพแล้วก็ตกใจ รีบกดวิดีโอคอลล์ไปหาทันที


บทก่อนหน้า
บทถัดไป